- หน้าแรก
- ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
- บทที่ 10 เข้าร่วมการคัดเลือกที่จี้เอนเตอร์เทนเมนต์
บทที่ 10 เข้าร่วมการคัดเลือกที่จี้เอนเตอร์เทนเมนต์
บทที่ 10 เข้าร่วมการคัดเลือกที่จี้เอนเตอร์เทนเมนต์
หรงรั่วเหยารู้อยู่แล้วว่าหรงอวี่เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับคำเชิญ แต่เธอก็อยากถามออกไปอยู่ดี เพื่อให้หรงอวี่รู้ถึง “ความต่าง” ระหว่างพวกเธอทั้งสอง แม้จะเป็น “คุณหนูสกุลหรง” เหมือนกัน แต่ฟ้ากับดินไม่อาจเทียบกันได้ รู้ความจริงไว้เร็วหน่อย ก็จะได้ไม่ทำตัวเป็นตัวตลกระดับล่างให้คนหัวเราะเยาะอีก
เสียงของหรงอวี่เรียบเฉย “ได้รับแล้ว”
“ไม่ได้รับก็ไม่เป็นไรหรอก แค่รายการวาไรตี้เท่านั้น อนาคตก็ยังมีอีก…”
หรงรั่วเหยาพูดไปครึ่งหนึ่งก็ชะงัก “พี่ผ่านรอบคัดเลือก?”
เสิ่นหลินชะงักมือไปเช่นกัน วันนั้นที่เธอได้ยินเสียงร้องของหรงอวี่ เธอก็รู้แล้วว่ามีโอกาสสูงที่อีกฝ่ายจะผ่าน แต่เพราะหรงอวี่ใช้มือถืออัด เสียงรบกวนก็มีมาก เธอเลยคิดว่าคณะกรรมการอาจจะกดข้ามตั้งแต่แรก ไม่คิดว่าจะโชคดีขนาดนี้
เสิ่นหลินพูดขึ้น “ไหน ๆ เธอก็ผ่านเหมือนกัน งั้นเดี๋ยวไปด้วยกันเลย…แต่เสื้อผ้าที่เธอใส่ดูไม่ค่อยเหมาะนะ จะเปลี่ยนไหม?”
หรงรั่วเหยากัดริมฝีปากเล็กน้อย เธอประเมินพี่สาวต่ำเกินไปจริง ๆ แต่รอบคัดเลือกเบื้องต้นก็ไม่ได้เข้มงวดอะไร รอบแรกของรายการต่างหากที่เป็นด่านสำคัญ ผ่านด่านนั้นถึงจะได้เข้าร่วมถ่ายทำจริง
“พี่มีชุดแสดงไหมคะ?” เธอถามต่อ “ในตู้เสื้อผ้าหนูยังมีชุดเดรสใหม่อีกหลายชุด พี่อยากลองไหม?”
หรงอวี่ก้มมองตัวเอง เธอสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบคู่หนึ่ง ไม่เห็นว่ามีอะไรไม่เหมาะสม
“ไม่เป็นไร แค่นี้ก็พอแล้ว”
เสิ่นหลินไม่พูดอะไรอีก ทั้งหมดออกจากบ้าน มีคนขับรถขับหรงอวี่จึงนั่งเบาะหน้า เสิ่นหลินกับหรงรั่วเหยานั่งด้านหลัง สองแม่ลูกคุยกันตลอดทาง
ผ่านไปราวสี่สิบนาที รถจอดหน้าอาคารจี้เอนเตอร์เทนเมนต์ พอเสิ่นหลินลงจากรถก็เจอคนรู้จักในวงการ จึงพาหรงรั่วเหยาไปรู้จักกับครูและผู้เชี่ยวชาญหลายคน
“นี่ลูกสาวฉันค่ะ ปีนี้อยู่ ม.6 เคยออกซิงเกิลมาบ้าง มีประสบการณ์นิดหน่อย ฝากช่วยดูแลด้วยนะคะ…” เธอกำลังคิดอยู่ว่าจะพาหรงอวี่มาแนะนำด้วยดีไหม แต่พอเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรงอวี่สะพายกระเป๋าเดินนำหน้าไปแล้ว
