เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 433 ไวเวิร์น

บทที่ 433 ไวเวิร์น

บทที่ 433 ไวเวิร์น


บทที่ 433 ไวเวิร์น

สงครามกลางเมืองไม่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนในประเทศจีนในระยะยาว การสูญเสียใด ๆ มันก็คือการสูญเสียสำหรับประเทศจีน

ด้วยการสนับสนุนของเหล่าราชวงศ์ ฝ่ายต่าง ๆ ในทางตอนเหนือรู้สึกมั่นใจและภูมิใจอย่างเหลือเชื่อและต้าฉินไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาอีกต่อไป

ด้วยการรวมกลุ่มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้คนของพวกเขามีจำนวนหลายสิบล้านคน และต้าฉินเพียงฝ่ายเดียว นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของพวกเขาคือไม่สามารถรวบรวมกำลังทั้งหมดเข้าด้วยกันได้

แม้ว่าต้าฉินะอ่อนแอกว่าพวกเขาทั้งหมด แต่ทหารก็ไม่ใช่คู่มือของเขา นี่คือสิ่งที่พวกเขาทุกคนรู้กันดี

ชนเผ่าโบราณกลุ่มที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศจีนก็รู้เรื่องนี้เช่นกันและผู้อวุโสสิบคนหรือมากกว่านั้นก็มารวมตัวกันเพื่อหารือ

ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวว่า “ทำไมเราไม่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางและยุติสงครามกลางเมืองเองซะละ หากสงครามกลางเมืองลุกเป็นไฟจริง ๆ ทางตอนเหนือของประเทศจีนทั้งหมดจะได้ลุกเป็นไฟและจะต้องมีเหล่าหมาป่าอันหิวโหยมากมายจะรอฉวยโอกาศในเวลาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน เพื่อประเทศจีน เราต้องรีบทำอะไรซักอย่างแล้วล่ะ”

ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งกล่าวว่า“ แต่พันธมิตรต่อต้านต้าฉินนั้นได้มีกระทำอย่างโหดเหี้ยมไร้มนุษธรรมปราศจากความคิดเกี่ยวกับผลที่ตามมาและไม่ไว้หน้าต้าฉิน ตกลงเจ้าต้าฉินกระหายเลือนั่นจะยอมรามือหรือไม่

“ ครั้งที่แล้วเมื่อดวงดาวจักรพรรดิแห่งความโกลาหลปรากฎขึ้น ทุกคนสามารถบอกได้ว่า ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะกลายเป็นจักรพรรดิที่กระหายเลือดและชั่วร้ายที่สุด เขาจะยอมได้อย่างไร?

“ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ กลุ่มต่อต้านต้าฉินมีข้อได้เปรียบอย่างล้นหลามและมันทำให้กลายเป็นความอวดดีอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเราจะเจรจากับไอ้บัดซบต้าฉินนั่นอย่างไรละ?”

ผู้อาวุโสอีกคนกล่าวว่า“เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว ตอนนี้เราต้องพยายาม สงครามกลางเมืองครั้งนี้อาจสั่นคลอนทั้งทางตอนเหนือของ ทวีปกลางและอาจส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งโลก”

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโส ทุกคนต่างถอนหายใจและพยักหน้า อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องพยายามหยุดสิ่งนี้ไม่ให้เกิดขึ้น

โเหล่าสำนักร้อยห่งความคิดได้มีความคิดที่จะแบ่งออกเป็นสองฝ่าย: ฝ่ายหนึ่งหวังว่าจะมีการต่อสู้และความโกลาหลมากมายและผู้ที่ชนะก็จะเป็นกษัตริย์ อีกฝ่ายต้องการความสงบสุข - หากเกิดสงคราม ความแข็งแกร่งของจีนจะลดลงอย่างน้อยหนึ่งในสี่ถ้าไม่มากไปกว่านี้

มีอีกกลุ่มใหญ่ในจีนที่ค่อนข้างกังวลเช่นกันคือดอกไม้จันทรา ขณะนี้ ผู้หญิงเลอโฉม 20 นางได้นั่งอยู่ที่โต๊ะใหญ่

