- หน้าแรก
- เปิดสูตรโกงโลกเกม เมื่อผมได้ครอบครองต้นไม้แห่งชีวิต
- บทที่ 9: การล็อกอินครั้งแรกของผู้เล่น
บทที่ 9: การล็อกอินครั้งแรกของผู้เล่น
บทที่ 9: การล็อกอินครั้งแรกของผู้เล่น
หลินลั่วเป็นมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเรียนจบมาได้ไม่นานนัก ชีวิตการทำงานในแต่ละวันของเขาราบเรียบและไร้ความโดดเด่น เขาไม่ได้เป็นตัวถ่วงของบริษัท ทว่าก็ไม่เคยได้รับคำชมจากหัวหน้าเลยสักครั้ง หวยไม่เคยถูก หุ้นที่ซื้อก็ไม่เคยขึ้น
ในค่ำคืนหนึ่งที่เขาไม่ต้องทำโอที เขาบังเอิญไปเห็นข่าวเกี่ยวกับเกมเสมือนจริงเต็มรูปแบบยุคแรก หลังจากเห็นราคาอุปกรณ์ที่แพงหูฉี่ เขาก็กัดฟันตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมสั่งจองล่วงหน้า
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ เขาจับสลากได้สิทธิ์เข้าร่วมทดสอบช่วงโคลสเบต้า ซึ่งเป็นโชคดีที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยตั้งแต่เด็ก
เขามีลางสังหรณ์ว่าเหตุการณ์นี้จะนำพาความโชคดีมาสู่ตนเอง
เขาได้รับหมวกเล่นเกมจากพนักงานส่งของมาพักใหญ่แล้ว แต่เนื่องจากช่วงโคลสเบต้ายังไม่เริ่ม มันจึงถูกวางทิ้งไว้ให้ฝุ่นเกาะอยู่ที่มุมห้อง
ด้วยความที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ เขาจึงไม่เข้าใจหลักการทำงานของหมวกใบนี้ รู้เพียงแค่ว่าเทคโนโลยีของมันต้องล้ำหน้ามากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันจะเบาหวิวขนาดนี้ได้ยังไงทั้งที่มีแบตเตอรี่อยู่ข้างใน
หลังจากจัดการมื้อค่ำเสร็จ เขาก็เหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เวลาเจ็ดนาฬิกาห้าสิบเก้านาที
เขารีบดึงหมวกเล่นเกมออกจากกล่อง สวมมันลงบนศีรษะ แล้วกดปุ่มเปิดเครื่องอย่างไม่ใส่ใจนัก
เทพวานร... อะแฮ่ม... 'ทวีปที่ถูกทอดทิ้ง' เริ่มได้!!!
วินาทีที่หน้าจอสว่างวาบ หลินลั่วก็ไม่สามารถรับรู้ถึงร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นกลุ่มหมอกควันที่เดินทางข้ามผ่านระยะทางนับปีแสงจนมาถึงมิติสีขาวบริสุทธิ์
บริเวณใจกลางของมิติแห่งนั้นมีลูกแก้วแสงสีขาวขนาดใหญ่ลอยอยู่
บ้าไปแล้ว นี่ฉันหลุดเข้ามาในมิติพระเจ้าหลักหรือไงเนี่ย?
ไม่เอานะ ลูกพี่เจี๋ย!!