การแต่งตัวธรรมดาของเธอกลมกลืนไปกับกลุ่มผู้เข้าแข่งขัน จนมองไม่ออกว่าเป็นใคร หรงอวี่เดินเข้าประตู ทำตามป้ายบอกทางไปเซ็นชื่อ และรับป้ายหมายเลข เธออยู่ในห้องร้องเพลงที่สาม เป็นลำดับที่สิบหก การรอคิวยาวนานมาก หญิงสาวนั่งลงแล้วหยิบวารสารคณิตศาสตร์ขึ้นมาอ่าน รออยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงคิวเธอ เธอเก็บหนังสือ เดินเข้าไปในห้อง ปิดประตู วางกระเป๋า แล้วขึ้นไปบนเวที
“สวัสดีค่ะอาจารย์ทุกท่าน ฉันชื่อหรงอวี่ค่ะ…”
ในห้องมีครูสี่คน ตอนที่เธอเดินเข้ามา ครูทั้งสี่ถึงกับชะงักเล็กน้อย ผู้เข้าร่วมคัดเลือกส่วนใหญ่แต่งชุดแสดงเต็มตัว แต่งหน้าอย่างประณีต ทว่าเด็กสาวคนนี้กลับใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ หน้าสด ไม่มีเครื่องสำอางแม้แต่นิดเดียว แต่ใบหน้าของเธอสวยโดดเด่นโดยธรรมชาติ ต่อให้ไม่แต่งหน้าก็ทำให้คนจำได้ทันที ที่สำคัญกว่านั้น เธอมีท่าทีผ่อนคลาย ดูสบาย ๆ ราวกับไม่ใช่สถานการณ์ที่ควรจะกดดัน
“เธอเลือกเพลงที่ตัวเองคุ้นเคยสักเพลง ร้องตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่ต้องใช้ดนตรีก็ได้”
หรงอวี่ไล่เพลงในหัวครู่หนึ่ง เพลงของยุคนี้เธอไม่คุ้นมากนัก จึงเลือกเพลงจากยุคของเธอแทน
หญิงสาวเลือกได้อย่างรวดเร็ว หลังเคลียร์คอหนึ่งครั้ง เธอก็เริ่มเปล่งเสียงร้อง ท่วงทำนองเพลงที่มีกลิ่นอายแบบโบราณคลาสสิกไหลออกมาจากลำคอของเธอ สงบ ลุ่มลึก แฝงเสน่ห์แบบศิลปะตะวันออก…ครูทั้งสี่คนมีสีหน้าตกตะลึง ยากจะเชื่อว่าเด็กสาวอายุสิบแปดจะร้องเพลงแบบนี้ออกมาได้
“เธอน่าจะเป็นคนนั้น…ที่ส่งคลิปผ่านมือถือในรอบคัดเลือกเบื้องต้น”
“ทั้งที่เสียงรบกวนเยอะขนาดนั้น เสียงเธอยังทะลุออกมาได้ แบบนี้ถ้าฟังสดยิ่งไม่ธรรมดา คุณภาพเสียงดีมากจริง ๆ”
“แต่เธอร้องสองเพลงเป็นเพลงยุคสาธารณรัฐหมดเลย ไม่รู้ว่าถ้าเป็นเพลงป๊อปจะไหวหรือเปล่า”
“แค่มีพื้นฐานก็พอ จะร้องแนวไหนก็ไม่ยากหรอก…”
ทันใดนั้น ไฟเขียวทั้งสี่ดวงสว่างขึ้นพร้อมกัน หรงอวี่เอ่ยขอบคุณ สะพายกระเป๋าเดินออกมา
พอถึงโถงด้านนอก เธอก็เห็นกลุ่มเด็กผู้หญิงรายล้อมหรงรั่วเหยาอยู่
“เธอคือเหยาเหยาใช่ไหมคะ? ที่มักรับบทเป็นลูกสาวบ่อย ๆ นั่นแหละ?”
“ฉันจำได้ เธอเคยร้องเพลงเด็กภาษาอังกฤษสองสามเพลง เสียงเธอเพราะมากเลยนะ”
“ถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ?” หรงรั่วเหยายิ้มหวาน ถ่ายรูปกับผู้เข้าแข่งขันหลายคน
พอเห็นหรงอวี่เดินออกมา หรงรั่วเหยารีบขอโทษพวกเด็กผู้หญิง แล้วเดินเข้ามาหา พร้อมรอยยิ้ม
“แล้วของพี่ล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง?”
