- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 444 ทหารม้าโครงกระดูก
บทที่ 444 ทหารม้าโครงกระดูก
บทที่ 444 ทหารม้าโครงกระดูก
บทที่ 444 ทหารม้าโครงกระดูก
วิ้ววว ...
กองทัพโครงกระดูกส่งเสียงคำรามขณะที่พวกมันได้คลืบคลานเข้าไปในภูมิภาคที่สี่ ทำลายต้นไม้และหินทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง
กองทัพโครงกระดูกกลืนกินทุกอย่างในเส้นทาง ทำให้มันยิ่งดูน่ากลัวกว่าเดิม ทันทีที่พวกมันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ สัตว์นับไม่ถ้วนก็เริ่มวิ่งหนีไปเพื่อชีวิตของพวกมัน
เสียงเเห่งความวุ่นวายก็เริ่มขึ้นเเละถูกลอร์ดนครทั้งสี่ตรวจพบและพวกเขาก็กลายเป็นลำแสงพุ่งออกไปทันที เมื่อเห็นกองทัพโครงกระดูกพวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงจ้าวฝูผู้ซึ่งอยู่กลางกองทัพโครงกระดูกและพวกเขาก็บินไป หลังจากพูดคุยกัน ก็เหมือนกับลอร์ดนครคนอื่นๆพวกเขาลงนามในสัญญาระดับสูงเเละกลับไปยังนครหลักของพวกเขาและขับไล่ผู้คนในรายชื่อออกไป พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธเงื่อนไขของจ้าวฝูได้เลย
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนในภูมิภาคเข้าใจว่าภัยพิบัติอันเดตกำลังโจมตีภูมิภาคของพวกเขาและทุกคนเริ่มตื่นตระหนก ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายพันธมิตรต่อต้านต้าฉินนั้นดูค่อนข้างขมขื่น - หากพวกเขารู้ว่าสิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้น พวกเขาจะไม่เข้าร่วมกับฝ่ายนี้แน่นอน
เมื่อผู้เล่นธรรมดาเห็นคนเหล่านั้นถูกไล่ออกจากนคร พวกเขาก็รู้สึกมีความสุข แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถออกจากนครหลักได้ชั่วคราวของระบบและมีการสูญเสียบางอย่าง เเต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่และดีกว่าตาย
ผู้คนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลยและผู้เล่นฝ่ายในถิ่นทุรกันดารสามารถทำได้เพียงทำลายหมู่บ้านและซ่อนตัวอยู่ในนครหลักของระบบเท่านั้น ลอร์ดนครก็เข้าใจดีว่าภัยพิบัติครั้งนี้ร้ายแรงเพียงใดและเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้คนจำนวนมากต้องตาย ดังนั้นเขาจึงต้องรักษาชีวิตคนที่ไม่มีรายชื่อเอาไว้ให้ได้
ตอนนี้ทุกนครหลักของระบบถูกอัดแน่นไปด้วยที่กั้น เสื้อผ้าของผู้คนจำนวนมากถูกฉีกขาด ผู้คนต่างก็แสดงสีหน้าหวาดกลัว คนเหล่านี้รีบวิ่งเข้าไปในนครหลักของระบบเมื่อภัยพิบัติอันเดตมาถึงและพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งที่น่ากลัว
มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถต้านทานได้ กองทัพโครงกระดูกสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะป้องกันมันได้และเพราะพวกเขาอ่อนแอเกินไป พวกเขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากวิ่งหนีด้วยความกลัว
บางคนตัดสินใจที่จะขุดหลุมและซ่อนตัวอยู่ในหลุมเมื่อภัยพิบัติอันเดตมาถึง อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องทำลายหมู่บ้านของตัวเองและเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นศิลาสร้างเมือง ไม่งั้นมันจะถูกทำลายโดยกองทัพโครงกระดูกอย่างถาวร
ตอนนี้การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและคนส่วนใหญ่ก็ไม่มีความคิดอื่นเลย ยิ่งกว่านั้นเนื่องจากพื้นดินถูกย้อมด้วยออร่าแห่งความตาย จึงไม่มีใครสามารถปลูกพืชผลได้ชั่วขณะ ดังนั้นจึงเกิดการขาดเเคลนอาหารอย่างใหญ่หลวงหลังจากภัยพิบัติจากอันเดตผ่านไป
ภัยพิบัติอันเดตเริ่มสร้างความหายนะในภูมิภาคที่สี่และกองทัพโครงกระดูกก็ค่อยๆปกคลุมทั่วทั้งภูมิภาค เสียงร้องเเห่งความเจ็บปวดและความสยองขวัญดังไปทั่วสถานที่และออร่าแห่งความตายก็ปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้าในภูมิภาคนั้น
ผู้คนที่อยู่นอกนครหลักของระบบต้องต่อสู้อย่างขมขื่นเพื่อมีชีวิตอยู่และรู้สึกเกลียดชังต้าฉินที่ก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่นี้ ผู้ที่อยู่ในนครหลักของระบบก็ต่างภาวนาว่าต้าฉินจะหยุดการสังหารหมู่นี้อย่างรวดเร็วและยอมให้โลกกลับสู่ความสงบสุข
อย่างไรก็ตาม การอธิษฐานนี้ก็ไม่มีประโยชน์เพราะทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของต้าฉิน ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงทำได้เพียงขอร้องต่อต้าฉิน ในทำนองเดียวกัน มันไม่มีประโยชน์ที่จะเกลียดสวรรค์ พวกเขาทำได้เพียงเกลียดต้าฉินเท่านั้น
ภัยพิบัติอันเดตนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและเสียงที่มันร้องก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฝ่ายต่างๆนับไม่ถ้วนก็หวาดกลัวและคิดว่าจะร่วมมือกันทำลายตระกูลอิ๋ง
แม้แต่ฝ่ายของภาครัฐก็ยังคิดที่จะออกนอกลู่นอกทางและเพิกเฉยต่อผลที่ตามมา บางทีการทำลายตระกูลอิ๋งอาจจะสามารถหยุดภัยพิบัตินี้ได้ แต่พวกเขาไม่กล้าทำ
อย่างเเรก ตระกูลอิ๋งเป็นหนึ่งในห้าตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมันมีเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่และยังควบคุมส่วนหนึ่งของกองทัพ หากใครพยายามโจมตี ก็จะประสบกับปัญหาที่น่ากลัว มีเพียงฝ่ายของรัฐบาลเท่านั้นที่มีความมั่นใจในการโจมตีตระกูลใหญ่ แม้แต่สี่ตระกูลใหญ่อีกสี่ตระกูลก็ไม่กล้าทำเช่นนี้
สิ่งสำคัญคือพวกเขาไม่สามารถหาผู้สืบทอดมรดกต้าฉินได้และไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนและดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจตระกูลอิ๋ง เช่นนี้แม้ว่าพวกเขาจะทำลายตระกูลอิ๋งได้ เขาก็อาจจะไม่หยุดภัยพิบัติและมันอาจทำให้เขาโกรธมากขึ้น ส่งผลให้พวกเขาสูญเสียมากขึ้นในโลกจุติสวรรค์
นั่นคือเหตุผลหลัก หากพวกเขารู้ว่าจ้าวฝูเป็นผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน ฝ่ายต่างๆคงจะเลือกที่จะทำลายตระกูลอิ๋งโดยใช้ทุกอย่างที่มี
เวลาผ่านไปเรื่อยๆและโครงกระดูกมากมายนับไม่ถ้วนยังคงตามล่าสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ ทุกคนต่างวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอด
โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนไล่ล่าพวกเขาอย่างตื่นเต้นและโครงกระดูกที่ถือดาบกระดูกก็ฟันดาบออกไปเป็นคลื่นแสงสีเทาขนาดใหญ่ สังหารชาวบ้านห้าคนที่พวกเขาไล่ล่า
โครงกระดูกได้ดูดซับออร่าสีเทาที่อยู่ในศพและร่างกายของมันก็สั่นเทาและเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
อย่างแรก ร่องรอยออร่าสีเทานับไม่ถ้วนปกคลุมร่างกายและเปลวไฟวิญญาณสีดำในหัวของมันก็สั่นไหวอย่างต่อเนื่อง ออร่าของมันทรงพลังมากขึ้นขณะที่ออร่าสีเทารอบๆตัวมันเริ่มเปลี่ยนเป็นเกราะกระดูก
โครงกระดูกโบกมือและม้าโครงกระดูกก็วิ่งมา โครงกระดูกหุ้มเกราะก็กระโดดขึ้นไปบนม้าและกลายเป็นทหารม้าโครงกระดูก
ทหารม้าโครงกระดูกนั้นมีพละกำลังมหาศาล พวกมันไม่เพียงมีความเร็วและทรงพลัง แต่ยังฉลาดอีกด้วย พวกมันทรงพลังมากกว่าโครงกระดูกธรรมดาถึงสิบเท่าและพวกมันก็โหดเหี้ยมและเลือดเย็นยิ่งขึ้นเมื่อฆ่าสัตว์ที่มีชีวิต
ตอนนี้กองทัพอันเดตมีทหารม้าโครงกระดูก ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ก็มากขึ้นกว่าเเต่ก่อน ยืนอยู่ตรงกลางกองทัพโครงกระดูก รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของจ้าวฝู
ห้าวันต่อมา จ้าวฝูสั่งให้ทหารม้าภัยพิบัติให้เริ่มย้ายไปยังภูมิภาคต่อไป
ทหารม้าภัยพิบัติทั้งสิบตนที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำดึงดาบสีดำของพวกมันขึ้นมา โครงกระดูกทั้งหมดรู้สึกถึงบางอย่างและหยุดก่อนที่จะรวมตัวกัน
เมื่อเห็นว่ากองทัพอันเดตเริ่มที่จะออกไป ลอร์ดนครทั้งสี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างไรก็ตามหลังจากได้เห็นหญ้าและพืชที่เหี่ยวแห้ง ดินแดนที่แห้งแล้งและอาคารที่ถูกทำลาย พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ด้วยโครงกระดูกที่เพิ่มเข้ามาในภูมิภาคที่สี่ กองทัพโครงกระดูกก็ใหญ่ขึ้นและใช้เวลาเพียงห้าวันในการกวาดล้างผ่านภูมิภาคที่ห้า
เมฆสีเทาปลดปล่อยออร่าแห่งความตายขัดขวางดวงอาทิตย์และไม่มีสัญญาณสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบงันไม่มีเเม้เเต่เสียงนกหรือเเมลง มีเพียงความเงียบ
นี่เป็นฉากที่น่ากลัวที่สุดในยุคนี้ ภัยพิบัติที่กำจัดสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนยังคงเดินต่อไปในภูมิภาคที่หก!
ภัยพิบัติอันเดตนั้นไร้เทียมทานและมันทำลายทุกอย่างในเส้นทางของมันทำให้ดินแดนที่มันผ่านไปกลายเป็นพื้นที่ต้องสาปเเละมีความตายปกคลุมไปทั่วพื้นที่ เเสดงให้เห็นว่าภัยพิบัตินี้น่ากลัวอย่างไร
อีกสี่วันต่อมากองทัพโครงกระดูกก็เริ่มเคลื่อนตัวไปยังภูมิภาคที่เจ็ด ทิ้งเบื้องหลังที่มีเเต่ความตายเเละหายนะเอาไว้