- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 449 มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำ
บทที่ 449 มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำ
บทที่ 449 มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำ
บทที่ 449 มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำ
ครืน…
กองทัพอันเดดทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในขณะที่พวกมันหลั่งไหลเข้าสู่ภูมิภาคที่แปด เมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งชีวิตจำนวนมหาศาล เหล่าโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนก็พากันตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งและพุ่งเข้าใส่กำแพงป้องกัน
เมื่อเห็นโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏตัวขึ้น เหล่าผู้เล่นบนกำแพงป้องกันก็รู้สึกตกตะลึง แต่ด้วยเหล่าผู้บัญชาการที่ควบคุมทุกๆอย่างไว้ พวกเขาจึงกู้คืนความมั่นใจกลับขึ้นมาได้
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีผู้บัญชาการในการต่อสู้ขนาดใหญ่เช่นนี้ กองทัพผู้เล่นจำนวนมหาศาลได้รับคำสั่งจากสี่ฝ่าย: แม่ทัพของฝ่ายปกครอง คนของโรงเรียนกองทัพ ชนเผ่าซิงเทียนจากชนเผ่าโบราณ และสมาชิกคนสำคัญจากฝ่ายทางตอนเหนือ
มหาสมุทรโครงกระดูกรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และผู้บัญชาการทุกคนก็พากันตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง ผู้เล่นเริ่มจริงจัง และบรรยากาศก็อึมครึมเป็นอย่างยิ่ง
ในไม่ช้า โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนที่ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ก็มาถึงระยะ 1 กิโลเมตรจากแนวป้องกัน ดูเหมือนว่าในเวลาเพียงแค่อึดใจ พวกมันก็จะปะทะเข้ากับกำลังป้องกันแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นเอง พื้นดินก็ยุบตัวลงในทันใดทำให้โครงกระดูกหล่นลงไปในหลุมใหญ่ยักษ์ ผู้เล่นได้ติดตั้งกับดักไว้นานแล้ว และหลุมทุกอันก็มีความกว้างราวๆ 5 เมตร ลึก 10 เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำมนต์อยู่ที่ด้านล่างของหลุมด้วย
น้ำมนต์ย่อมได้ผลกับสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายและอันเดดเป็นอย่างยิ่ง ด้วยหลุมนับหมื่นที่พวกเขาขุดไว้ จำนวนน้ำมนต์ที่ใช้ไปจึงมีปริมาณพอๆกับน้ำทะเล
อย่างไรก็ตาม ด้วยการสนับสนุนจากฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วน ราคาของมันจึงไม่ได้มากมายอะไรนัก
โครงกระดูกโหยหวนในขณะที่พวกมันตกลงไปในหลุมและสัมผัสเข้ากับน้ำมนต์ และสิ่งนี้ก็ทำให้คลื่นโครงกระดูกต้องหยุดชะงักลงไปชั่วขณะ
ผู้เล่นดูยินดีเป็นอย่างยิ่ง และผู้บัญชาการบางคนก็ยิ้นออกมา มันน่าเสียดายที่เวลามีจำกัดเกินไปและพวกเขาก็มีพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ป้องกัน พื้นที่ที่พวกเขาอยู่มีความกว้างประมาณ 1,500 กิโลเมตร โชคดีที่มีภูเขาอยู่ทั้งสองด้าน ดังนั้นพวกเขาจึงได้สร้างแนวป้องกันขึ้นระหว่างภูเขาทั้งสองลูก
มิฉะนั้น ด้วยความกว้างของพื้นที่ มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเตรียมการป้องกันได้ดีขนาดนี้ แม้กระนั้น พื้นที่นี้ก็ยังมีขนาดใหญ่มากอยู่ดี และพวกเขาก็ได้ติดตั้งกับดักและการป้องกันลงไปเป็นจำนวนมากจนพวกเขาแทบจะมีเวลาไม่พอ
ถ้าพวกเขามีเวลามากกว่านี้ พวกเขาคงจะสามารถขุดหลุมได้มากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้โครงกระดูกต้องตกลงไปตายมากกว่านี้ น่าเสียดายที่พวกเขาสามารถขุดหลุมได้เพียงไม่กี่หมื่นหลุมตรงหน้าแนวป้องกัน
ต่อจากนั้น โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกลงไปในหลุม และในไม่ช้า หลุมต่างๆถูกเติมเต็มด้วยเหล่าโครงกระดูก และมหาสมุทรโครงกระดูกก็เดินหน้าเข้าหากำแพงป้องกันต่อไป
