- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 29 - บุปผาจักรพรรดิเหมันต์
บทที่ 29 - บุปผาจักรพรรดิเหมันต์
บทที่ 29 - บุปผาจักรพรรดิเหมันต์
บทที่ 29 - บุปผาจักรพรรดิเหมันต์
หลังจากเลื่อนระดับเป็นเหนือสามัญขั้นกลาง เฉินโม่ได้รับสิทธิ์ในการแชร์ภารกิจวินัยให้พี่สาวได้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง
คิดไปคิดมา สุดท้ายเฉินโม่ก็เลือก [สิงโตคำราม]
ตอนนี้เขาแชร์ได้แค่ภารกิจระดับสีขาว และในบรรดาฉายาสีขาวที่เขามี [สิงโตคำราม] ดูจะมีประโยชน์สูงสุดแล้ว
นอกจากนี้ การเลื่อนระดับครั้งนี้ยังมอบ [บัตรทดลองวินัย] ให้เขาอีกหนึ่งใบ
สรรพคุณของมันคือ...
เขาสามารถเลือกภารกิจวินัยที่กำลังทำอยู่ แล้วรับผลของฉายานั้นล่วงหน้ามาลองใช้ได้เป็นเวลา 30 นาที
"โฮก~" (เจ๊ วันนี้เริ่มฝึกคำรามกันนะ! เหมือนที่ฉันเคยทำ ต้องคำรามให้ได้วันละ 1000 ครั้ง แต่ละครั้งต้องใส่สุดเสียง เดี๋ยวฉันคุมเอง)
หลังจากกดแชร์ภารกิจ เฉินโม่ก็หันไปคำรามบอกเอลซ่า
คำรามซะ! พี่สาว!
"โฮก!"
เอลซ่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างจริงจัง
นางรู้ดีว่าน้องชายของนางไม่ใช่สิงโตธรรมดา เขามีความลับซ่อนอยู่
ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเหนือแสง การกินปุ๊บเก่งปั๊บ หรือเสียงคำรามสังหารนั่น...
พลังพิเศษพวกนั้นดูเหมือนจะได้มาจากการฝึกฝนแปลกๆ บางอย่าง
และตอนนี้ น้องชายกำลังจะสอนวิชานั้นให้นาง!
ถึงเอลซ่าจะไม่เข้าใจที่มาที่ไป แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัย
น้องชายไม่มีวันทำร้ายนางอยู่แล้ว!
คิดได้ดังนั้น เอลซ่าก็ลากซากหมาป่าทั้ง 8 ตัวมารวมกองตรงหน้าเฉินโม่ แล้วคำรามเบาๆ
"โฮก~" (งั้นพี่กินก่อนนะ~)
ว่าแล้วนางก็ลงมือฉีกเนื้อกินอย่างมูมมาม ผลของ [สิงโตจอมตะกละ] ทำให้นางเจริญอาหารสุดๆ แถมความรู้สึกที่ยิ่งกินยิ่งแกร่งนี่มันฟินอย่าบอกใคร
เฉินโม่ลองชิมเนื้อจ่าฝูงหมาป่าไปคำหนึ่ง แต่ก็พบว่าความรู้สึกเลือดลมสูบฉีดแบบตอนแรกๆ มันหายไปแล้ว
ดูเหมือน [สิงโตจอมตะกละ] จะมาถึงทางตันอีกรอบ ถ้าอยากอัปเกรดร่างกายต่อ คงต้องหาเนื้อสัตว์เหนือสามัญระดับสูงกว่านี้กิน
ดังนั้น เฉินโม่เลยหยุดกิน ยกซากหมาป่าที่เหลือให้เอลซ่าทั้งหมด
หมาป่ากระจอกพวกนี้ให้พลังปราณเขาได้แค่ 2-3 หน่วย สู้ให้เอลซ่ากิน หรือเอาไปฝากพวกที่บ้านดีกว่า
ในฝูงยังมีแม่สิงโตกับลูกสิงโตอีกหลายตัวที่ยังไม่ตื่นรู้ ขืนช้ากว่านี้ พวกมันอาจจะทนความหนาวไม่ไหว
ได้เวลากลับบ้านแล้ว
วันนี้ภารกิจ [สิงโตติดน้ำซ่า] เขายังไม่ได้ทำเลยด้วย!