ทว่าลูกแก้วแสงขนาดใหญ่กลับไม่ปล่อยให้เขาได้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านั้น
"ยินดีต้อนรับสู่ 'ทวีปที่ถูกทอดทิ้ง' กรุณากรอกชื่อผู้ใช้ของคุณ คำเตือน: โลกใบนี้มีฉากหลังกึ่งตะวันตก กรุณาตั้งชื่อของท่านอย่างระมัดระวัง หากค่าความสัมพันธ์กับเอ็นพีซีลดลงอันเนื่องมาจากชื่อของท่านจนทำให้ไม่สามารถเล่นเกมได้ ทางบริษัทจะไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น"
หลินลั่วนึกถึงคลิปวิดีโอแนะนำแนวทางที่เขาแอบดูตอนอู้งาน เจ้าของช่องคนนั้นรู้ลึกรู้จริงตามที่พูดไว้ไม่มีผิด
"ลอร์เรน"
"ยืนยันชื่อผู้ใช้สำเร็จ ตรวจพบว่าพรสวรรค์ของคุณเอนเอียงไปทางการร่ายเวทมนตร์ระยะไกล ตรวจพบว่าอุปนิสัยของคุณอยู่ในเกณฑ์เป็นกลางตามกฎเกณฑ์
อาชีพที่เกี่ยวข้องซึ่งขอแนะนำมีให้เลือกดังต่อไปนี้"
"ดรูอิด สายนักควบคุมธาตุ ระดับคำแนะนำห้าดาว เผ่าพันธุ์ที่เลือกได้คือฮาล์ฟเอลฟ์และมนุษย์ ดรูอิดมีความสามารถในการควบคุมธาตุหลักทั้งหก อาชีพนี้มีระบบเวทมนตร์สำหรับควบคุมลม ฝน และสั่งการพืชพรรณ พร้อมด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งและสมรรถภาพทางกายที่ทนทาน
ซอเซอร์เรอร์ ระดับคำแนะนำสี่ดาวครึ่ง
เผ่าพันธุ์ที่เลือกได้คือมนุษย์ อาชีพที่จะแข็งแกร่งขึ้นจากการขุดค้นพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของตนเอง และจะทรงพลังอย่างยิ่งในช่วงท้ายเกม
สุ่ม ระดับคำแนะนำสองดาว
เผ่าพันธุ์ที่สามารถสุ่มได้คือมนุษย์ คนแคระ โทรลล์ ดาร์กเอลฟ์ ฮาล์ฟเอลฟ์ ลูกครึ่งมังกร และก๊อบลิน"
ตัวเลือกแรกๆ ก็ยังพอรับได้ แต่พอเห็นตัวเลือกสุดท้าย หลินลั่วก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ มีโอกาสได้เป็นลูกครึ่งมังกรหรือฮาล์ฟเอลฟ์ด้วยงั้นเหรอ? ทำไมไม่บอกด้วยล่ะว่าโอกาสที่จะได้เป็นก๊อบลินไร้ค่าน่ะมันสูงกว่าตั้งเยอะ?
เขาไม่แม้แต่จะมองให้ละเอียดและเมินตัวเลือกสุดท้ายไปในทันที แม้เขาจะเป็นพวกชอบเสี่ยงดวง แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนดวงซวยสุดๆ เขาจะไม่ยอมสุ่มเลือกอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อประสบการณ์การเล่นเกมของเขาเด็ดขาด
หลินลั่วลังเลอยู่ระหว่างสองตัวเลือกแรก และในขณะที่เขากำลังชั่งใจอยู่นั้น ตัวเลือกซอเซอร์เรอร์ก็กลายเป็นสีเทาไปเสียแล้ว
เวรเอ๊ย ลืมไปเลยว่าอาชีพซอเซอร์เรอร์มันจำกัดโควตาคนรับ!
