เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 400 ตราประทับแห่งราชา

บทที่ 400 ตราประทับแห่งราชา

บทที่ 400 ตราประทับแห่งราชา


บทที่ 400 ตราประทับแห่งราชา

"แคว๊กกกก!!" นกอินทรีสีแดงโลหิตร้องออกมาและสยายปีกของมันในขณะที่มันโจมตีครั้งแรก มันพุ่งไปข้างหน้าในขณะที่กรงเล็บที่ราวกับเหล็กกวาดเข้าใส่มังกรสีฟ้าในอากาศ

มังกรฟ้ามีความยาวแค่ 60 เมตรเท่านั้น ดังนั้นมันจึงดูตัวเล็กมาก นกอินทรีของไป่ฉีก่อตัวขึ้นจากออร่าของทหาร 60,000 คน ดังนั้นมันจึงมีความยาวระหว่างปีกสองข้างอยู่ที่ 30 เมตร และไม่ได้เล็กกว่ามังกรฟ้านัก

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของนกอินทรี มังกรฟ้าก็บิดร่างของมันและหันหน้าไปหานกอันทรี เสียงระเบิดดังอู้อี้อยู่ในลำคอในขณะที่นกอินทรีสีแดงโลหิตได้กระเด็นออกมา และมันก็ทรงตัวอยู่ในอากาศได้อย่างรวดเร็ว มังกรฟ้าไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้มากนัก

อินทรีสีแดงโลหิตไม่ได้โจมตีต่อ ถึงอย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นมังกรแห่งโชคชะตาของรัฐ และแม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กมากและไม่ได้มีโชคชะตามากมายนัก แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่อินทรีสามารถต่อกรได้เพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สัตว์อสูรทั้งสามตัวมาถึง สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป

อินทรีสีแดงโลหิตโจมตีอีกครั้งด้วยการถลาลงมาพร้อมกับพลังอันมหาศาลในขณะที่มันจิกเข้าใส่มังกรฟ้า เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันเกรี้ยวกราดเช่นนี้ที่ไม่คำนึงถึงการป้องกันเลย มังกรฟ้าก็ทำได้เพียงแค่หลบเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เสือดำก็ทะยานเข้ามาใส่มังกรฟ้าอย่างดุร้าย บังคับให้มันต้องสะบัดหางและหวดเสือดำออกไป ด้วยเหตุนี้เอง หมาป่าเขียวจึงฉวยโอกาสนี้กระโจนเข้ามา และกัดร่างกายของมังกรฟ้า

ต่อจากนั้น วัวสีครามร่างยักษ์ก็พุ่งเข้าใส่มังกรฟ้า กระแทกมันและส่งผลให้มันสูญเสียสมดุลไป

เนื่องจากสัตว์อสูรอีกสามตัวนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากออร่าของทหารตัวละ 20,000 คน พวกมันจึงมีขนาดเล็กตามไปด้วยและมีความยาวแค่ 10 กว่าเมตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ยังสามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับมังกรฟ้าได้

หลังจากโดนโจมตีไปสองครั้ง มังกรฟ้าก็คำรามออกมาและเหวี่ยวร่างกายของมัน ส่งให้หมาป่าเขียวกระเด็นออกไปก่อนที่จะหันไปกัดใส่วัวสีคราม

ตู้ม!!

ในเวลานั้นเอง อินทรีสีแดงโลหิตก็ทะยานลงมาอีกครั้ง วาดกรงเล็บอันแหลมคมของมันเข้าใส่มังกรก่อนที่จะแทงออกไป เมื่อรู้สึกถึงการโจมตีนี้ มังกรฟ้าก็คำรามออกมาและหันไปกัดใส่อินทรี

ห้าสัตว์อสูรเข้าโรมรันกันอยู่ในอากาศ ส่งผลให้เกิดลมพายุโบกพัดออกมา กลิ่นอายที่พวกมันแผ่ออกมานั้นน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง และการต่อสู้ก็รุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายของต้าฉินก็ได้เปรียบมาก เนื่องจากมันเป็นการต่อสู้แบบสี่ต่อหนึ่ง

การแสดงออกของหวังเสี่ยวน่าเกลียดมาก เขาไม่เคยคิดว่ามังกรแห่งโชคชะตาเต็มกำลังของเขาจะถูกข่มไว้โดยสัตว์อสูรสี่ตัวนี้ในขณะที่ศัตรูของเขายังไม่ได้ปลดปล่อยมังกรแห่งโชคชะตาออกมาด้วยซ้ำ นี่เป็นความอับอายอันยิ่งใหญ่

