- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 30 - ศิลปะแห่งการล่อหลอก
บทที่ 30 - ศิลปะแห่งการล่อหลอก
บทที่ 30 - ศิลปะแห่งการล่อหลอก
บทที่ 30 - ศิลปะแห่งการล่อหลอก
นี่คือพืชเหนือสามัญที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เฉินโม่เคยเจอมา! และความแข็งแกร่งของบุปผาจักรพรรดิเหมันต์ล้วนแลกมาด้วยซากศพที่กองพะเนินอยู่รอบตัวมัน!
แต่เฉินโม่ไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
อาวุธที่น่ากลัวที่สุดของมันคือ "กลิ่นมายา" ที่ล่อลวงเหยื่อให้เดินเข้าสู่กับดักมรณะโดยไม่รู้ตัว
แต่ตอนนี้เขารู้ทันมันแล้ว
แถมมันยังมีจุดอ่อนร้ายแรงตามธรรมชาติของพืช คือ ขยับไปไหนไม่ได้
เฉินโม่แกล้งทำเป็นว่าโดนพิษกลิ่นหอมมอมเมา เดินโซซัดโซเซเข้าไปหาเจ้าดอกไม้ยักษ์
พอเข้าระยะ 10 เมตร
เกสรของบุปผาจักรพรรดิเหมันต์ก็พุ่งออกมาเหมือนหนวดปลาหมึก หมายจะรวบตัวเฉินโม่
วินาทีนั้นเอง
"โฮก!!"
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทระเบิดออก
คลื่นเสียงอัดกระแทกจนเกิดสุญญากาศรอบตัวเฉินโม่ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลซัดสาดออกไปรอบทิศทางราวกับคลื่นสึนามิ
ภายใต้แรงอัดของคลื่นเสียง เกสรที่เพิ่งยืดออกมาถึงกับสั่นระริก
มันตกใจจนสะดุ้งโหยง เหมือนหอยทากโดนเกลือ รีบหด "หนวด" กลับไปทันที
แต่ไม่นาน มันก็ตั้งสติได้ เกสรนับร้อยเส้นฝ่าคลื่นเสียงออกมา ฟาดใส่เฉินโม่ราวกับแส้เหล็ก!
[แส้น้ำแข็ง]
เฉินโม่เปิดโหมด [สิงโตนักซิ่ง] ดีดตัวถอยฉากออกมาที่ระยะ 30 เมตรอย่างรวดเร็ว
เพียะ! เพียะ!
เกสรฟาดลงบนพื้นหิมะอย่างรุนแรงจนหิมะฟุ้งกระจาย
เฉินโม่ยืนดูเงียบๆ กะระยะโจมตีสูงสุดของมัน
ดูเหมือนจะไปได้ไกลสุดแค่มือเดียว... ไม่ถึง 10 เมตรด้วยซ้ำ
"สั้นจู๋..."
งั้นก็หวานหมู เฉินโม่ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด รวบรวมพลังปราณ แล้วซัด [พายุหิมะ] ใส่ใจกลางดอกไม้เต็มๆ
ลมพายุหมุนคว้านเกล็ดน้ำแข็งคมกริบ เข้าเชือดเฉือนเกสรและลำต้นของมัน
เสียงปะทะดังติ๊งตังเหมือนเหล็กกระทบกัน
ตอนแรกเฉินโม่กะว่าพายุหิมะจะตัดเกสรพวกนั้นขาดกระจุย
แต่พอดูดซับพลังน้ำแข็งเข้าไป เกสรนุ่มนิ่มพวกนั้นกลับแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ใบมีดน้ำแข็งทำได้แค่รอยบิ่นเล็กๆ เท่านั้น
เมื่อรู้ตัวว่าเจอของแข็ง บุปผาจักรพรรดิเหมันต์ก็รีบหดเกสรกลับไปรวมกันตรงกลาง แล้วหุบกลีบดอกสีแดงฉานเข้ามาห่อหุ้มตัวเองจนกลายเป็นลูกบอลกลมดิก
ใบมีดน้ำแข็งจากพายุฟันลงบนกลีบดอกยักษ์ ไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย!