เขาสังเกตเห็นข้อความเล็กๆ ข้างๆ ซอเซอร์เรอร์ที่เขียนไว้ว่า 20/20 ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สังเกตให้ดีเลยพลาดไป
ช่างเถอะ ก็ไม่ได้น่าเสียดายอะไรขนาดนั้น ยังไงเขาก็ไม่ได้อยากเลือกเล่นซอเซอร์เรอร์สักเท่าไหร่อยู่แล้ว เห็นบอกว่าเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยศาสตร์ลับให้ผู้เล่นไปค้นหาเอาเอง ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันคืออะไร
อีกอย่าง ดรูอิดก็เป็นอาชีพระดับเทียร์หนึ่ง ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ไม่เสียเปรียบอยู่แล้ว
แต่พอมาคิดดู อาชีพสายนักเวทในเกมนี้มีน้อยซะเหลือเกิน
หรือว่าอาชีพสายต่อสู้ระยะประชิดจะเป็นลูกรักของเกมนี้กันนะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินลั่วจึงตัดสินใจเลือกอาชีพดรูอิด
หลังจากใช้เวลาอยู่นานสองนานในการปรับแต่งหน้าตาตัวละครจนหล่อเหลาเป็นที่น่าพอใจ เขาก็กดเริ่มเกม
ในพริบตาเดียว ภาพทุกอย่างก็หดวูบรวมกัน
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หลินลั่ว—ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าลอร์เรน—
ก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้มาโผล่อยู่ที่ลานกว้างของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไงดีนะ?
มันเหมือนกับการได้กลับไปอยู่ชนบทในสมัยเด็กเลย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่อากาศก็บริสุทธิ์สดชื่นมากแล้ว เกมสมัยนี้มันพัฒนามาไกลถึงขนาดนี้แล้วงั้นเหรอ?
แม้แต่อาการคัดจมูกเรื้อรังของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้งในทันที... อ้อ ร่างกายในเกมคงไม่มีอาการคัดจมูกหรอก โทษทีๆ
เมื่อผู้เล่นคนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับแสงสว่างวาบ ลานกว้างก็เริ่มเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
บรรยากาศรอบด้านเริ่มมีเสียงเจื้อยแจ้วจอแจ
"บ้าไปแล้ว ตอนแรกนึกว่าแค่ล้อเล่น แต่เทนด้าเอาจริงดิ? ไหนล่ะโปรเติมเงินครั้งแรกหกหยวนกับกาชาสุ่มสิบครั้งราคาหกร้อยสี่สิบแปดหยวนที่คุยนักคุยหนา หายไปไหนหมด? ไม่มีเลยสักอันเนี่ยนะ?"
"นี่คือเกมงั้นเหรอ? จะบอกว่านี่คือเกมจริงๆ ดิ? ถ้าที่นี่ไม่ใช่ต่างโลกนะ ฉันจะเลิกเล่นแล้วกินหมวกเกมโชว์เลยคอยดู!"
"อากาศบริสุทธิ์แบบนี้ อุณหภูมิที่สัมผัสได้ทางผิวหนังแบบนี้ ความรู้สึกจากการสัมผัสแบบนี้... โอ๊ย! เจ็บๆๆ"
"ฉันจ้องแกมาตั้งแต่แกโผล่มาแล้ว ถ้าอยากจะจับตูดนัก ก็จับตูดตัวเองนู่น!"
"เวรเอ๊ย หลิวเชา แกไม่อายบ้างเหรอวะ? อุตส่าห์เลือกเผ่าฮาล์ฟเอลฟ์แถมยังปั้นหน้าซะหล่อเฟี้ยวขนาดนี้ แกกะจะทำอะไรเนี่ย?"