จ้าวฝูมองไปยังหวังเสี่ยวด้วยดวงตาสีแดงโลหิตในขณะที่ตราประทับแห่งราชาของเขาปรากฏขึ้นบนหลังมือขวา "ชาน้อย! ชิงน้อย!  ไปสังหารเขาซะ"

ทันใดนั้น ร่างสองร่างก็ระเบิดกลิ่นอายอันทรงพลังออกมาและพุ่งเข้าใส่กำแพงเมือง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ก้าว พวกเขามาก็ถึงด้านบนของกำแพงเมืองและเริ่มโจมตีหวังเสี่ยว

เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันรุนแรงของทั้งสอง หวังเสี่ยวก็ไม่กล้าที่จะประมาทและสู้กับเขาด้วยความแข็งแกร่งเต็มกำลัง

การล้อมของอีกสามด้านถูกนำทัพโดยจางต้าหู เสี่ยวเจี้ยน และผู้อาวุโสโล๊ค เมื่อเห็นว่าฝ่ายป้องกันกำลังหนีและซ่อนตัวอย่างหมดท่า จางต้าหูก็สั่งให้นักธนูยิงได้ตามใจ

นี่หมายความว่านักธนูสามารถยิงตอนไหนหรือยิงไปตรงไหนก็ได้ที่พวกเขาต้องการ เพื่อจัดการกับศัตรูที่กำลังพยายามหนี

เมื่อเห็นว่าฝ่ายป้องกันส่วนใหญ่ถูกจัดการไปแล้ว จางต้าหูจึงสั่งให้เดินทัพต่อ และทหาร 20,000 คนได้กรีฑาทัพเข้าใส่กำแพงเมือง เสียงคำรามของพวกเขาดังก้องราวกับสายฟ้า

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทหารของรัฐเจิ้งก็เตรียมที่จะตีโต้ แต่ในทันทีพวกเขาโผล่หัวออกมา ลูกศรก็ถูกยิงเข้าใส่พวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมีจำนวนแค่ 2,000 คนที่เหลืออยู่บนกำแพงเท่านั้น ซึ่งห่างไกลจากการป้องกันศัตรูมาก ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสร้างแนวป้องกันขึ้นมา

ในตอนนี้ ทหารของต้าฉินได้มาถึงกำแพงเมืองแล้วและเอาบันไดที่พวกเขาเตรียมไว้ออกมาในขณะที่พวกเขาปีนขึ้นไปบนกำแพงเมือง พวกเขาต้องกระทำการนี้อย่างรวดเร็วเพราะการปิดล้อมนั้นอันตรายมาก และมันก็ง่ายที่จะถูกโจมตีในขณะที่กำลังปีนขึ้นไป

ทหารป้องกันบางคนได้เสี่ยงชีวิตเพื่อหยิบของหนักออกมาและโยนพวกมันใส่ผู้โจมตีที่กำลังปีนบันไดขึ้นมา อย่างไรก็ตาม นักธนูหลายพันคนก็ระดมยิงใส่ในทันที เห็ได้ชัดว่าฝ่ายป้องกัน 2,000 คนนั้นไม่ใช่คู่มือของฝ่ายโจมตีจำนวน 20,000 คนเลย

พวกเขาเสียเปรียบในทุกๆด้าน และในตอนนี้ขวัญกำลังใจของพวกเขาก็ถูกบดขยี้ไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นทหารของรัฐเจิ้งจึงถูกลิขิตให้พ่ายแพ้แล้ว

ในไม่ช้า ทหารของต้าฉินหลายๆคนก็ได้ปีนขึ้นไปบนกำแพง และทหารชั้นยอดบางคนก็ปีนขึ้นไปโดยใช้โซ่และตะขอเกี่ยว ในไม่ช้า พวกเขาก็เข้าควบคุมกำแพงเมืองและเปิดประตูเมือง ทำให้ทหารส่วนที่เหลือเข้ามาได้

อีกสองกลุ่มทหารของต้าฉินเองก็ได้เข้ายึดกำแพงในฝั่งของตนโดยมีการบาดเจ็บและเสียชีวิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่จะเข้ามา