เห็นแบบนั้น เฉินโม่ก็ไม่ได้ร้อนใจ
พวกมอนสเตอร์สายพืชที่ขาตายแบบนี้ รับมือง่ายจะตาย
แค่ต้องรู้จัก "ล่อหลอก"
เขาเดินเข้าไปจ่อหน้าดอกไม้ที่หุบสนิท แล้วแหกปากคำรามใส่
โฮก!!!
คลื่นเสียงทะลุผ่านกลีบดอกเข้าไป ทำเอาเจ้าดอกไม้สะดุ้งเฮือกอีกรอบ
พริบตาถัดมา มันก็คลั่งแตก เกสรพุ่งออกมาเป็นแส้น้ำแข็งนับร้อย ระดมฟาดใส่เฉินโม่เหมือนพายุฝน
เฉินโม่ถอยหลังกรูด กลับมายืนที่ระยะปลอดภัยพอดีเป๊ะ
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงแส้ฟาดพื้นดังสนั่น
แต่ดาเมจที่ทำกับเฉินโม่คือ... 0
พอรู้ว่าตีไม่ถึง บุปผาจักรพรรดิเหมันต์ก็หดเกสรกลับไปอีก
การคงสภาพแส้น้ำแข็งไว้นานๆ มันเปลืองมานานะเว้ย!
"สนุกแฮะ"
เฉินโม่เริ่มจับทางได้
เจ้าดอกไม้นี่ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ แถมยังมีนิสัยเหมือนต้นไมยราบ
ไมยราบแตะแล้วหุบ เจ้านี่ตะโกนใส่แล้วคลั่ง
พอมันหดเกสรกลับไป เฉินโม่ก็เข้าไป "ตะโกนอัดหน้า" อีกรอบ
สกิลสิงโตคำรามของเขาไม่ต้องใช้มานา จะตะโกนทั้งวันก็ยังไหว
โฮก!
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
โฮก!
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
พอมันหด เฉินโม่ก็เข้าไปคำราม พอมันฟาดสวนมา เขาก็ถอย
ล่อหลอกไปมาอย่างเมามัน
ภายใต้การก่อกวนด้วยเสียงคำรามไม่หยุดหย่อน กลีบดอกและเกสรของมันเริ่มเหี่ยวเฉาลงอย่างเห็นได้ชัด
ความจริงถ้าจะบวกกันซึ่งๆ หน้า เฉินโม่ก็น่าจะชนะ
แต่คงเจ็บตัวบ้าง
เฉินโม่ยึดคติ "เพลย์เซฟ"
ถ้าชนะได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ ก็ต้องเลือกวิธีนั้นอยู่แล้ว
10 นาทีผ่านไป
เฉินโม่สังเกตเห็นว่าค่าพลังต่อสู้ของมันร่วงลงมาเหลือไม่ถึง 80
สงสัยพลังปราณธาตุน้ำแข็งจะหมดถังแล้ว
เรียกง่ายๆ ว่า "หมดก๊อก"
พอเกสรพุ่งเข้ามาหาเขาอีกรอบ เฉินโม่ก็เห็นว่ามันดูอ่อนระโหยโรยแรง แถมเกล็ดน้ำแข็งที่เคลือบอยู่ก็หายไปแล้ว!
จังหวะนี้แหละ! เขากระโจนสวนเข้าไป กรงเล็บเคลือบไอเย็นตะปบฉับเดียว ตัดเกสรขาดกระจุย!
บุปผาจักรพรรดิเหมันต์: ???
เล่นตอดมาตั้งนาน จู่ๆ บทจะบวกก็บวกเลยดิ!?
น้ำยางสีแดงสดเหมือนเลือดไหลทะลักออกมาจากรอยตัด มันเจ็บจนสะท้าน อยากจะหดหนวดหนี แต่เฉินโม่ไม่เปิดโอกาสให้ทำแบบนั้น เขาพุ่งเข้าไปเกาะติดหน้าดอกไม้ แล้วระดมกรงเล็บขย้ำใส่เกสรตรงกลางอย่างบ้าคลั่ง
มันพยายามจะหุบกลีบดอกป้องกัน แต่สิงโตยักษ์ตัวนี้เร็วกว่ามาก!