"หุบปากไปเลยไอ้แก่ตัณหากลับ ตอนนี้ฉันชื่อนิโคลัส ฉันไม่รู้จักคนที่ชื่อหลิวเชาเว้ย"
"ต่อให้แกกลายเป็นเถ้าถ่าน ฉันก็จำหน้าม่อๆ ของแกได้เว้ย นิโคลัสเหรอ? งั้นฉันก็คือจ้าวซื่อแล้วล่ะ"
ลอร์เรนยักไหล่ เขามองดูฝูงชนที่กำลังวุ่นวายพลางรู้สึกแปลกๆ เหมือนได้กลับมาเดินตลาดนัดในหมู่บ้าน
โชคดีที่คนส่วนใหญ่มีหูแหลมๆ ซึ่งช่วยเตือนสติให้เขารู้ว่านี่คือเกม
แต่นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในเกม เขาก็ไม่ค่อยเชื่อแล้วว่านี่จะเป็นแค่เกม
เขาไม่ได้โง่ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้โง่เช่นกัน
พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้ก้าวกระโดดแบบข้ามขั้น มันมักจะมีสัญญาณหรือเบาะแสบ่งชี้เสมอก่อนที่เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ
ทว่าเกมนี้ไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์นั้นอย่างเห็นได้ชัด ผนวกกับประสบการณ์การรับรู้สัมผัสที่สมจริงจนน่าขนลุก
เรื่องนี้ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่า 'เทคโนโลยี' เพียงอย่างเดียว คนที่รู้ย่อมเข้าใจดี
ยิ่งไปกว่านั้น... การที่ไม่มีตู้กาชาสุ่มสิบครั้งก็ถือเป็นหลักฐานมัดตัวชั้นดีเลยล่ะ
หลังจากความตื่นเต้นในตอนแรกเริ่มจางหายไป ในที่สุดเขาก็มีเวลาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว
แม้พื้นที่ห่างไกลจะถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก แต่เขาก็พอดูออกว่านี่คือหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกขนาดใหญ่
พื้นดินทำมาจากคอนกรีต... ไม่สิ นี่ไม่ใช่คอนกรีต ลานกว้างใต้ฝ่าเท้าของเขาสร้างขึ้นมาจากหินแผ่นเดียวกันทั้งแผ่นต่างหาก
แม้แต่รอยต่อที่เป็นเส้นตรงตั้งฉาก ก็ยังเป็นรอยต่อเพื่อการขยายตัวที่ถูกเว้นไว้เพื่อป้องกันไม่ให้หินแตกหักจากการขยายตัวและหดตัวเนื่องจากอุณหภูมิ
เห็นได้ชัดเลยว่าคนที่สร้างลานกว้างแห่งนี้ต้องเป็นมืออาชีพและมีฝีมือฉกาจมาก
พวกเขานำแนวคิด 'การก่อสร้างแบบเนื้อเดียว' มาใช้ได้อย่างสุดโต่งเลยทีเดียว
แม้แต่ม้านั่งหินข้างกายเขาก็ยังเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกับพื้นดิน ราวกับถูกสลักขึ้นมาจากหินก้อนเดียวกัน
แน่นอนว่าแม้แต่ฮอร์นก็ยังต้องทึ่งกับผลงานของเฟรเซอร์ เขาต้องใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะสร้างกระท่อมไม้พวกนั้นเสร็จ
ทว่าเฟรเซอร์ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยว่าสามารถนำธาตุต่างๆ มาใช้ด้วยวิธีนี้ได้ กลับเนรมิตลานกว้างแห่งนี้ขึ้นมาได้ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง เขายังได้เพิ่มลวดลายแกะสลักอันวิจิตรบรรจงลงไป ซึ่งทั้งหมดนั้นคืออักขระเวทมนตร์ที่มีคุณสมบัติในการรวบรวมพลังงานแห่งชีวิต
นี่มันหลุดโลกยิ่งกว่าคาถาดินกำแพงพสุธาของคาคาชิที่สลักหัวหมาไว้ซะอีก
ในขณะนี้ ผู้เล่นช่างสังเกตกำลังตื่นตะลึงกับฝีมือของสถาปนิกผู้สร้างหมู่บ้าน ส่วนสถาปนิกคนดังกล่าวก็กำลังยืนอยู่บนแท่นยกสูงเหนือลานกว้าง ทอดสายตามองดูเหล่าผู้เล่นด้วยความตื่นตะลึงเช่นกัน
"ปาฏิหาริย์ นี่มันต้องเป็นปาฏิหาริย์แน่ๆ ผู้คนกว่าสองร้อยชีวิตปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าข้าในพริบตา โดยที่ข้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของการร่ายเวทมนตร์เลยแม้แต่น้อย"