เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - โอสถทิพย์อุบัติ

บทที่ 26 - โอสถทิพย์อุบัติ

บทที่ 26 - โอสถทิพย์อุบัติ


บทที่ 26 - โอสถทิพย์อุบัติ

"โฮก~" (แน่นอน!)

เฉินโม่คำรามต่ำ พยักหน้ายืนยัน

"จี๊ด!" (สรรเสริญท่านราชา!)

ได้รับรางวัล เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งก็ก้มกราบเฉินโม่รัวๆ เหมือนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

แต่มันไม่ได้ดื่มเอง มันประคองกระป๋องโคล่าวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาเอลซ่า แล้วรวบรวมพลังน้ำแข็งไว้ที่เล็บจิ๋ว เจาะรูกระป๋องอย่างทุลักทุเล

"จี๊ด!"

เจ้าขาวยื่นโคล่าที่เปิดแล้วให้เอลซ่า

เอลซ่าไม่ปฏิเสธน้ำใจของเจ้าตัวเล็ก นางเองก็อยากรู้อยากเห็น "น้ำดำ" ที่น้องชายอุตส่าห์ไปขนมาจากโลกมนุษย์เหมือนกัน เลยลองแลบลิ้นเลียดู

แล้วนางก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

จากนั้น เจ้าขาวก็ทยอยเอา "น้ำซ่าพาเพลิน" ไปแจกจ่ายให้สิงโตตัวอื่นๆ

พวกสิงโตน้ำแข็งส่วนใหญ่ไม่ค่อยชินกับรสชาติแปลกๆ นี้ แต่ก็แสร้งทำหน้าฟิน

ก็แหม... ของรางวัลจากจ่าฝูงเชียวนะ!

โดยเฉพาะเจ้าขุนศึก หน้าโหดๆ ของมันแสดงออกถึงความปลาบปลื้มดีใจจนออกนอกหน้า

เห็นแล้วเฉินโม่รู้สึกว่ามันเล่นใหญ่ไปหน่อย...

เจ้าขุนศึก: ผมอยากก้าวหน้าครับลูกพี่!

เห็นเจ้าขาวเที่ยวไล่แจกโคล่า เฉินโม่ก็มองอย่างครุ่นคิด

เจ้าขาวเลือกแจกเฉพาะสิงโตที่ตื่นรู้แล้วเท่านั้น

แถมลำดับการแจกยังเรียงตามความอาวุโสและตำแหน่งในฝูงเป๊ะๆ

"ไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นหนูสังคมจัดขนาดนี้นะเนี่ย!"

พอแจกครบ เจ้าขาวถึงจะรีบจิบโคล่าส่วนของตัวเอง ทันทีที่น้ำซ่าๆ เข้าปาก ฟองแก๊สก็ระเบิดในกระพุ้งแก้ม ทำเอามันตื่นเต้นจนวิ่งวนรอบตัวเองเป็นลูกข่าง

"จี๊ดๆ!"

อร่อยจนต้องหมุนตัว~

เห็นแบบนั้น เจ้าขุนศึกก็จดจำไว้ในใจ

อ๋อ... แสดงออกว่าอร่อยต้องทำแบบนี้นี่เอง!

จดๆๆ

"ท่านราชาสิงโต เนื้อย่างได้ที่แล้วครับ"

เสียงซานฉีดังขัดจังหวะขึ้นมา

เขากลับมาถึงก็จัดการตั้งเตา ก่อไฟ ย่างเนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งที่กินเหลือจากมื้อก่อน

เฉินโม่ได้กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยมาเตะจมูก

เขาไม่ได้กินของสุกมานานมากแล้ว รู้สึกคิดถึงรสชาตินี้จับใจ เลยรีบงับเข้าปากคำโต

เนื้อย่างร้อนๆ หอมกลิ่นเครื่องเทศ สำหรับลิ้นสิงโตในตอนนี้ ต้องบอกเลยว่าสวรรค์ชัดๆ

[นายชื่ออะไร?]

เฉินโม่เขียนถามบนหิมะ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองพี่มืด

"ซานฉีครับ ท่านราชาสิงโต ผมชื่อซานฉี!"

