- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 485 สี่สาวงาม
บทที่ 485 สี่สาวงาม
บทที่ 485 สี่สาวงาม
บทที่ 485 สี่สาวงาม
ด้านหลังของทหารม้าภัยพิบัติคือนักเวทย์โครงกระดูกกลุ่มใหญ่ที่กำลังสวมชุดคลุมสีเทาและถือไม้เท้าโครงกระดูกเอาไว้ และมีริ้วเพลิงสีดำอยู่ในหัวของพวกมัน มันมีนักเวทย์โครงกระดูกอยู่ราๆว 30,000 ตัว
ครั้งก่อน จ้าวฝูไม่ได้ส่งกองกำลังทั้งหมดของเขาเข้าสู่การต่อสู้ และเขาได้เลือกที่จะซ่อนนักเวทย์โครงกระดูกจำนวน 30,000 ตัวเอาไว้ เพราะทหารม้าภัยพิบัติสามารถควบคุมพวกมันได้แค่นี้
อาชีพนักเวทย์ค่อนข้างหายากในโลกจุติสวรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่จ้าวฝูได้เก็บนักเวทย์โครงกระดูกเอาไว้ นอกจากนี้ นอกเหนือไปจากการโจมตี นักเวทย์โครงกระดูกยังสามารถอัญเชิญโครงกระดูกออกมาได้อีกด้วย
นักเวทย์โครงกระดูก 1 ตัวสามารถอัญเชิญโครงกระดูกออกมาได้ 5 ตัว ดังนั้นนักเวทย์โครงกระดูก 30,000 ตัวจึงสามารถควบคุมโครงกระดูกได้ 150,000 ตัว ด้วยวิธีการนี้ ทหารม้าภัยพิบัติจึงสามารถควบคุมโครงกระดูกได้อีก 150,000 ตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมจ้าวฝูจึงเก็บนักเวทย์โครงกระดูกเอาไว้
โครงกระดูกเหล่านี้ไม่ได้ทรงพลังเท่ากับโครงกระดูกที่ถูกอัญเชิญออกมาจากภัยพิบัติอันเดด แต่พวกมันก็ควบคุมได้ง่ายกว่าเพราะพวกมันถูกควบคุมอย่างเต็มที่โดยต้าฉินและจะไม่เคลื่อนไหวตามแรงกระตุ้นของพวกมัน
ในตอนนี้ ผู้เล่นทั้งหมดก็ได้จากไปแล้ว และนครหลักอีกสามแห่งก็ได้ยินข่าวเรื่องการล่มสลายของนครศิลาสวรรค์แล้ว
แน่นอนว่าจ้าวฝูได้นำนักเวทย์โครงกระดูกเหล่านี้เข้าไปยังนครเพื่อใช้ร่างกายของชาวเมืองจำนวนนับไม่ถ้วนอัญเชิญโครงกระดูกออกมา
ทหารได้ยืนคุ้นกันอยู่ข้างนอกและไม่สนใจที่จะกวาดล้างนคร เนื่องจากสิ่งมีค่าทั้งหมดได้ถูกผู้เล่นฉกฉวยไปหมดแล้ว
นักเวทย์โครงกระดูกหลั่งไหลเข้าไปในนครและยืนอยู่ข้างๆศพในขณะที่พวกมันเปล่งเสียงสวดคาถาแปลกๆและชูไม้เท้าโครงกระดูกขึ้น จากนั้นลำแสงสีเทาก็เข้าปกคลุมซากศพ
ซากศพค่อยๆแห้งเหี่ยวไปอย่างช้าๆก่อนที่เลือดเนื้อของพวกมันจะหายไป เผยให้เห็นเพียงแค่โครงกระดูกสีขาว ริ้วเพลิงสีดำเปล่งประกายขึ้นในหัวของพวกมัน และโครงกระดูกก็กลับมามีชีวิตในขณะที่พวกมันลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
ในขณะที่นักเวทย์โครงกระดูกอัญเชิญโครงกระดูกออกมาเรื่อยๆ จ้าวฝูก็เดินไปยังโถงนคร เมื่อมองไปยังลูกบาศก์สีทองที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวฝูในขณะที่เขาเลือกพิชิตและย้ายมัน
"ประกาศจากระบบ! ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้พิชิตนครหลักของระบบและได้รับคะแนนความสำเร็จ 5,000 แต้ม"
"ประกาศจากระบบ! เนื่องจากท่านคือผู้สืบทอดมรดกและได้พิชิตนครหลักของระบบ ท่านจึงได้รับโชคชะตาของภูมิภาคนี้เป็นจำนวนมหาศาล"
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้ย้ายนครหลักของระบบและได้รับค่าประสบการณ์ 840,000 แต้ม"
"ประกาศจากระบบ! ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้รับคะแนนสงคราม 200 แต้ม"
