- หน้าแรก
- เมื่อฉันทะลุมิติมาเป็นคนไร้ค่า แต่ดันได้คุกเทพมารมาครอง
- บทที่ 4 - นามของข้าคือฉางเทียน
บทที่ 4 - นามของข้าคือฉางเทียน
บทที่ 4 - นามของข้าคือฉางเทียน
บทที่ 4 - นามของข้าคือฉางเทียน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"สวัสดีค่ะ ขอถามหน่อยได้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน" เธอเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว ปล่อยให้ผู้ชายหล่อขนาดนี้มาถูกขังในคุกน้ำได้ยังไง
ชายหนุ่มใช้ดวงตาสีอำพันเหมือนเหล้าชั้นเลิศกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า หนิงเสี่ยวเสียนอดไม่ได้ที่จะยกแขนขึ้นมากอดอกตัวเอง เพราะรู้สึกเหมือนกำลังถูกรังสีเอกซ์เรย์สแกนร่าง ยังไงซะที่นี่ก็เป็นโลกแห่งเทพเซียนนี่นา ดวงตาของหมอนี่คงไม่ได้มีฟังก์ชันมองทะลุปรุโปร่งจนเห็นตอนที่คนอื่นไม่ได้ใส่เสื้อผ้าหรอกนะ
"มนุษย์ธรรมดางั้นรึ" ไม่ผิดแน่ เสียงที่ได้ยินตรงหน้าห้องขังเมื่อกี้คือเสียงนี้แหละ
เขาต้องมองเห็นอะไรบางอย่างแน่ๆ ริมฝีปากบางถึงได้เผยอขึ้นเล็กน้อย ดูประหลาดใจนิดๆ "มนุษย์ธรรมดาเข้ามาที่นี่ได้ยังไง"
"เดี๋ยวรึ" คราวนี้เขาถึงกับขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเจอเรื่องที่เหลือเชื่อเข้าให้แล้ว ประโยคต่อมาของเขาก็ทำเอาตะลึงงัน "เจ้าถึงกับไม่มีรากวิญญาณเลยรึเนี่ย"
"ว้าว มองแวบเดียวคุณก็รู้เลยเหรอ ผู้อาวุโสของสำนักเมฆาชาดตั้งหน้าตั้งตาตรวจตั้งนานกว่าจะรู้เลยนะ" หมอนี่ดูท่าทางจะระดับเทพสุดๆ ไปเลย ว่าแต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ
"สำนักเมฆาชาดรึ มันคือตัวอะไรกัน" เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใครๆ ก็บอกว่าพวกหนุ่มเย็นชามักจะหยิ่งยโส ผู้ชายตรงหน้านี่แหละคือตัวอย่างที่ดีที่สุด
"มันคือสำนักบำเพ็ญเพียรต่างหาก ว่าแต่คุณคือใครเหรอ ทำไมถึงถูกขังอยู่ที่นี่ล่ะ คุณถูกขังมานานแค่ไหนแล้ว สถานที่ที่เหมือนคุกแห่งนี้มันมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ แล้วทำไมห้องขังที่ฉันเห็นถึงมีแต่โครงกระดูกล่ะ" เธอรัวคำถามเป็นชุดราวกับเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่ ความจริงเธอยังอยากถามอีกว่าทำไมคุณถึงยังมีชีวิตอยู่ แต่สุดท้ายก็กลั้นใจไว้ได้
สิ่งก่อสร้างที่กว้างขวางและว่างเปล่าแห่งนี้มีแต่ความลี้ลับแฝงอยู่ทุกอณู เธอจำเป็นต้องพูดคุยกับใครสักคนเพื่อขับไล่ความหวาดกลัวออกไป และจนถึงตอนนี้ เขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่นี่
เขาจ้องมองเธอแล้วกระดิกนิ้วเรียก "เข้ามาใกล้ๆ สิ แล้วข้าจะบอกเจ้า" นิ้วมือของหนุ่มหล่อช่างเรียวยาว การขยับนิ้วดูเป็นจังหวะชวนมอง ดึงดูดให้เธอเดินเหม่อลอยเข้าไปหาเขาหลายก้าว โชคดีที่เธอได้สติกลับมาทันและหยุดฝีเท้าลง
บนพื้นหินสีดำตรงหน้าปลายเท้าของเธอมีเส้นสีแดงขีดไว้ลึก สีสันสดใสจนน่าตกใจ ถ้าผู้สร้างคุกปริศนาแห่งนี้จงใจใช้วิธีนี้เพื่อเตือนผู้มาเยือนว่าการเข้าไปใกล้จะเป็นอันตราย เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ปฏิบัติตาม
