- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 459 โชคชะตาของโลก
บทที่ 459 โชคชะตาของโลก
บทที่ 459 โชคชะตาของโลก
บทที่ 459 โชคชะตาของโลก
ทุกๆคนพยักหน้า แต่ก็มีปัญหาขึ้นเมื่อในที่สุดภูมิภาคจะเชื่อมโยงถึงกัน พวกเขาไม่สามารถให้มันเป็นเช่นนี้ต่อไปได้ มิฉะนั้นภัยพิบัติอันเดดก็คงจะแพร่ไปทั่วดินแดนประเทศจีนในไม่ช้า เมื่อถึงเวลานั้น แม้ว่าภูมิภาคจะเปิดออก แต่พวกเขาก็คงไม่มีพลังไปจัดการกับต้าฉิน
พวกเขาไม่อาจบุ่มบ่ามในเรื่องนี้ได้ และตัวตนที่สำคัญจากฝ่ายปกครองก็ได้หารือกันต่อไป
ส่วนผู้สืบทอดมรดกราชวงศ์และชนชาตินั้น พวกเขาได้พยายามที่จะคิดหาทางต่อกรกับโองการทั้งสองของต้าฉิน ภัยพิบัติอันเดดของต้าฉินก็น่าสะพรึงกลัวมากพออยู่แล้ว และโดยไม่มีผู้เล่นธรรมดาอีกเป็นจำนวนมาก พวกเขาก็ไม่สามารถจัดการกับมันได้เลย พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบมาก
พวกเขาไม่มีทางเจรจากับต้าฉิน ไม่เหมือนกับฝ่ายธรรมดา - ถึงอย่างไรก็ตาม ฝ่ายของพวกเขาก็ไม่สามารถยอมรับการคงอยู่ของกันและกันได้ เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกทำลายไปเท่านั้น อีกฝ่ายจึงจะได้รับชัยชนะไป ใครก็ตามที่ต้องการรวบรวมประเทศจีนจะไม่มีทางยอมให้มีชนชาติหรืออาณาจักรที่สองอยู่ภายในดินแดนของตนเป็นแน่
ดังนั้น ผู้สืบทอดมรดกทั้งหลายจึงไม่อาจยอมแพ้หรือยอมจำนนได้ง่ายๆ เพราะต้าฉินคงไม่ปล่อยพวกเขาไป นั่นคือสิ่งที่เกี่ยวพันกันระหว่างพวกเขา
ในตอนนี้ ฝ่ายทางตอนเหนือเปรียบเหมือนกับกองทรายไร้ระเบียบและไม่ได้จับมือกันอย่างเต็มที่ ทุกๆคนทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และซูหยานก็ไม่อาจหาทางรวมกลุ่มพวกเขาได้อีก
ชนเผ่าโบราณเองก็กำลังหารือเกี่ยวกับต้าฉินและรู้สึกไม่พอใจกับทั้งสองโองการนี้ที่มันปล่อยออกมา ไม่เพียงแต่ต้าฉินจะสังหารผู้เล่นธรรมดาไปเป็นจำนวนมาก แต่มันยังลากทุกๆคนเข้ามาและบังคับให้ทุกคนตัดสินใจ
ก่อนหน้านี้ ภัยพิบัติอันเดดได้มีเป้าหมายที่กำหนดไว้ และผู้เล่นธรรมดาก็ไม่ได้รับผลอะไรมาก ในตอนนี้ ทุกๆกลับถูกลากเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย และไม่มีใครสามารถหลบหนีไปได้
สิ่งนี้ได้ทำลายรากฐานของประเทศจีนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เพราะต้าฉินได้ถูกบังคับให้ต้องทำอย่างนี้ มันจะไปตำหนิใครได้?
ชนเผ่าโบราณไม่ได้สนใจอะไรมากเกี่ยวกับโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ และนี่ก็เป็นเช่นเดียวกันกับร้อยสำนักแห่งความคิด ถึงอย่างไรก็ตาม ต้าฉินก็แค่ต้องการรวบรวมผู้หญิงจำนวนหนึ่ง และนี่ก็เป็นธรรมดาของจักรพรรดิ ในท้ายที่สุด หญิงสาวเหล่านี้จะมาเทียบอะไรกับโชคชะตาของโลกได้?