ซานฉีรีบรายงานตัว

เฉินโม่พยักหน้า แล้วฉีกเนื้อละมั่งย่างชิ้นเล็กๆ โยนไปให้ซานฉี

"ขอบคุณครับท่านราชา!"

ซานฉีตาเป็นประกาย

เห็นภาพนี้ ผู้พันอ้วนกับเหล่าหวังคนขับรถได้แต่อิจฉาตาร้อน

นั่นมันเนื้อสัตว์เหนือสามัญนะโว้ย!

กินแล้วเพิ่มโอกาสปลุกพลังพิเศษได้!

ถ้ารู้ว่ามีรางวัลแบบนี้ เมื่อกี้พวกเขาน่าจะเสนอหน้าไปช่วยซานฉีย่างเนื้อซะก็ดี!

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์

อุณหภูมิบนทุ่งหญ้าลดต่ำลงเรื่อยๆ หิมะที่ตกหนักไม่ขาดสายเปลี่ยนทุ่งหญ้าให้กลายเป็นโลกน้ำแข็งโดยสมบูรณ์

เป็นไปตามที่เฉินโม่คาด พืชพรรณส่วนใหญ่ล้มตายเพราะความหนาวเย็น

แต่ก็มีพืชบางส่วนที่กลายพันธุ์ วิวัฒนาการหลังจากดูดซับพลังปราณธาตุน้ำแข็ง นอกจากจะรอดตายแล้ว ยังเติบโตงอกงามผิดหูผิดตา

หญ้าต้นเล็กๆ ที่เคยสูงไม่กี่เซน พอกลายพันธุ์ก็สูงท่วมหัวเกือบครึ่งเมตร

พวกต้นไม้ยิ่งไปกันใหญ่ บางต้นดูดซับพลังจนสูงเสียดฟ้า จากไม่กี่เมตรพุ่งไปเป็นสิบเมตร!

กิ่งก้านใบเปลี่ยนรูปทรงไปหมด แต่ยังโชคดีที่พวกมันไม่ได้มีสติปัญญาขึ้นมา

ในฝูงสิงโต มีแม่สิงโตตัวหนึ่งกับลูกสิงโตอีกสามตัวทนพิษสภาพอากาศไม่ไหว ป่วยตายไปในที่สุด

เฉินโม่ช่วยอะไรไม่ได้

เรื่องเศร้าแบบนี้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าบนทุ่งหิมะ

สภาพอากาศสุดขั้วกวาดล้างสิ่งมีชีวิตบนทุ่งหญ้าไปอย่างน้อย 1 ใน 3

แต่ในวิกฤตก็มีโอกาส สัตว์เหนือสามัญจำนวนมากก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงนี้เช่นกัน

ข่าวดีในฝูงก็พอมีบ้าง

ด้วยอานิสงส์จากการกินเนื้อสัตว์เหนือสามัญอย่างต่อเนื่อง แม่สิงโตอีก 7 ตัวทยอยตื่นรู้พลัง

แม้แต่ซานฉีก็ตื่นรู้กับเขาด้วย

งานหลักของเขาทุกวันคือย่างเนื้อให้เฉินโม่ และเฉินโม่ก็จะแบ่งเศษเนื้อให้กินทุกมื้อ

กินเนื้อเทพติดต่อกัน 7 วัน ไม่ตื่นรู้ก็ให้มันรู้ไป

ที่เฉินโม่แปลกใจคือ พลังที่พี่มืดคนนี้ได้มาดันเป็นสายฮีลที่หายากซะด้วย

[การเยียวยาแห่งเหมันต์]

ใช้พลังปราณธาตุน้ำแข็ง เร่งการสมานแผล

ซานฉีเลยกลายเป็น "พ่อพระประจำฝูง" สิงโตตัวไหนบาดเจ็บจากการล่า พอโดนเขาฮีล แผลก็หายไวขึ้นเป็นสิบเท่า!

ส่วนเอลซ่า ภายใต้ผลของ [สิงโตจอมตะกละ] นางตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ไซส์แซงหน้าสิงโตตัวผู้ทั่วไปไปแล้ว

แต่พอมายืนเทียบกับเฉินโม่ ก็ยังดูตัวเล็กน่ารักอยู่ดี อย่างน้อยก็ไม่ดูเหมือนพ่อลูกกันแล้ว

เจ้าเสือดำน้อยลูน่าก็ตัวโตขึ้น สะสมพลังปราณธาตุน้ำแข็งได้ถึง 21 หน่วย!