มีเสียงประกาศจากระบบดังออกมาเป็นลูกโซ่ และเพราะจ้าวฝูได้มองไปที่พวกมันและพบว่าพวกมันเหมือนกับครั้งก่อนๆ เขาจึงไม่ได้สนใจพวกมันนักและกลับไปยังต้าฉิน
ในตอนนี้ ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนในโลกแห่งความเป็นจริงต่างก็ได้รับข่าวที่ว่าต้าฉินได้ลงมืออีกครั้งและทำลายนครหลักของระบบไปอย่างน่าตกตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นสามารถทำลายนครหลักของระบบได้ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา ก่อนหน้านี้ ทุกๆคนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่ภัยพิบัติอันเดดจะสามารถทำลายนครหลักทั้งสี่ได้ และทุกๆคนก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรนัก อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายเพียงฝ่ายเดียวสามารถพิชิตนครหลักได้นั้นน่าตกตะลึงเกินไป
พวกเขาต้องทรงพลังแค่ไหนถึงจะพิชิตนครหลักได้?
"ต้าฉินทรงพลังขนาดนี้แล้วเหรอ?" ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกหวาดกลัวต่อความแข็งแกร่งของต้าฉินอยู่ลึกๆ
ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบังคับให้ต้องมายังที่พำนักของตระกูลอิ๋งอีกครั้งและขอโองการต้าฉินและโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ ด้วยโองการเหล่านี้ พวกเขาจะไม่ต้องรู้สึกหวาดกลัวไปทุกๆวันอีกต่อไป และพวกเขาก็จะมีโล่คุ้มภัยต่อต้าฉิน
อย่างไรก็ตาม ตระกูลอิ๋งก็ยังยึดถือตามคำสั่งของจ้าวฝูและไม่ออกไปพบใคร ดังนั้นผู้คนจากฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนจึงทำได้เพียงแค่รอคอยอยู่แถวๆที่พำนักของตระกูลอิ๋งและไม่ยอมจากไป
ตระกูลอิ๋งเองก็ไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้นัก - ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถสังหารคนเหล่านี้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงปล่อยให้คนพวกนี้อยู่แถวนี้ต่อไป
ทันใดนั้นเอง ข่าวใหญ่อีกชิ้นก็แพร่กระจายออกมา - ตระกูลเฟิงได้ส่งเฟิงสือหยูมายังตระกูลอิ๋ง เฟิงสือหยูคือสาวงามอันดับสิบในการจัดอันดับสาวงามโบราณ และเธอก็เป็นลูกหลานของเฟิงเสี้ยวเหลียน
ผู้หญิงทุกคนในการจัดอันดับสาวงามโบราณต่างก็เป็นศูนย์กลางของความสนใจของชายหนุ่มจำนวนนับไม่ถ้วน และแม้กระทั่งการได้พบกับพวกเธอสักคนก็ถือเป็นพรอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของชายหนุ่มทั้งหลายแล้ว
ผู้หญิงเหล่านี้แทบจะทุกคนต่างถูกตามตื้อโดยนายน้อยจากตระกูลใหญ่ และข้อมูลเกี่ยวกับพวกเธอก็เป็นหัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในฟอรั่ม ส่งผลให้เกิดการสนทนาอันดุเดือด
ในตอนนี้ที่ตระกูลเฟิงได้ส่งเฟิงสือหยูมายังตระกูลอิ๋ง ความตั้งใจของพวกเขาก็ชัดเจนแล้ว - พวกเขาต้องการโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่พวกเขาจะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของต้าฉินอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ที่ทุกๆคนรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถต่อกรกับต้าฉินได้ ดังนั้นมันจึงเป็นการดีที่สุดที่จะเข้าร่วมกับต้าฉินแต่เนิ่นๆเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ด้วยวิธีการนี้ พวกเขาก็จะมีมูลค่ามากกว่าเหล่าคนที่เข้าร่วมทีหลัง