“พี่ใหญ่ เราควรขายสินค้าให้กับกลุ่มทางตอนเหนือหรือไม่? หากขายมันตอนนี้ละก็ เราจะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลเพราะนี้เป็นเวลาที่ดียังไงละ” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดและยิ้มในขณะเธอมองผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ในที่นั่งหลัก

ผู้หญิงอีกคนกลอกตาของเธอขณะที่เธอพูดว่า“ถ้าสงครามกลางเมืองเริ่มขึ้น ธุรกิจของพวกเราในทางตอนเหนือทั้งหมดจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนและมันจะดีถ้าหากเราไม่ยุ่งกับมัน”

“ตอนนี้ตอนเหนืออยู่ในความสับสนอลหม่านและทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับต้าฉินนก็เริ่มที่จะถูกโจมตี แม้แต่บางกลุ่มก็ถูกโจมตี อย่างไรก็ตาม ข้าไม่ได้กังวลเกี่ยวกับพวกเขา แต่ข้าเกรงว่าที่ต้าฉินไม่มีการเคลื่อนไหวจะเป็นไรที่น่ากลัวมากกว่า”

ผู้หญิงอีกคนหัวเราะ“เธอเป็นคนขึ้กลัวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย? เจ้านั้นก็เป็นแค่ต้าฉินไม่ใช่รึไง ถ้าเกิดมันได้เผชิญหน้ากับทางตอนเหนือทั้งหมด ยังไงมันก็ต้องแพ้อย่างแน่นอนซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันไม่กล้าทำอะไรเลยยังไงละ”

“เป็นเพราะท่านไม่เข้าใจว่าต้าฉินนเป็นคนที่ที่น่ากลัวขนาดไหนยังไงละ!” หญิงสาวพูดจาโต้กลับ

เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะเริ่มต่อสู้กัน หญิงสาวผู้อ่อนโยนก็กล่าวว่า“ เอาล่ะ หยุดเถียงกันแค่นี้ก่อนและฟังสิ่งที่พี่ใหญ่พูดว่าเราควรจะมีส่วนร่วมหรือไม่

ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่นั่งอยู่ในที่นั่งหลักยิ้มเมื่อเธอมองผู้หญิงแล้วพูดว่า“ข้าคิดว่าตอนนี้เราคงเป็นกลางก่อน ไม่จำเป็นต้องให้ดอกไม้จันทราจมอยู่ในความสับสนวุ่นวายเพียงเพื่อผลกำไรเพียงเล็กน้อยหรอก ต้าฉินมีโชคชะตาจำนวนมากดังนั้นเขาจะไม่สูญเสียอะไรอย่างง่ายดายหรอกนะ นอกจากนี้สงครามกลางเมืองยังไม่ได้เริ่มปะทุอย่างจริงจัง เมื่อถึงเวลานั้น มันยังไม่สายเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าร่วมเช่นกัน นั่นคือทั้งหมดสำหรับวันนี้!”

เมื่อได้ยินอย่างนี้พวกเธอพยักหน้าก่อนเดินออกไป

“หยูหยาน ระวังตัวด้วยนะ” เมื่อเห็นทุกคนออกไป ผู้หญิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ก็ยิ้มในขณะที่เธอพูดกับซูหยูหยานผู้ซึ่งกำลังออกไป

ใบหน้าของซูหยูหยานซีดจางก่อนที่จะพยักหน้าอย่างจริงจัง “เข้าใจละค่ะ พี่ใหญ่”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและอีกไม่นานหนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไป ฝ่ายนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึงว่าต้าฉินยังไม่ได้ทำอะไรหรือเริ่มธุรกิจใหม่อีกครั้ง เผ่าโบราณเสนอให้ไกล่เกลี่ยและทำสนธิสัญญาสันติภาพ แต่ถึงกระนั้นพวกเขายังไม่ได้ยินคำตอบจากเขา

มันเหมือนกับว่าต้าฉินได้หายตัวไปและไม่มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ - เป็นไปได้หรือไม่ที่ต้าฉินนจะยอมแพ้ไปแล้ว?