ในเวลานั้นเอง ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้รั้งคันธนูของตน ลูกศรทั่วไปย่อมไร้ประโยชน์ต่อพวกโครงกระดูก แต่ลูกศรของพวกเขานั้นต่างออกไป - ไม่เพียงแต่มันจะมีแผ่นยันต์สีขาวติดอยู่ที่คันธนู แต่มันยังมีแผ่นยันต์สีขาวถูกติดไว้บนลูกศรด้วย
ยันต์เหล่านี้เปล่งแสงสีขาวลางๆและแผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ออกมา ยันต์เหล่านี้คือยันต์แสงศักดิ์สิทธิ์ และพวกมันก็สามารถทำให้อุปกรณ์มีคุณสมบัติธาตุแสงได้
ลูกศรทิ้งเส้นแสงสีขาวไว้ในอากาศในขณะที่จุดสีขาวนับล้านสาดเทลงมายังมหาสมุทรโครงกระดูก
ลูกศรเหล่านี้พุ่งเข้าใส่โครงกระดูก และลดพลังงานความตายที่เหล่าโครงกระดูกมีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าลูกศรเหล่านี้จะตกลงมาตรงไหน พวกมันก็จะส่งผลเป็นอย่างมาก โครงกระดูกตัวไหนที่ถูกยิงที่หัวจะสูญเสียพลังงานความตายของมันไปในทันทีและล้มลงเป็นกองกระดูกในทันใด
คลื่นการจู่โจมลูกแรกของผู้เล่นได้ผลมาก และไม่เพียงแต่มันจะลดการเคลื่อนไหวของกองทัพโครงกระดูก แต่มันยังทำให้โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนต้องตายตก
ผู้เล่นโจมตีอย่างต่อเนื่อง และบังคับให้กองทัพโครงกระดูกต้องเข้าสู่สภาวะป้องกัน สิ่งนี้ทำให้ผู้เล่นบนกำแพงป้องกันดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง และในตอนนี้พวกเขาก็รู้สึกมั่นใจในการหยุดภัยพิบัติอันเดดและหยุดหายนะนี้ ภายใต้ความพยายามอย่างต่อเนื่องของพวกเขา กองทัพโครงกระดูกก็ไม่ได้ดูน่าหวาดหวั่นอีกต่อไป
ผู้บัญชาการทั้งหลายรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้นในขณะที่พวกเขาเห็นการโจมตีของตัวเองได้ผลเป็นอย่างมาก พวกเขาคิดว่าสงครามคงจะยากลำบากและน่าขมขื่นเพราะต้องมีการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะประเมินภัยพิบัติอันเดดสูงเกินไป
ก่อนหน้านี้ พวกเขาได้ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยความตายเพื่อรับชัยชนะโดยการเซ่นสังเวยคนของตัวเองเพื่อที่จะลดจำนวนของกองทัพโครงกระดูก แต่ดูเหมือนว่าสิ่งต่างๆจะง่ายกว่าที่พวกเขาคิด
ส่วนใหญ่มันเป็นเพราะพวกเขาได้เตรียมตัวไว้ดี อย่างเช่นกำแพงป้องกันหรือกับดักต่างๆ และภูมิประเทศที่สนับสนุนพวกเขา นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอีก 15 ล้านคน และพวกเขาก็ร่วมมือกันได้ดีมาก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนที่พวกเขาได้รับจากฝ่ายใหญ่ๆ น้ำมนต์และยันต์แสงศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนนั้นต่างก็มีราคามากมายมหาศาล
ถ้าพวกเขาไม่มีไอเท็มเหล่านี้ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้กับเหล่าโครงกระดูกได้เป็นอย่างมาก การโจมตีของพวกเขาก็คงจะไม่ได้ผลขนาดนี้
เมื่อเห็นว่าการเคลื่อนพลของกองทัพอันเดดค่อยๆอ่อนแอลง ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนก็อดที่จะเฉลิมฉลองไม่ได้ พวกเขาได้หยุดภัยพิบัติอันเดดและจะเป็นที่จดจำไปตลอดกาล ถ้าพวกเขาบอกคนอื่นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการต่อสู้ขนาดใหญ่ครั้งนี้ พวกเขาคงจะได้รับการชื่นชมและการสรรเสริญจากคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการบางคนก็ขนาดคิ้ว - จากสิ่งที่พวกเขารู้มานั้น ภัยพิบัติอันเดดไม่ควรจะมีขนาดเล็กมากขนาดนี้ และไม่ควรที่จะจัดการได้อย่างง่ายดายแบบนี้
นี่เป็นเพราะพวกเขาแทบจะไม่มีการสูญเสียเลย และโครงกระดูกก็ยังไม่เข้ามาใกล้ด้วยซ้ำ พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าชัยชนะจะบังเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายขนาดนี้?
