- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 447 ปฏิญญาสงคราม
บทที่ 447 ปฏิญญาสงคราม
บทที่ 447 ปฏิญญาสงคราม
บทที่ 447 ปฏิญญาสงคราม
ผู้เล่นในภูมิภาคโดยรอบทั้งสี่ได้เริ่มเดินทางผ่านเขตแดนแห่งความว่างเปล่าไปด้วยความช่วยเหลือของฝ่ายระดับสูงและมารวมตัวกันยังภูมิภาคที่กำลังจะถูกบุกโจมตีโดยภัยพิบัติอันเดด
มันเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นจำนวนมากมายขนาดนี้ได้เคลื่อนไหวจากภูมิภาคหนึ่งไปสู่อีกภูมิภาคในโลกจุติสวรรค์ ในขณะนี้มีผู้เล่น 15 ล้านคนอยู่ในภูมิภาคเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความสนใจของฝ่ายเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนได้มารวมกันอยู่ที่นี่ - ไม่เพียงแค่ประเทศจีน แต่จากทั่วทุกมุมโลก
การต่อสู้ครั้งนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอนเพราะเป็นการต่อสู้ในระดับที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย แม้ว่าจะมีคนมากมายขนาดนี้ แต่หลายๆฝ่ายก็ยังไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าพวกเขาจะสามารถทำลายภัยพิบัติอันเดดได้
นี่เป็นเพราะพกวเขาไม่รู้ว่าภัยพิบัติอันเดดใหญ่แค่ไหน แต่พูดตามหลักการแล้ว เนื่องจากคนๆหนึ่งสามารถจัดการโครงกระดูกได้ 4 ตัว คนจำนวน 15 ล้านคนก็ย่อมสามารถจัดการโครงกระดูกได้ 60 ล้านตัว แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถหยุดภัยพิบัติอันเดดได้ พวกเขาก็ย่อมสามารถตัดกำลังมันไปได้มาก
แม้ว่าจะเหลือโครงกระดูกอยู่ไม่เท่าไรหลังจากนั้น ถ้าพวกเขารวมกองทัพผู้เล่นอีก พวกเขาก็ย่อมสามารถทำลายภัยพิบัติอันเดด
แม้ว่าผู้เล่นทั้ง 15 ล้านคนนี้จะตายไปทั้งหมด แต่พวกเขาก็ยังสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ไปเพิ่มจำนวนของภัยพิบัติอันเดดอีก ในท้ายที่สุด ฝ่ายทางตอนเหนือก็จะยังได้ชัยชนะอยู่ดี
เพื่อที่จะทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซูหยานจึงได้วางแผนล่วงหน้าไว้กับลอร์ดแห่งนครทั้งสี่และบอกพวกเขาให้ร่วมมือกันจัดการกับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน
เหล่าลอร์ดที่เดิมทีไม่ต้องการจะเข้ามาข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างผู้เล่น แต่หลังจากเห็นความหายนะของภัยพิบัติอันเดด พวกเขาจึงเลือกที่จะหยุดหายนะนี้ด้วย
ซูหยานต้องการให้ลอร์ดอีกสองสามคนเข้าร่วมด้วย แต่ก็ไม่มีลอร์ดจากภูมิภาคอื่นที่ยินดีจะเข้าร่วมด้วยเลย
นี่เป็นเพราะมันไม่แน่ว่าภัยพิบัติอันเดดจะเข้ามายังภูมิภาคของพวกเขา และพวกเขาก็รู้ว่าแม้ภัยพิบัติอันเดดจะเข้ามายังภูมิภาคของพวกเขา พวกเขาก็ต้องจ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อไม่ให้นครของพวกเขาถูกโจมตีโดยโครงกระดูกเหล่านั้น