น่าเสียดาย ขาดอีกแค่ก้าวเดียว ชายหนุ่มมองเส้นสีแดงนั้นเช่นกัน รูม่านตาของเขาหดแคบลง ลอบถอนหายใจในใจ
"ที่นี่คือคุกเทพมารที่สร้างโดยเทพสวรรค์ มีไว้เพื่อคุมขังเหล่าเทพทวยและปีศาจ" เขาเอ่ยปากและปลอบใจเธอเป็นครั้งแรก "เจ้าไม่ต้องกลัว ในเมื่อเจ้าเข้ามาในคุกเทพมารได้ เจ้าก็คือเจ้านายของที่นี่ ข้าทำอันตรายเจ้าไม่ได้หรอก"
หึหึ ประโยคหลังนี่ใครเชื่อก็บ้าแล้ว คุกใต้ดินสุดหลอนกับผู้ชายแปลกหน้า ถึงเขาจะหล่อและดูเท่แค่ไหน แต่มันก็ดูไม่ชอบมาพากล จุดประสงค์ก็ไม่ชัดเจน เธอไม่ใช่พวกเด็กสาวบ้าผู้ชายไร้สมองบนโลกสักหน่อย จะไปหลงกลง่ายๆ ได้ยังไง
ถึงจะพอเดาได้ลางๆ ว่าคุกขนาดใหญ่นี้ร้อยทั้งร้อยเธอคงเอามาใช้งานได้ แต่การได้รับการยืนยันจากปากเขาก็ทำให้คุณหนูหนิงพึงพอใจมากอยู่ดี แต่ว่าทำไมพวกนักโทษถึงตายกลายเป็นโครงกระดูกไปหมดแล้วล่ะ
น้ำเสียงของเขาเจือแววถอนหายใจเล็กน้อย "คุกเทพมารแห่งนี้ถูกปิดตายนานเกินไป นักโทษหลายตนจึงค่อยๆ ล้มหายตายจากไป โครงกระดูกที่เจ้าเห็นยังเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากเทพมารที่ทรงพลังตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนพวกที่อ่อนแอกว่านั้นกลายเป็นเถ้าธุลีไปนานแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยใดๆ" มิน่าล่ะตลอดทางที่เธอเดินมาถึงได้เห็นห้องขังว่างเปล่ามากมาย
"พวกเขาแก่ตายกันหมดเลยเหรอ"
เขาเผยสีหน้าเย้ยหยันออกมาเล็กน้อย "แก่ตายรึ อายุขัยของเทพมารไม่อาจเรียกว่าเป็นอมตะได้ แต่การมีชีวิตอยู่สักสามหมื่นหรือห้าหมื่นปีก็ถือเป็นเรื่องปกติ ทว่าคุกแห่งนี้จะสูบพลังชีวิตของนักโทษเพื่อหล่อเลี้ยงตัวมันเองให้ทำงานต่อไปได้ ตอนที่ประตูคุกเปิดออกยังมีพลังวิญญาณไหลเข้ามาเติมเต็มบ้าง แต่เมื่อประตูคุกถูกปิดตาย พวกเขาก็ทำได้เพียงถูกสูบพลังไปเรื่อยๆ จนสิ้นใจตายไปในที่สุด"
นั่งอยู่ที่นี่มองดูพลังชีวิตของตัวเองถูกสูบออกไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ หนิงเสี่ยวเสียนถึงกับหนาวสั่น คนสร้างคุกแห่งนี้ช่างมีจิตใจโหดเหี้ยมจริงๆ การที่สามารถสูบพลังชีวิตของเทพมารตัวจริงจนหมดเกลี้ยงได้ ที่นี่ต้องถูกปิดตายมานานมากแน่ๆ
เธอถามเสียงสั่น "คุกเทพมารแห่งนี้ถูกปิดตายมานานแค่ไหนแล้ว"
เขาชี้ไปที่นาฬิกาน้ำขนาดใหญ่และประณีตที่มุมห้อง "ดูจากการทำงานของมัน น่าจะสักสามหมื่นปีได้แล้วมั้ง"
หา เธอฟังไม่ผิดใช่ไหม สามหมื่นปี
บนโลก เสือเขี้ยวดาบสูญพันธุ์ไปไม่ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันปี มนุษย์เพิ่งรู้จักวิธีจุดไฟเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นแปดพันปีก่อน อารยธรรมมนุษย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดก็ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่พันปีเท่านั้น แต่เขา กลับใช้เวลาอันยาวนานถึงสามหมื่นปีอยู่ที่นี่ ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในคุกขนาดใหญ่นี้ เธอรู้สึกว่าแต่ละนาทีแต่ละวินาทีมันช่างผ่านไปอย่างอึดอัดและเชื่องช้า แต่เขากลับสามารถนั่งอยู่ในพื้นที่แคบๆ และมืดมิดแห่งนี้ได้นานถึงสามหมื่นปี นี่มันสัตว์ประหลาดระดับไหนกันเนี่ย