ขณะที่เฉินโม่กำลังจะออกเดิน เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งก็ร้องจี๊ดจ๊าดขึ้นมา แล้ววิ่งไปที่จุดที่ต้นผลทรายเหมันต์เคยตั้งอยู่ ก่อนจะเริ่มขุดดินอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากเฉินโม่กินผลไม้หมด ต้นผลทรายเหมันต์ก็เหี่ยวเฉาลงในพริบตา ลำต้นและกิ่งก้านที่เป็นผลึกแก้วแตกร้าวละเอียด แล้วสลายกลายเป็นผงหายไปในอากาศ
ไม่นาน เจ้าขาวก็ขุดเอาเมล็ดสีใสขนาดเท่าพุทราจีนขึ้นมาจากดิน
เฉินโม่เพ่งมอง ข้อมูลของเมล็ดพันธุ์ก็ปรากฏขึ้น
[เมล็ดผลทรายเหมันต์]
[กำลังดูดซับพลังปราณธาตุน้ำแข็งอย่างช้าๆ จะออกดอกออกผลอีกครั้งในอีก 420 วัน]
[หากปลูกในที่ที่มีพลังปราณหนาแน่น หรือรดด้วยพลังปราณธาตุน้ำแข็ง จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้]
"โฮก!" (เจ้าขาว เจ๋งมาก!)
เมล็ดนี่ไม่มีไอพลังแผ่ออกมาเลย ถ้าไม่ใช่เพราะจมูกไวๆ ของเจ้าขาว เฉินโม่คงเดินข้ามไปแล้ว
"จี๊ด!"
พอกลับมาถึงฝูง เฉินโม่ก็พบว่าบรรยากาศในฝูงดูเงียบเหงาผิดปกติ
บนตัวของเจ้าขุนศึกและแม่สิงโตหลายตัวมีรอยแผลเหวอะหวะยาวเป็นคืบ ซานฉีกำลังวิ่งวุ่นใช้พลังรักษาให้พวกมันอยู่
ที่สำคัญ มีแม่สิงโตหายไปหนึ่งตัว
"โฮก?" (เกิดอะไรขึ้น?)
เฉินโม่ขมวดคิ้ว คำรามถามเจ้าขุนศึกเสียงเข้ม
"โฮก!" (ท่านราชา ข้าไร้ความสามารถเอง)
เจ้าขุนศึกก้มหัวสารภาพผิด แล้วเริ่มเล่าเรื่องราว
ระหว่างที่เฉินโม่ไม่อยู่ เจ้าขุนศึกก็พาฝูงออกไปล่าเหยื่อในอีกโซนหนึ่งของเทือกเขาหิมะ
ระหว่างทาง พวกมันได้กลิ่นหอมประหลาดลอยมาตามลม เหมือนกลิ่นผลไม้สุก
กลิ่นนั้นหอมยั่วน้ำลายมาก เจ้าขุนศึกเลยนำฝูงตามกลิ่นไป
แล้วพวกมันก็ไปเจอต้นไม้ประหลาดที่มีใบสีแดงสดเหมือนไฟ บนต้นมีผลไม้สีแดงคล้ายแอปเปิ้ลห้อยอยู่เต็มไปหมด
กลิ่นหอมและพลังปราณเข้มข้นที่แผ่ออกมา ทำให้พวกมันนึกว่าเจอ "โอสถทิพย์" เข้าให้แล้ว
เจ้าขุนศึกตั้งใจจะเก็บกลับมาถวายเฉินโม่ แต่พอเข้าไปใกล้ ต้นไม้นั้นก็กลายร่าง!