แม้ว่าจะมีลอร์ดเพียงสี่คนจากภูมิภาคที่คาดการณ์ไว้ยินดีจะเข้าร่วมด้วย แต่ซูหยานก็เชื่อว่านี่คงจะเพียงพอแล้ว ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำคือการสะกดผู้สืบทอดมรดกต้าฉินไว้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้และผู้เล่นทั้ง 15 ล้านคนตายไปทั้งหมด มันก็ไม่เป็นอะไรถ้าพวกเขาบรรลุเป้าหมายของตน
ฝ่ายต่างๆพากันมีความสุขมากกับแผนการของซูหยาน และพวกเขาก็ไม่รู้สึกว่าภัยพิบัติอันเดดของต้าฉินจะน่ากลัวอีกต่อไป พวกเขาต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและเริ่มยกย่องซูหยาน
ชื่อเสียงของซูหยานค่อยๆเพิ่มขึ้น และเขาก็ได้รับความรักและความเคารพจากฝ่ายต่างๆเป็นอย่างมาก สาวๆหลายคนจากตระกูลใหญ่หลายตระกูลเริ่มมองมาที่เขาด้วยความสนใจ และซูหยานก็ได้พุ่งทะยานขึ้นมาถึงจุดสูงสุดในชีวิตของเขาในทันใด
ณ ที่แห่งอื่น จางเฮงที่กำลังขี่ลาของเขาก็สังเกตเห็นเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้สึกซับซ้อนมาก - เขาไม่แน่ใจว่าแผนการของผู้อาวุโสคนนี้ของเขาจะได้ผลหรือไม่ แม้ว่ามันดูเหมือนจะสำเร็จแน่นอน แต่เนื่องจากเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับต้าฉิน มันจึงไม่แน่นอนเสมอไป
"ซูหยาน ท่านได้ต่อกรกับต้าฉินมาหลายครั้ง ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ต้าฉินจะปล่อยท่านไป สิ่งนี้มันไม่คุ้มค่าเอาซะเลย!" จางเฮงถอนหายใจออกมาและยังคงขี่ลาของเขาต่อไป และไม่ต้องการจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
จากนั้นซูหยานยังได้วางแผนไว้ต่อ มันเป็นไปไม่ได้ที่ต้าฉินจะไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นบางทีต้าฉินอาจจะไม่เข้ามายังภูมิภาคที่คาดการณ์ไว้และเลือกไปที่อื่นแทน
ถ้ามันเป็นแบบนั้น กองทัพผู้เล่นที่เขารวบรวมมาอย่างยากลำบากก็จะไร้ประโยชน์ พวกเขาสามารถเปิดฉากโจมตีก่อนได้ แต่พวกเขาก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรมาก ดังนั้นซูหยานจึงคิดหาทางที่จะทำให้ภัยพิบัติอันเดดเข้ามายังภูมิภาคที่คาดการณ์ไว้
ภายในภูมิภาคที่คาดการณ์ไว้ ซูหยานได้สั่งให้คนสร้างแนวป้องกันไว้แล้ว และใช้วิธีการทุกรูปแบบในการสังหารเหล่าอันเดด
ในตอนนี้ ซูหยานก็ได้หาวิธีในการบังคับให้ต้าฉินมายังภูมิภาคนี้ ซึ่งก็คือการส่งปฏิญญาสงคราม ดังนั้นเขาจึงออกประกาศต่อสาธารณะชนว่า "ต้าฉิน พวกเจ้ากล้าสู้ไหม?"
ไม่เพียงแต่มันจะเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับฝั่งของเขา แต่มันยังเป็นการล่อลวงต้าฉินมาสู่ภูมิภาคนี้ด้วย ด้วยความกระหายการต่อสู้ของต้าฉินและความถือดีของมัน มันก็มีแนวโน้มว่ามันจะเลือกต่อสู้ แม้ว่าต้าฉินจะเลือกหลบหนี แต่มันก็จะถูกเยาะเย้ยว่าเป็นพวกขี้ขลาด
ด้วยซูหยานและฝ่ายทางตอนเหนอที่ออกประกาศปฏิญญาสงคราม ทุกๆสิ่งจึงร้อนแรงมากยิ่งขึ้น
ผู้เล่นที่เข้าร่วมรู้สึกเลือดร้อนขึ้นมา และด้วยความมั่นใจว่าพวกเขามีฝ่ายระดับสูงเข้าร่วมด้วย พวกเขาจึงพากันโพสต์ปฏิญญาสงครามลงบนฟอรั่มจุติสวรรค์
"ต้าฉิน พวกแกกล้าสู้ไหม? ผู้อาวุโสของแกจะทุบตีแกจนแกเรียกข้าว่าพ่อเลย!"