หลังจากนั้น ข่าวอันน่าตกตะลึงอีกสามข่าวก็แพร่กระจายออกมา:หลี่มู่ฉิง ลูกหลานของหลี่ชิงจ้าว; หลิวลู่หยาน ลูกหลานของหลิวลู่ซื่อ และปันยู่หลิง ลูกหลานของปันยู่หนี่ ได้ถูกส่งมายังตระกูลอิ๋ง
ทั้งสามคนนี้คือสาวงามที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง และพวกเขาก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง - โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลี่มู่ฉิงที่มีความสามารถและความงดงามอันสูงล้ำ และเธอก็อยู่ในอันดับที่สิบเอ็ดของสาวงามโบราณ
ไม่มีตระกูลใหญ่ตระกูลไหนคิดว่าหลี่มู่ฉิงจะไปยังตระกูลอิ๋งโดยสมัครใจ ส่งผลให้หัวใจของผู้ที่ชื่นชมเธอต้องเจ็บปวดไปนับไม่ถ้วน ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาหลายคนจึงนินทาใส่ต้าฉินด้วยความโกรธ
ในตอนนี้ สาวงามล้ำทั้งสี่ได้ไปยังตระกูลอิ๋งและกลายเป็นผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน มันทำให้ผู้ชายจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกปวดใจและอิจฉามาก อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดสิ่งนี้ออกไปและทำได้เพียงแค่รู้สึกไม่พอใจเท่านั้น
ในที่สุด ตระกูลอิ๋งก็ตัดสินใจยอมรับหญิงสาวทั้งสี่คนนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ในฐานะจักรพรรดิ ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินก็ย่อมต้องการผู้หญิงเป็นจำนวนมากในอนาคต และพวกเธอทั้งสี่คนนี้ก็เป็นสาวงามที่ไม่ธรรมดา ผู้นำตระกูลทุกคนมั่นใจว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะพึงพอใจพวกเธอ นอกจากนี้ เนื่องจากผู้สืบทอดมรดกต้าฉินเคยออกโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์มา นั่นก็หมายความว่าเขาต้องการรวบรวมสาวงาม ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะรับผู้หญิงทั้งสี่คนนี้เข้ามาและปฏิบัติต่อพวกเธอด้วยดี
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย หลังจากกลับมายังนครต้าฉิน เขาก็ได้มอบแผลไม้แห่งชีวิตที่สำคัญยิ่งให้กับคนของแผนกยาและบอกให้พวกเขาดูแลพวกมันดีๆ ถึงอย่างไรก็ตาม ผลไม้แห่งชีวิตก็สามารถกลั่นเป็นยาเปลี่ยนโชคชะตาได้ ซึ่งสำคัญต่อต้าฉินเป็นอย่างยิ่ง
มันมีผลไม้แห่งชีวิตที่ยังไม่สุกอยู่บนต้นอยู่ 9 ลูก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรอต่อไป ถึงอย่างไรก็ตาม พวกมันก็เป็นผลไม้จิตวิญญาณในระยะที่ 6 และยิ่งมีระดับสูง พวกมันก็ยิ่งต้องใช้เวลานาน
หลังจากจัดการเรื่องต้นผลไม้แห่งชีวิตแล้ว จ้าวฝูก็เดินไปยังกำแพงนครของต้าฉินและเอาร่างศิลาออกมา จ้าวฝูมีร่างศิลาราวๆ 1,500 อัน ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะใช้กับกำแพงนครของต้าฉินจำนวน 300 อัน
ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถพิชิตโลกได้ด้วยนครเพียงแห่งเดียว และมันก็ไร้ประโยชน์ที่จะมีนครอันทรงพลังเพียงแห่งเดียว ดังนั้นจ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะยังไม่ใช้ร่างศิลามากนัก