มันเปลี่ยนเป็นดอกไม้ยักษ์กินคน!
เกสรของมันยืดออกมาเหมือนหนวดปลาหมึก รัดแม่สิงโตที่อยู่ใกล้ๆ แล้วลากเข้าไปในดอก
เพื่อช่วยแม่สิงโต เจ้าขุนศึกนำทีมบุกเข้าไปสู้ตาย
รอยแผลบนตัวก็ได้มาจากหนวดพวกนั้นแหละ เห็นนิ่มๆ แต่มีหนามแหลมคมกริบ
น่าเศร้าที่สุดท้ายก็ช่วยไม่ทัน แม่สิงโตตัวหนึ่งถูกลากเข้าไปในดอกไม้แล้วโดนกลืนหายไป
เห็นแม่สิงโตตัวอื่นบาดเจ็บหนัก เจ้าขุนศึกเลยไม่กล้าสู้ต่อ รีบพาฝูงถอยกลับมารอเฉินโม่
"โฮก!"
เฉินโม่พยักหน้า รับรู้เรื่องราว
เจ้าดอกไม้ปีศาจนั่นต้องเป็นพืชเหนือสามัญแน่ๆ
ยุคนี้พืชกลายพันธุ์เป็นนักล่าไม่ใช่เรื่องแปลก
"โฮก!"
หลังจากฝังเมล็ดผลทรายเหมันต์ลงในดินเขตที่อยู่แล้ว เฉินโม่ก็คำรามเรียกฝูง เตรียมยกทัพไป "ล้างแค้น"!
ยกเว้นแม่สิงโตสามตัวที่ต้องอยู่เฝ้าลูกน้อย สิงโตที่เหลือทั้งหมดเคลื่อนขบวนตามราชสีห์หนุ่มออกไปอย่างฮึกเหิม
จุดที่ดอกไม้กินสิงโตอยู่ไม่ไกลจากรังเท่าไหร่ แค่ไม่ถึง 50 กิโลเมตร
พอเข้าใกล้ระยะ 15 กิโลเมตร เฉินโม่ก็ได้กลิ่นหอมเอียนๆ ลอยมา
ที่ระยะ 10 กิโลเมตร เฉินโม่มองเห็นเจ้าดอกไม้นั่น
สภาพเหมือนที่เจ้าขุนศึกเล่าเป๊ะ
ใบไม้สีแดงเหมือนใบเมเปิ้ล ผลไม้สีแดงสดส่งกลิ่นหอม
เหมือนโอสถทิพย์ไม่มีผิด
แต่เฉินโม่รู้แล้วว่านั่นคือกับดัก
เขาเพ่งมองไปที่ต้นไม้สีแดง
ไม่นาน มันก็เผยร่างจริงให้เห็น
มันคือดอกไม้ยักษ์สีแดงสดสูงกว่า 5 เมตร!
กลีบเลี้ยงสีเลือดที่มีหนามแหลมล้อมรอบเกสรที่อัดแน่นกันเป็นก้อนกลม ดูเหมือนปากขนาดมหึมาที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ดูชั่วร้ายสุดๆ
รอบๆ ดอกไม้นั้น มีโครงกระดูกสัตว์น้อยใหญ่กองพะเนินจนเกือบจะเป็นภูเขาย่อมๆ!
ชัดเจนว่ามีสัตว์จำนวนนับไม่ถ้วนที่หลงกลิ่นหอมมาตายที่นี่เหมือนแม่สิงโตตัวนั้น
พร้อมกันนั้น ข้อมูลของมันก็ปรากฏขึ้นในสายตาเฉินโม่
[บุปผาจักรพรรดิเหมันต์]
[ระดับ: เหนือสามัญขั้นกลาง]
[ความอึด: 29]
[ความเร็ว: 3]
[พละกำลัง: 12]
[จิตวิญญาณ: 35]
[ความสามารถ: กลิ่นมายา, แส้น้ำแข็ง]
[พลังการต่อสู้โดยรวม: 185~240]
[จบตอน]