ดังนั้น สิ่งที่ทุกๆฝ่ายต่างให้ความสนใจก็คือโองการต้าฉิน และพวกเขาก็แทบจะไม่สนใจโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์กันเลย
หลายๆคนเดสว่ายาในอันดับที่สิบ ยามังกรสุริยัน ได้ถูกผู้สืบทอดมรดกต้าฉินรับไป มิฉะนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะจัดการกับผู้หญิงจำนวนมากมายขนาดนี้ได้ สิ่งนี้ทำให้ผู้ชายหลายๆคนรู้สึกชื่นชมเขามาก
อย่างไรก็ตาม บุปผาจันทรากลับคิดต่างออกไป บุปผาจันทราสนใจเรื่องของโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ บุปผาจันทราไม่ได้สนใจเรื่องของโลกมากนัก และสนใจเพียงแค่กิจการของมัน โองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ต้องการผู้หญิงเป็นจำนวนมาก และสิ่งนี้ก็ทำให้ผู้หญิงของบุปผาจันทรารู้สึกโกรธมาก
ในฐานะองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยผู้หญิง พวกเธอเชื่อว่าผู้หญิงควรจะเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ผู้ชาย พวกเธอยังคิดว่าผู้ชายต่างหากที่ควรจะยอมจำนนต่อผู้หญิง
ในความเป็นจริง พวกเธอยังต้องการที่จะก่อตั้งก๊กบุปผาจันทราขึ้นมาด้วย ซึ่งจะเป็นระบอบการปกครองโดยผู้หญิง และผู้หญิงก็จะเหนือกว่าผู้ชาย ณ ที่แห่งนั้น
ดังนั้นพวกเธอจึงรู้สึกโกรธมากที่ต้าฉินดูเหมือนจะปฏิบัติกับผู้หญิงเป็นเหมือนกับวัตถุ และพวกเธอก็ไม่คิดจะเจรจากับต้าฉินอีกต่อไป
ในขณะที่ฝ่ายต่างๆหารือกันเกี่ยวกับโองการทั้งสองของต้าฉิน ต้าฉินก็เริ่มวางแผนอีกครั้ง
เมื่อเขาเริ่มต้นภัยพิบัติอันเดด จ้าวฝูได้สั่งให้ชาน้อยและนักฆ่าที่มีประสบการณ์บางส่วนฝึกฝนสมาชิกของราตรีนิรันดร์อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งพวกเขามีสมาชิก 30,000 คน ในตอนนี้มันก็ถึงเวลาที่จะนำคนเหล่านั้นมาใช้งานแล้ว
จ้าวฝูรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องให้ผู้คนถูกผลักดันให้ยอมรับโองการทั้งสองและทำให้พวกเขากลัวต้าฉินมากยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากนั้นแล้วพวกเขาก็จะยอมจำนนง่ายขึ้น
ประการแรก เป้าหมายของจ้าวฝูก็คือภูมิภาคทั้งสี่ที่อยู่ใกล้กับภูมิภาคที่แปด ทั้งสี่ภูมิภาคนี้และภูมิภาคแปดต่างได้ร่วมมือกันต่อต้านต้าฉิน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรับผลที่ตามมา
ภูมิภาคที่แปดถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจ้าวฝูในตอนนี้จึงได้เบนเข็มไปที่ภูมิภาคทั้งสี่ ก่อนหน้านี้ จ้าวฝูต้องการที่จะแยกภัยพิบัติอันเดดออกเป็นสี่กลุ่มเพื่อบุกภูมิภาคทั้งสี่
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็กังวลว่าภัยพิบัติอันเดดเหล่านั้นจะอ่อนแอเกินไป ถ้าศัตรูของเขาร่วมมือกันอีกครั้งและซุ่มโจมตีกองทัพอันเดด มันก็มีแนวโน้มว่าต้าฉินจะพ่ายแพ้ได้ ดังนั้น จ้าวฝูจึงต้องการใช้โองการทั้งสองเพื่อลดพลังของพวกเขาลงไปก่อน
คนส่วนใหญ่จากทั้งสี่ภูมิภาคได้เข้าร่วมกับการต่อสู้ที่ตะวันไหล ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่เกิด อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นมาอย่าง
เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ของฝ่ายจากภูมิภาคทั้งสี่ได้ตายไปในการศึกครั้งนั้น ภูมิภาคทั้งสี่จึงยังอ่อนแออยู่และสามารถจัดการได้ง่ายๆ ดังนั้นจ้าวฝูจึงได้สั่งให้ทำให้ฝ่ายที่เหลืออยู่ทั้งหมด - ถ้าไม่ทำอะไรที่รุนแรงแบบนี้ พวกเขาก็จะไม่หวาดกลัว
สมาชิกของราตรีนิรันดร์ทั้ง 30,000 คนรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ปฏิบัติภารกิจจริงๆ พวกเขาสวมชุดคลุมสีดำและติดตั้งมีดลับ และดวงตาที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมของพวกเขาก็แผ่ความกระหายเลือดและความตื่นเต้นออกมา
จ้าวฝูได้สั่งให้ชาน้อยและนักฆ่าคนอื่นๆพัฒนากลุ่มเครื่องจักรสังหารขึ้นมา ดังนั้นการฝึกฝนจึงโหดร้ายมาก เห็นได้จากหลายร้อยคนที่ตายไปจากกระบวนการเหล่านี้
แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตอยู่บ้าง แต่ราตรีนิรันดร์ก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
มันเป็นคืนเดือนมืด และสายลมหนาวโบกพัด ทำให้มันง่ายที่ต่อการหลับ ด้วยความผ่อนคลายของทุกๆคน มันจึงเป็นโอกาสที่สมบูรณ์แบบสำหรับการลอบสังหาร
สมาชิกของราตรีนิรันดร์มาถึงภูมิภาคทั้งสี่ผ่านช่องทางการเทเลพอร์ตและเริ่มดำเนินการตามแผน ร่างหลายๆร่างปรากฏขึ้นบนถนนและหลังคาอย่างต่อเนื่องในขณะที่พวกเขาเฝ้ารอ
ในตอนนี้ ภายในนครหลักนั้นเงียบสนิท และมันก็ไม่มีทหารคอยลาดตระเวน นี่เป็นเพราะหลังจากได้ยินเกี่ยวกับผลลัพธ์อันน่าสังเวชของลอร์ดแห่งภูมิภาคตะวันไหล ลอร์ดทั้งหลายจึงต่างก็กระตือรือร้นมากที่จะเจรจากับจ้าวฝู
เมื่อจ้าวฝูมาหาพวกเขา พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะยอมรับข้อตกลงเพราะถ้าพวกเขาไม่ตกลง ผลที่ตามมาคงจะเหมือนกับที่ตะวันไหล ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาจะเอาชนะลอร์ดทั้ง 32 คนได้อย่างไร
ในตอนนี้ที่จ้าวฝูได้พิชิตนครหลักไป 4 แห่ง เขาจึงได้ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขากลายเป็นลอร์ดอีก 4 คน ดังนั้นเขาจึงมีลอร์ดอยู่ภายใต้การควบคุม 32 คน ถ้าพวกเขาไม่ตกลง พวกเขาแต่ละคนก็ต้องต่อสู้กับลอร์ดถึง 8 คน
สำหรับสัญญาฝั่งจ้าวฝู เขาได้สัญญาว่าจะไม่โจมตีคนจากฝ่ายของระบบ แต่เขาสามารถสังหารผู้เล่นภายในนครหลักได้ นั่นหมายความว่าต้าฉินสามารถฆ่าคนบนถนนได้โดยไม่มีใครเข้ามายุ่ง - ด้วยความแข็งแกร่งของต้าฉิน แม้แต่ลอร์ดแห่งนครจึงยอมจำนน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน
ด้วยการยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรของนครหลัก ต้าฉินจึงสามารถทำอะไรก็ได้ตามต้องการในนครหลัก นักฆ่าต้าฉินจึงได้ออกมายังถนนและสิ่งปลูกสร้างโดยตรงเพื่อเริ่มต้นการสังหาร
เสียงกรีดร้องอันน่าสงสารดังออกมาในยามค่ำคืนและกลิ่นคาวเลือดก็แพร่กระจายไปทั่ว นครหลักของระบบถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันน่าอึดอัดและเป็นอันตราย และผู้คนก็ไม่กล้าออกมาข้างนอกตัวอาคารเลย
ฝ่ายต่างๆที่ยังอยู่ในภาพอ่อนแอ และเนื่องจากพวกเขายังมีคนไม่มากนัก มันจึงง่ายดายมากๆสำหรับนักฆ่าต้าฉินที่จะทำลายฝ่ายเหล่านั้น