เสิ่นหลินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เสี่ยวอวี่ผ่านรอบแรกแล้ว”
เธออยู่ในวงการเพลง รู้จักกรรมการหลายคน พอเห็นรายชื่อ เธอก็เห็นชื่อของหรงอวี่ทันที
ลูกเลี้ยงคนนี้ผ่านรอบแรกได้จริง ๆ ทำเอาเธอแปลกใจอยู่ไม่น้อย หรงรั่วเหยาก็อึ้งเช่นกัน
รอบคัดเลือกพื้นฐาน ขอแค่เสียงดีหน่อยก็จะได้รับการเชิญ แต่รอบคัดเลือกครั้งนี้ จำกัดผู้เข้าแข่งขันอย่างเข้มงวดไว้เพียง 88 คนเท่านั้น
ครูสี่คน ถ้าเป็นไฟแดงสี่ดวงคือตกรอบทันที สามหรือสองดวงเข้ารอบรอเรียก ส่วนไฟเขียวครบทุกดวง จะประกาศผ่านรอบแรกในที่นั้นทันที เธอได้ไฟเขียวสี่ดวงเพราะตัวเองก็เก่ง อีกทั้งแม่ของเธอก็ช่วยประสานให้ด้วย แล้ว หรงอวี่ มีอะไรพิเศษกันแน่ถึงเข้ารอบได้?
“พวกเธอสองคนผ่านรอบแรกพร้อมกัน ถือว่าเป็นข่าวดีนะ” เสิ่นหลินตั้งสติได้รวดเร็ว แล้วยิ้มออกมา “ฉันเตรียมงานฉลองไว้แล้ว ญาติๆก็มากันหมด ไปด้วยกันเถอะนะ”
หรงอวี่ดูเวลาแวบหนึ่ง “ไม่ล่ะคะ ฉันมีธุระ” เธอต้องไปที่ฝูหรงจวงหยวนเพื่ออยู่กับลูกชาย
แล้วเธอก็หมุนตัวเดินออกไปทันที
หรงรั่วเหยาถามว่า “แม่คะ ที่จริงครูพวกนั้นรู้หรือเปล่าว่าเธอเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลหรง เลยให้ไฟเขียวทั้งหมด?”
เสิ่นหลินขมวดคิ้ว “หรือพ่อเธอจะเป็นคนติดต่อไว้…แต่ไม่สำคัญหรอก ถึงเสียงพื้นฐานเธอจะไม่แย่ แต่เทียบกับลูกไม่ได้เลย ลูกมีชื่อเสียงอยู่แล้ว มีแฟนคลับด้วย ไม่ต้องไปใส่ใจกับคนที่ไม่น่าสนใจหรอก”
หรงรั่วเหยาพยักหน้า “หนูรู้แล้วค่ะ”
สุดสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันจันทร์ พอไปถึงโรงเรียน หรงอวี่ก็เห็นนักเรียนกลุ่มใหญ่รายล้อมหรงรั่วเหยาอยู่หน้าโรงเรียน
“ได้ยินมาว่าเธอผ่านรอบคัดเลือกของรายการประกวดที่จี้เอนเตอร์เทนเมนต์กำลังทุ่มโปรโมตอยู่ ถ้าไปถึงรอบสุดท้าย ก็จะได้เดบิวต์เป็นวงเลยนะ!”
“ทั้งเรียนเก่ง ทั้งหน้าตาดี อีกไม่นานเป็นนักร้องดังอีก โอ๊ย อิจฉาจะตายอยู่แล้ว”
“แถมยังมีคู่หมั้นหล่อๆอย่างซ่งหวยด้วย นี่มันคู่หวานเก่งทั้งสายศิลป์สายวิทย์เลยนะ!”
“บ้านสกุลหรงกับบ้านสกุลซ่งก็รวยมาก คนเรานี่เทียบกันแล้วช้ำใจจริง ๆ…”
แม้จะถูกชมรัวๆ หรงรั่วเหยายังคงยิ้มหวานไม่เปลี่ยน
หรงอวี่ย่นคิ้วเดินผ่านไปทางด้านข้าง ในหัวเธอกำลังคำนวณตัวเลขบางอย่างอย่างรวดเร็ว แต่ผลที่ได้กลับผิดเพี้ยนเล็กน้อย…พอเดินใกล้ถึงห้องเรียน แก้วชานมก็ถูกยื่นมาตรงหน้า
“เจ้าหญิงครับ เชิญดื่มชานม”
จี้โจวเย่ทำท่าทางสุภาพบุรุษ ผายมือทำท่าเชิญอย่างเว่อร์ ๆ
หรงอวี่: “……”