ในทันใดนั้นเอง เมฆเทาก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามา และแสงสว่างก็จางลง สายลมอันน่าขนลุกโบกพัด ส่งผลให้ผู้คนต้องตัวสั่น บรรยากาศกดดันมากราวกับว่าพายุกำลังจะมาถึง
ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกทิศทาง พร้อมกันนั้นเอง เสาแสงสีดำกว่าสิบต้นก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ท้องฟ้าบิดเบี้ยวในขณะที่ค่ายกลเวทมนตร์กว้าง 10,000 เมตรได้ปรากฏขึ้นและแผ่กลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง
ภายใต้ค่ายกลเวทมนตร์อันใหญ่ยักษ์และ ณ ตรงจุดศูนย์กลางของเสาแสงสีดำทั้งสิบ ร่างในชุดคลุมสีดำร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่กลางอากาศ และแผ่กลิ่นอายที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นหน้าตาของเขา แต่ทุกๆคนก็รู้ว่ามันคือผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน!
ดวงตาสีแดงโลหิตของจ้าวฝูมองไปยังผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนตรงหน้าของเขาด้วยความเย็นชา เสื้อคลุมของเขาโบกสะบัดแม้ว่าจะไม่มีสายลม และเขาก็ค่อยๆยกมือขึ้น แหวนราชาภัยพิบัติเปลี่ยนเป็นลำแสงและพุ่งเข้าใส่ค่ายกลเบื้องบน
ค่ายกลเวทมนตร์สีดำได้แผ่แสงสีดำอันทรงพลังออกมาในทันที และกลิ่นอายแห่งภัยพิบัติอันไร้ก้นบึ้งได้แผ่ซ่านออกมา ดูราวกับว่ามันกำลังจะกลืนกินฟ้าดิน สายลมอันรุนแรงโบกสะบัดในขณะที่สายฟ้าเริ่มส่งเสียงดังอึกทึกราวกับว่าปีศาจตัวใหญ่ยักษ์กำลังจะปรากฏตัวขึ้น
จ้าวฝูชูมือขึ้นและชี้ไปข้างหน้า และภาพก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่งในขณะที่ฟ้าดินตกลงสู่ความเงียบงัน
ครืน…
เสียงดังสนั่นดังออกมาราวกับว่าโลกกำลังจะถูกทำลาย พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องในขณะที่มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำที่แผ่กลิ่นอายที่ดูราวกับจะสามารถทำลายทุกๆสิ่งได้เริ่มเคลื่อนเข้ามา
มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำมีทหารโครงกระดูก นักธนูโครงกระดูก ทหารม้าโครงกระดูก และนักเวทย์โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันทุกตัวต่างทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง และพวกมันได้แผ่ออร่าสีดำจำนวนมหาศาลออกมา ออร่าสีดำที่ว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งภัยพิบัติ และด้วยกลิ่นอายทำลายล้างจำนวนมากขนาดนี้ที่มารวมตัวกัน มันจึงราวกับเป็นวันสิ้นโลกเลย