ยังไม่ทันได้หดหนวด เขาก็ถึงตัวแล้ว!
เลือดสาดกระเซ็น!
ไม่นาน กลีบดอกยักษ์ก็ทิ้งตัวห้อยตกลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง สัญญาณชีพดับวูบ
เฉินโม่รอจนหน้าต่างสถานะของมันหายไป ถึงได้หยุดมือ
"โฮก!" (ผู้ที่รุกรานฝูงสิงโต ต้องชดใช้ด้วยเลือด!)
เฉินโม่มองไปที่ฝูงสิงโตด้วยแววตาสงบนิ่ง แล้วคำรามประกาศก้อง
ตอนนี้สิงโตในฝูงเริ่มมีสติปัญญา เขาต้องสร้างค่านิยมและความภักดีต่อฝูงให้พวกมัน
"โฮก!" (ผู้ที่รุกรานฝูงสิงโต ต้องชดใช้ด้วยเลือด!)
...
ทันใดนั้น เสียงคำรามตอบรับก็ดังระงมไปทั่วทุ่งหิมะ
ตัวที่ตะโกนดังที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าขุนศึกนั่นเอง
หลังจากปลุกใจลูกน้องเสร็จ เฉินโม่ก็เริ่มลงมือสวาปามกิ่งก้านและเกสรของบุปผาจักรพรรดิเหมันต์
ถึงจะเป็นพืช แต่มันก็เป็นถึงสัตว์เหนือสามัญขั้นกลาง พลังงานที่สะสมไว้ย่อมไม่ธรรมดา
กัดเข้าไปคำหนึ่ง น้ำยางสีแดงก็ทะลักออกมา
ชุ่มฉ่ำ
รสชาติของมันดีเกินคาด เหมือนกินเลือดสดๆ ที่หวานหอม
ที่สำคัญ พอกลืนลงท้องไป เฉินโม่สัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อและกระดูกกำลังถูกเสริมแกร่งขึ้น
พอกินหมด เฉินโม่พบว่าค่าพละกำลังและความอึดเพิ่มขึ้นอย่างละ 1 แต้ม ส่วนค่าจิตวิญญาณเพิ่มมาถึง 5 แต้ม!
กินอะไรบำรุงอย่างนั้นจริงๆ
พลังปราณในแก่นปีศาจเพิ่มขึ้น 89 หน่วย เฉพาะส่วนแก่นกลางของดอกไม้นี้ให้ไปตั้ง 62 หน่วย
ถือว่าคุ้มค่าเหนื่อย
"จี๊ด!"
พอเห็นเฉินโม่กินเสร็จ เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งก็วิ่งจู๊ดเข้าไปที่ซากดอกไม้ แล้วเริ่มขุดดินยิกๆ เหมือนเดิม
"หรือว่า..."
เห็นแบบนี้ เฉินโม่ก็ปิ๊งไอเดีย
หรือว่าพวกพืชเหนือสามัญนี่ เวลาตายจะดรอปเมล็ดทุกตัว!?
และก็เป็นไปตามคาด วินาทีถัดมาเจ้าขาวก็ขุดเอาเมล็ดสีแดงเพลิงเหมือนลูกไฟขึ้นมา
[เมล็ดบุปผาจักรพรรดิเหมันต์]
[กำลังดูดซับพลังปราณธาตุน้ำแข็งอย่างช้าๆ จะบานอีกครั้งในอีก 1056 วัน]
[หากรดด้วยพลังปราณธาตุน้ำแข็ง จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้]
น่าเสียดายที่วงจรชีวิตของมันยาวนานเกินไป กว่าจะโตจนออกดอกได้ เฉินโม่คงเลิกสนใจของระดับนี้ไปแล้ว
"จี๊ด!"
เจ้าขาวคาบเมล็ดสีแดงมาวางตรงหน้าเฉินโม่ แล้วยืนยืดอกเท้าเอว
ทำหน้าเหมือนจะบอกว่า หนูเก่งมั้ยล่ะเจ้านาย ชมหนูสิ!
เฉินโม่หลุดยิ้มออกมา
"เจ้าขาวนี่มันตลกดีแฮะ"
[จบตอน]