แต่ดูท่าทางเขาเป็นคนหยิ่งทะนง คงไม่โกหกเรื่องแบบนี้หรอก และที่สำคัญที่สุด สัญชาตญาณของเธอก็บอกอย่างประหลาดว่าคำพูดนี้เชื่อถือได้
เขาไม่สนใจท่าทางตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อของเธอ แล้วพูดต่อ "นามของข้าคือฉางเทียน เจ้าสามารถไปตรวจสอบได้ที่บัญชีรายชื่อตรงนั้น บนนั้นมีหมายเลขและข้อมูลของนักโทษทั้งหมด"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปตามทิศทางที่เขาชี้ ตรงนั้นมีแท่นหยกขาวขนาดเล็กตั้งอยู่จริงๆ บนนั้นมีสมุดบันทึกที่ไม่ได้ทำจากผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายวางอยู่ มันเปล่งประกายสีเงินจางๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นของวิเศษอีกชิ้นหนึ่ง ตัวอักษรที่บันทึกอยู่บนนั้นเป็นตัวอักษรโบราณแบบเดียวกับบนแหวน แต่เธอก็ยังคงอ่านมันออก
เมื่อพลิกดูหน้าแรก ชื่อแรกที่ปรากฏอยู่บนสมุดบันทึกก็คือ ฉางเทียน
เข็มของนาฬิกาน้ำเดินไปอย่างเป็นจังหวะ ฉางเทียนยังคงนั่งนิ่งอยู่ในสระน้ำโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไร ภายในพื้นที่นั้นตกอยู่ในความเงียบสงัด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เธอถึงได้ปิดบัญชีรายชื่อในมือลง แล้วถอนหายใจยาวๆ
ต่อให้เป็นคนที่ชอบอวดอ้างว่าตัวเองมีประสาทแข็งแกร่งดั่งเส้นใยเหล็ก บันทึกเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ก็ยังทำให้เธอรู้สึกวิงเวียนและไม่อาจควบคุมตัวเองได้
ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเอาชีวิตรอดจากกาลเวลาอันยาวนานขนาดนี้ได้ ฉางเทียนไม่ใช่มนุษย์จริงๆ ด้วย ตอนที่เขาถูกนำตัวมาขังไว้ ร่างที่แท้จริงของเขาคือสัตว์เทวะ งูปาเซ่อ
เธอจำได้ว่าในหนังสือคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล หมวดไห่เน่ยจิง ที่เคยอ่านผ่านตาได้เขียนไว้ว่า ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มีแคว้นปา และมีแคว้นจูเจวี่ยน มีงูดำ หัวเขียว กินช้างเป็นอาหาร ทว่าในโลกใบนี้ พลังอำนาจของงูปาเซ่อนั้นมีมากกว่านั้นหลายเท่านัก
อันที่จริงคุกเทพมารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผนึกเขาไว้ตั้งแต่แรก โซ่ที่ร้อยทะลุร่างของฉางเทียนมีชื่อว่า โซ่มัดมังกร สามารถสะกดพลังวิเศษของเขาได้ เดิมทีมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กักขังเทพมังกร น้ำพุใต้เท้าของเขาก็มีที่มาไม่ธรรมดา มันมีชื่อว่า น้ำพุสลายร่างปีศาจ สามารถสูบกลืนพลังเทวะของปีศาจให้ละลายลงไปในน้ำพุได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งปีศาจมีพลังวิเศษกล้าแกร่งมากเท่าไหร่ น้ำพุสลายร่างปีศาจก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้มันมากเท่านั้น แม้ว่างูปาเซ่อจะได้เลื่อนขั้นเป็นสัตว์เทวะแล้ว แต่เนื้อแท้ของมันก็ยังคงเป็นจอมปีศาจตัวใหญ่ แม้ว่าน้ำพุสลายร่างปีศาจจะสร้างความเสียหายให้กับฉางเทียนเพียงเล็กน้อย เปรียบเสมือนน้ำหยดลงหิน ทว่าเวลาสามหมื่นปีผ่านไป หินยังถูกสายน้ำเจาะจนเป็นรูได้ แล้วฉางเทียนล่ะ น้ำพุสลายร่างปีศาจสร้างความบาดเจ็บให้เขามากน้อยเพียงใดกัน
[จบแล้ว]