"สวะต้าฉิน พวกเจ้ายังกล้าหยิ่งอยู่ไหม? พวกเราจะสอนบทเรียนให้เจ้าในวันนี้เอง!"
"ต้าฉิน? ขยะฉินดีกว่ามั้ง! ฝ่ายของพวกเราจะทำลายพวกแกเอง!"
"ข้าพนันได้เลยว่าต้าฉินกำลังกลัว ด้วยคนจำนวนมากมายขนาดนี้ มันต้องกลัวแน่ๆ น่าเสียดาย ข้าอยากจะสอนบทเรียนให้พวกมันซะจริง!"
"ฝ่ายตอนเหนือต้องชนะแน่ๆ พวกเราจะสังหารผู้สืบทอดมรดกต้าฉินด้วยกัน!"
"ใช่แล้ว! พวกเราจะเหยียบผู้สืบทอดมรดกต้าฉินให้จมดิน สังหารแม่ของมันจนตาย และทรมาณน้องของมันจนต้องร้องขอชีวิต!"
ผู้คนได้พูดในสิ่งที่พวกเขาต้องการลงบนอินเทอร์เน็ต และพวกเขาต่างก็พากันใช้ภาษาที่หยาบคาย หัวข้อทั้งหมดมีการตอบกลับจำนวนมาก และเนื้อหาของพวกมันก็มักจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เหล่าคนที่เกลียดชังผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะร้องเพลงสรรเสริญเขา
ในตอนนี้ที่ต้าฉินกำลังยึดมั่นในเส้นทางของตัวเอง ประเทศจีนเกือบทั้งหมดก็เกลียดชังมัน และไม่มีใครรู้สึกชื่นชอบมันอีก
ในปัจจุบัน ฟอรั่มโลกจุติสวรรค์ได้เต็มไปด้วยหัวข้อเหล่านี้ และผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็เข้ามาสาปส่งและระบายอารมณ์ใส่ต้าฉิน
บุปผาจันทรา ซึ่งเป็นคนดูแลฟอรั่ม ไม่ได้เข้ามาแทรกแซง และมันก็ได้ปักหมุดหัวข้อเหล่านี้ไว้ด้านบน เพื่อทำให้ดูว่าต้าฉินเป็นฝ่ายที่ชั่วร้ายเป็นอย่างยิ่ง ด้วยวิธีการนี้ บุปผาจันทราจึงสามารถดึงดูดให้ผู้คนจำนวนมากยิ่งขึ้นเข้ามาต่อต้านต้าฉิน
ย้อนกลับในอดีต ต้าฉินได้สร้างความตกตะลึงให้กับฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วน และดูเหมือนจะได้รับความชื่นจากทุกๆฝ่าย ในตอนนี้มันกลายเป็นว่ามันเป็นที่เกลียดชังสำหรับชาวจีนเกือบทุกๆคน
อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นปกติของผู้คน - พวกมันง่ายที่จะถูกดึงดูดโดยฝูงชนและกระโจนเข้ามามีส่วนร่วมเสมอ
จ้าวฝูรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นโพสต์หาสมาชิกไปจนถึงการโพสต์โจมตีต้าฉิน
จ้าวฝูจะไม่รู้เรื่องใหญ่ๆพวกนี้ได้อย่างไรกัน? มิฉะนั้นเขาก็คงจะล้าหลังเกินไปแล้ว
ในตอนนี้จ้าวฝูกำลังนั่งอยู่ในห้องโถงอย่างไร้อารมณ์ และเขาก็รู้สึกว่าเขาได้ทำสิ่งที่ผิดลงไป