ในตอนนี้ รัฐเจิ้งไม่ได้เหลือคนมากมายเท่าไรแล้ว พวกเขามีคนเพียง 50,000 คนจากตอนเริ่มแรก และหลังจากที่ส่งผู้คนมายังกำแพงเมืองเป็นจำนวนมาก พวกเขาก็เหลือแค่คนแก่ เด็ก และผู้หญิงอยู่ 10,000 คน

ในตอนนี้ งานของทหารต้าฉินก็คือการเข้ายึดเมืองของรัฐต้าเจิ้ง กับคนที่มีความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ พวกเขาได้ไว้ชีวิตทุกคนที่ยอมจำนน แต่ใครก็ขัดขืนก็จะถูกสังหารในทันที

หลังจากทหารของต้าฉินเข้ามาในเมืองแล้ว ดวงใจเมืองก็ปลดปล่อยบาเรียพลังงานสีฟ้ากว้าง 50 เมตร เพื่อปกป้องตัวเอง

ทหารทั้งสามกลุ่มของต้าฉินได้ดำเนินการแยกกันและเข้าควบคุมเมืองของรัฐเจิ้งอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้สถานที่เพียงแห่งเดียวที่ไม่ตกอยู่ในการควบคุมของพวกเขาก็คือโถงเมืองเพราะทหาร 60,000 คนไม่สามารถจัดการกับบาเรียพลังงานสีฟ้าได้เร็วนัก

ดังนั้นทหารของต้าฉินจึงได้มาสมทบกับกลุ่มหลักทางฝั่งตะวันออก และล้อมกำแพงเมืองทางฝั่งตะวันออกไว้ ตราบใดที่พวกเขาสามารถสังหารหวังเสี่ยวได้ บาเรียพลังงานก็จะแตกออกไปโดยอัตโนมัติ

บนกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก หวังเสี่ยวได้โจมตีถัวป้าชิงด้วยดาบของเขาอย่างต่อเนื่อง และถ้วป้าชิงก็ได้ใช้ดาบสีแดงโลหิตเล่มโตของเธอเพื่อป้องกันอย่างต่อเนื่อง ในการตอบสนอง หวังเสี่ยวได้คำรามออกมา และกลิ่นอายของเขาก็ระเบิดออกมาในขณะที่เขาเตะถัวป้าชิงให้กระเด็นกลับไปกว่า 10 เมตรอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ชาน้อยก็ปรากฏตัวด้านหลังของหวังเสี่ยวในทันทีในขณะที่เขาวาดกริชของเขาออกไป และก่อให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ที่ด้านหลังของหวังเสี่ยว หวังเสี่ยวโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดและหันไปโจมตีชาน้อย

ในปัจจุบัน หวังเสี่ยวก็ถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลจำนวนมากมายจากชาน้อยและถัวป้าชิง อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่แค่หวังเสี่ยวเท่านั้น มังกรฟ้าของหวังเสี่ยวบนท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลจากสัตว์อสูรทั้งสี่ด้วย

"พวกเจ้าทุกคนพอได้แล้ว!" เสียงอันสงบนิ่งดังออกมา ส่งผลให้ทุกๆคนแข็งค้างไปและถอยกลับมา

ในตอนนี้ที่หวังเสี่ยวได้ใช้พลังไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นมันจึงถึงเวลาที่จะต้องเก็บเกี่ยวชัยชนะ

จ้าวฝูยืนอยู่กลางอากาศ ร่างกายของเขาแผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เสื้อคลุมสีดำของเขาโบกสะบัดแม้ว่ามันจะไม่มีสายลมอยู่เลย ทำให้มันยากที่จะเห็นรูปลักษณ์ของเขา อย่างไรก็ตาม ดวงตาสีแดงโลหิตของเขาก็เปล่งแสงสว่างอันชั่วร้าย ทำให้พวกมันสะดุดตามาก

"อ๊ากกก!!!" เมื่อเห็นจ้าวฝู การแสดงออกของหวังเสี่ยวก็ดุร้ายขึ้นมาในขณะที่เขาระเบิดความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมา และร่างกายของเขาก็แผ่แสงสีฟ้า ส่งผลให้สายลมกระโชกแรงโบกพัดออกมา หวังเสี่ยวกุมดาบของเขาด้วยมือทั้งสองข้างและพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู

จบบทที่ บทที่ 400 ตราประทับแห่งราชา

คัดลอกลิงก์แล้ว