เทียบกับสิงโตตัวอื่นที่กินเนื้อเท่ากัน ลูน่าสะสมพลังได้มากกว่าเห็นๆ

นอกจากสองพี่น้องจอมโกงอย่างเฉินโม่กับเอลซ่าแล้ว ลูน่านับว่าเป็นสัตว์ที่มีพรสวรรค์ในการ "บำเพ็ญเพียร" สูงที่สุดในฝูง

ก็นับว่าเป็นว่าที่ตัวเทพอีกตัว

ส่วนเฉินโม่ กิจวัตรประจำวันนอกจากกระดกโคล่าวันละ 20 ขวด ก็คือการบุกเข้าไปล่าสัตว์ในเขตลึกของเทือกเขาหิมะ

ยิ่งลึก สัตว์เหนือสามัญก็ยิ่งเยอะ และยิ่งแกร่ง!

สัญชาตญาณบอกเขาว่า ใจกลางของเทือกเขาหิมะต้องมีตัวตึงระดับบอสอาศัยอยู่แน่ๆ!

วันที่ 8 ของภารกิจ [สิงโตติดน้ำซ่า]

เฉินโม่ตื่นมาซดโคล่ารวดเดียว 20 ขวดแต่เช้าตรู่

กินติดต่อกันมา 8 วัน เขาเริ่มไม่สนุกแล้ว ตอนนี้การกินโคล่าเหมือนกินยาขมๆ มากกว่า

"โฮก!"

เขาคำรามเรียกเอลซ่ากับเจ้าขาว เตรียมออกไปล่าเหยื่อในเขตลึก

[เนตรเหมันต์] ของเอลซ่าส่องได้ไกลถึง 20 กิโลเมตร มีประโยชน์มากทั้งการหาเหยื่อและไล่ล่า

ส่วนเจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็ง... เอาไปเป็นมาสคอตกับพวงกุญแจห้อยกระเป๋า

ยังไงเจ้าเปี๊ยกนี่ก็วิ่งเร็ว ไม่เกะกะแข้งขาอยู่แล้ว

ได้ยินเสียงเรียก ทั้งสองตัวก็รีบวิ่งมารายงานตัว

สองสิงห์หนึ่งหนูออกเดินทาง

3 ชั่วโมงผ่านไป

เฉินโม่กับเอลซ่าล่าวิลเดอบีสต์ลายเกล็ดน้ำแข็งได้หนึ่งตัว กำลังก้มหน้าก้มตากินมื้อเที่ยง

ตอนนี้เอลซ่ามองเห็นเหยื่อได้ไกล 20 โล บวกกับความเร็วแสงของเฉินโม่ เหยื่อตัวไหนโดนหมายหัวคือไม่รอด

"จี๊ด!"

พอกินอิ่ม เฉินโม่เตรียมจะออกเดินทางต่อ แต่เจ้าขาวที่เกาะอยู่บนหลังกลับส่งเสียงร้องจี๊ดจ๊าด กระโดดลงพื้นแล้ววิ่งนำไปทางหนึ่ง

วิ่งไปได้สิบกว่าเมตร มันก็หันกลับมามอง เหมือนจะเช็คว่าลูกพี่ตามมาไหม

เฉินโม่ฟังภาษาหนูไม่ออก แต่ก็เข้าใจว่ามันบอกให้ "ตามมา"

วิ่งตามเจ้าขาวไปได้ประมาณ 2 นาที

สายตาของเฉินโม่ก็ไปสะดุดเข้ากับต้นไม้เล็กๆ สูง 2 เมตร ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป 200 กว่าเมตร

มันดูเหมือนต้นสนประดับ แต่ทั้งต้นทำจากผลึกน้ำแข็ง! ไม่ว่าจะกิ่งก้านหรือใบ ล้วนเป็นสีฟ้าใสแวววาว

ชัดเจนเลยว่า นี่ไม่ใช่พืชบนโลกมนุษย์แน่ๆ!

มันต้องเป็น "โอสถทิพย์" ที่ผู้พันอ้วนพูดถึงชัวร์!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 26 - โอสถทิพย์อุบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว