- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 15 - เอลซ่า: น้องจ๋า พี่กินไม่ไหวแล้ว
บทที่ 15 - เอลซ่า: น้องจ๋า พี่กินไม่ไหวแล้ว
บทที่ 15 - เอลซ่า: น้องจ๋า พี่กินไม่ไหวแล้ว
บทที่ 15 - เอลซ่า: น้องจ๋า พี่กินไม่ไหวแล้ว
หลังจากดูดซับพลังจากผลึกจนเกลี้ยง เฉินโม่ก็ก้มลงกินเนื้อราชินีไฮยีน่า
"แหวะ"
กัดไปคำแรก เฉินโม่แทบพุ่ง
เนื้อไฮยีน่านี่มันรสชาติหมาไม่แดกจริงๆ ทั้งเหม็นสาบทั้งเปรี้ยว ต่อให้เป็นลิ้นสิงโตก็ยังถือว่าเป็นเมนูยอดแย่
แต่เพื่อพลังงานเหนือสามัญที่แฝงอยู่ เฉินโม่จำใจต้องกลั้นหายใจกลืนลงไป
10 นาทีผ่านไป
เนื้อราชินีไฮยีน่าทั้งหมดลงไปอยู่ในท้องเฉินโม่
เนื้อพวกนี้ให้ปราณน้ำแข็งมาอีก 3 สาย
แถมผลจาก [สิงโตจอมตะกละ] ยังทำให้เขาได้พละกำลังเพิ่มมาอีก 1 แต้ม
[ลูกสิงโตเหมันต์ (เพศผู้)]
[ระดับ: เหนือสามัญขั้นต่ำ (25 ปราณ)]
[ร่างกาย: 18]
[ความเร็ว: 20]
[พละกำลัง: 17 → 18]
[จิตวิญญาณ: 16]
[ความสามารถ: พายุหิมะ]
[ค่าพลังการต่อสู้โดยรวม: 108~184]
ระหว่างที่เฉินโม่ฝืนกินเนื้อไฮยีน่า พวกแม่สิงโตก็กำลังเอร็ดอร่อยกับเนื้อวิลเดอบีสต์
"โฮก"
ไม่นาน พี่สาวเอลซ่าก็อิ่มตื้อ มันกำลังจะหาที่งีบหลับ แต่แล้วก็เห็นเฉินโม่เดินเข้ามาหา พร้อมกับฉีกเนื้อวิลเดอบีสต์ก้อนเบ้อเริ่มวางลงตรงหน้า
"โฮก" (กินเข้าไป)
เห็นพี่สาวกินไปแค่ไม่ถึง 3 กิโลก็เตรียมจะนอน เฉินโม่ยอมไม่ได้เด็ดขาด
กระเพาะแค่นี้จะไปพออะไร
"งื้ด"
เห็นน้องชายเอาเนื้อมาวางให้ ถึงจะรู้สึกว่าพุงจะแตกแล้ว แต่เอลซ่าก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ
นอกจากความรักและไว้ใจที่มีให้น้องชายแล้ว เอลซ่าก็ไม่อยากทำลายน้ำใจน้อง
"เอิ้ก"
ผ่านไปพักใหญ่ เอลซ่าก็จัดการเนื้อก้อนนั้นจนหมด
พุงของมันกางจนกลมดิก เรอออกมาลูกใหญ่
"อิ่มชะมัด เกิดมาไม่เคยอิ่มขนาดนี้มาก่อนเลย"
เอลซ่าคิดในใจ
แต่ในวินาทีถัดมา มันก็เห็นน้องชายฉีกเนื้อสะโพกวิลเดอบีสต์อีกก้อนมาวางแหมะข้างๆ
เอลซ่า: ???
"โฮก" (พี่อิ่มแล้ว)
เอลซ่าร้องบอกน้องชายอย่างจนใจ
เห็นพี่สาวกินไม่ไหวแล้วจริงๆ เฉินโม่ก็ไม่ได้บังคับยัดเยียด เขาแค่ชี้มาที่ตัวเอง แล้วชี้ไปที่เนื้อตรงหน้าเอลซ่า
ความหมายชัดเจน
อยากเก่งเหมือนฉันไหม ถ้าอยาก ก็กินซะ
เอลซ่าหัวไวมาก พอเข้าใจความหมายของเฉินโม่ ตาของมันก็เป็นประกาย
เดือนกว่าๆ มานี้ ทุกครั้งที่กินอาหารที่น้องชายหามาให้ ลึกๆ แล้วเอลซ่ารู้สึกเจ็บใจตัวเอง
แม่เดียวกันแท้ๆ ทำไมน้องชายถึงได้เก่งขนาดนี้
มันอยากช่วยน้อง อยากสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับน้อง
แต่มันอ่อนแอเหลือเกิน
ตอนนี้โอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้นมาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว
เอลซ่าไม่มีทางยอมแพ้
คิดได้ดังนั้น เอลซ่าก็กัดฟันก้มลงกินเนื้อก้อนต่อไป
————————————
สองวันต่อมา ฝูงสิงโตยังคงอพยพขึ้นเหนือ
เอลซ่ากินจนยัดไม่เข้าทุกวัน แต่นอกจากรู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นแล้ว ความแข็งแกร่งก็ดูไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่
มันไม่ได้สงสัยในตัวน้องชาย แค่รู้สึกว่าตัวเองคงไม่ได้เรื่องเอง
"โฮก"
ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ เฉินโม่จะเข้ามาลูบหัวพี่สาวเพื่อให้กำลังใจเสมอ
ต้องยอมรับเลยว่าขนเอลซ่านุ่มนิ่ม ลูบเพลินมือมาก เฉินโม่ชักจะติดนิสัยลูบหัวพี่สาวซะแล้ว
——————————
เช้าวันที่สามของการอพยพ
เฉินโม่สะดุ้งตื่นเพราะความหนาว
พอลืมตาขึ้นมา เขาก็พบว่ามี "ขนนก" สีขาวโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า
ทุ่งหญ้าใกล้เส้นศูนย์สูตรเนี่ยนะ หิมะตก
เขาลุกขึ้นยืน
แล้วเขาก็ได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า
ที่เส้นขอบฟ้าไกลๆ จู่ๆ ก็มีเทือกเขาหิมะสูงเสียดฟ้าผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า
เทือกเขาหิมะทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ยอดเขาสูงลิบลิ่วราวกับเสาค้ำฟ้า
ต้องรู้ก่อนว่าที่นี่คือทุ่งหญ้า และเมื่อคืนตรงนั้นยังเป็นที่ราบโล่งๆ อยู่เลย
นี่มันบ้าไปแล้ว
นอกจากนี้ เฉินโม่ยังสัมผัสได้ถึงไอวิญญาณธาตุน้ำแข็งอันเข้มข้นมหาศาลที่แผ่ออกมาจากทางเทือกเขาหิมะ มันหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้
ยิ่งใกล้เทือกเขา พลังงานก็ยิ่งเข้มข้น
"ตาฝาดรึเปล่าวะ"
เฉินโม่สูดหายใจลึก พอยืนยันว่าไม่ได้ฝันไป เขาก็เริ่มสับสน
"พลังวิญญาณฟื้นคืนชีพเหรอ หรือว่า... ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์แล้ว"
เฉินโม่นึกเชื่อมโยงกับเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าช่วงนี้
อากาศที่หนาวเย็นลงอย่างกระทันหัน สัตว์เหนือสามัญธาตุน้ำแข็งที่โผล่มาบ่อยๆ
ต้นเหตุน่าจะมาจากเทือกเขาหิมะนี่แหละ
"โฮก"
พี่สาวกับแม่สิงโตสี่ตัวตื่นมาหนาวสั่นงันงกนานแล้ว พวกมันเองก็เห็นเทือกเขาหิมะนั้นเหมือนกัน และกำลังหวาดกลัว
"โฮก"
แต่เสียงของเฉินโม่ช่วยเรียกสติและปลอบประโลมพวกมัน
พวกมันเชื่อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ราชาจะพาพวกมันรอดไปได้
"โฮก"
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เฉินโม่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทาง พาฝูงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
ทิศที่ตั้งของเทือกเขาหิมะ
ในฐานะที่เคยเป็นมนุษย์ เฉินโม่มองการณ์ไกลกว่าพวกแม่สิงโตเยอะ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรงย่อมก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่
พืชพรรณในทุ่งหญ้าจะตายเรียบในเวลาไม่นาน สัตว์กินพืชจะอดตาย แล้วสัตว์กินเนื้อก็จะตายตาม
ดูจากแนวโน้มที่อุณหภูมิลดลงทุกวันแบบนี้ อีกไม่นานที่นี่คงกลายเป็นยุคน้ำแข็ง
ถ้าไม่อพยพออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเทือกเขาหิมะ หรือไม่ก็หาที่อยู่ที่เหมาะสมใหม่ก่อนที่สัตว์จะสูญพันธุ์กันหมด
พวกเขาก็มีแต่รอวันอดตาย
แต่ใครจะไปรู้ว่า "รัศมีทำการ" ของเทือกเขาหิมะนี่มันกว้างแค่ไหน
อีกเหตุผลหนึ่งคือ เฉินโม่รู้ว่าการปรากฏตัวของเทือกเขาหิมะต้องดึงดูดความสนใจของมนุษย์แน่ๆ
ถ้าโลกนี้ยังมีมนุษย์อยู่นะ
เขาอยากหาโอกาสซุ่มดูลาดเลา เพื่อล้วงข้อมูลเกี่ยวกับเทือกเขานี้และโลกใบนี้จากพวกมนุษย์
เผื่อจะได้ช่องทางทำภารกิจ [สิงโตติดน้ำซ่า] กับ [สิงโตจอมตด] ด้วย
และเหตุผลสำคัญที่สุดคือ เทือกเขาหิมะมีไอวิญญาณเข้มข้นขนาดนั้น แถวนั้นต้องมีสัตว์เหนือสามัญเกิดใหม่เพียบแน่ๆ
การปรากฏตัวของเทือกเขาหิมะและสัตว์เหนือสามัญทำให้เฉินโม่เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าแค่เกิดใหม่ในทุ่งหญ้าแอฟริกา อาศัยระบบสร้างวินัยค่อยๆ ฟาร์มเวลไป เดี๋ยวก็ได้เป็นเจ้าป่า
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
ในสภาพแวดล้อมที่ไอวิญญาณเข้มข้น สัตว์แถวเทือกเขาหิมะคงวิวัฒนาการกันเร็วติดจรวด
เส้นทางสู่การเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญ เปรียบเสมือนการพายเรือทวนน้ำ ถ้าไม่เดินหน้าก็มีแต่ถอยหลัง
ถ้าเขาพลาดงานเลี้ยงโต๊ะจีนรอบนี้ไป วันข้างหน้าเขาอาจกลายเป็นอาหารจานเด็ดของสัตว์อื่นก็ได้
ในทางกลับกัน ถ้าเขาบุกเข้าไปล่าสัตว์เหนือสามัญพวกนั้น เฉินโม่ก็จะพาฝูงเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
[จบตอน]