กลุ่มทางตอนเหนือเริ่มฉลองและพวกเขาถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข นี่เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองเนื่องจากพวกเขาได้จัดการต้าฉินไปแล้ว ตอนนี้ต้าฉินได้เห็นว่าพลังของฝ่ายทางตอนเหนือเป็นอย่าไรและหวาดกลัว

ฝ่ายที่ยอมจำนนต้าฉินก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันเพราะต้าฉินไม่ได้ทำอะไรเลยและพวกเขาไม่ได้รับข้อมูลใด ๆเลย ทำให้พวกเขาเริ่มรู้สึกที่จะกังวล

“แม่ แม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้กัน?” ไฉเส้าฮุยได้ถามและมองไปที่หนานกงชูเยว่

หนานกงซูเยว่ส่ายหัวเบา ๆ แล้วพูดว่า“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน; รู้สึกว่าฝ่าบาทได้เตรียมการอะไรบ้างอย่างเอาไว้แล้วละ แม่คิดว่าอีกไม่นานเราก็ได้รู้แล้วละ เร็ว ๆ นี้”

สถานการณ์นั้นเหมือนกับในรัฐเว่ย ประชาชนหนึ่งในรัฐเว่ยได้ถามเว่ยซิน“นายน้อย, ต้าฉินยังไม่มีการรตอบสนอง; อย่าบอกนะว่ามันกลัวจริงๆ? ท้ายที่สุด มันก็เป็นฝ่ายมากมายจากทางตอนเหนือ”

หลังจากยอมแพ้ เว่ยซินได้สละชื่อของ 'ฝ่าบาท' และตอนนี้เขาถูกเรียกว่า 'นายน้อย'

เมื่อได้ยินอย่างนี้ เว่ยซินก็แค่ส่ายหัวเท่านั้น เขารู้สึกว่ามีพายุก่อตัวขึ้น ผู้คนต้องล้มตายจากมากแน่นอน มันจะเป็นหายนะสำหรับตอนเหนือทั้งหมด

กลับมาที่เมืองต้าฉินน จ้าวฝูนำคนคนหนึ่งไปที่ห้องบ่มเพาะ มีไข่สีเทาวางอยู่ตรงนั้นซึ่งก็คือไข่ไวเวิร์น หลังจากผ่านไปนาน มันก็เกือบจะถึงเวลาฟักไข่แล้ว

ตัวไข่สูงครึ่งเมตรเริ่มสั่นและส่งออร่าที่ทรงพลังราวกับว่ามีสิ่งดิ้นรนอยู่ข้างใน

แคร้ก! แคร้ก! แคร้ก!

รอยแตกเริ่มปรากฏตามไข่ขณะที่เศษเปลือกหลุดออกมาและหัวที่ปกคลุมไปด้วยน้ำเมือกก็โผล่ออกมา ดวงตาสีดำขนาดใหญ่คู่หนึ่งมองไปรอบ ๆ อย่างสงสัยเมื่อไข่ที่เหลือแยกออกจากกันและร่างของมันก็ออกมาจากไข่

มันคือไวเวิร์นที่ปัจจุบันดูเหมือนจิ้งจกที่มีปีกคู่ มันถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีเทาและมีเขาเล็ก ๆ คู่หนึ่ง ร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยเมือก และปลดปล่อยออร่าแห่งความกดข่ม

หลังจากออกจากไข่ มันเห็นจ้าวฟู ปีกของมันก็กระพืออย่างมีความสุขและบินไปที่จ้าวฝู เนื่องจากจ้าวฝูได้ผูกมัดมันไว้กับเขาโดยใช้เลือดของเขาแล้ว ไวเวิร์นตัวน้อยจึงมองว่าเขาเป็นคนใกล้ชิดที่สุด

จ้าวฝูกอดไวเวิร์นตัวน้อยโดยไม่สนใจเมือกบนร่างกาย เขาลูบหัวของมันอย่างมีความสุขจากนั้นจ้าวฝูก็นำศิลายกระดับออกมาและป้อนให้กับไวเวิร์นก่อนที่จะนำไปที่รังสัตว์

จบบทที่ บทที่ 433 ไวเวิร์น

คัดลอกลิงก์แล้ว