- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 375 ไอเท็มเคล็ดวิชา
บทที่ 375 ไอเท็มเคล็ดวิชา
บทที่ 375 ไอเท็มเคล็ดวิชา
บทที่ 375 ไอเท็มเคล็ดวิชา
จ้าวฝูมองเวลาและเห็นว่าเป็นเวลา21.00น. ดังนั้นการประชุมจะเริ่มในอีก10ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นนับจากนี้ หลังจากคุยกับเซียนหลูเขาก็รู้ว่าสิบชั่วโมงนั้นไม่นานเกินรอ
มันต้องใช้เวลาสองชั่วโมงเพื่อให้เซียนหลูสร้างไอเท็มเคล็ดลับวิชา และต้องใช้เวลาเเปดชั่วโมงเพื่อให้เธอส่งมา
ตอนนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะได้รับการแก้ไข จ้าวฝูได้ถอนหายใจและกลับมายังโลกจุติสวรรค์ เขาพบไป่ซานและขอให้เขาหยุดการวิจัยช่องทางการเคลื่อนย้ายระดับสุดยอดและมาค้นคว้าวิธีสร้างเครื่องเก็บเกี่ยวเมล็ดพืช
ในเวลาเดียวกันจ้าวฝูได้เขียนพิมพ์เขียวขึ้นสองสามชิ้นและอธิบายบางสิ่งบางอย่างให้กับไป๋ซานเเละบัณทิต
...........................
บนแท่นสูงเก้าเมตร เซียนหลูสวมชุดเดรสและยืนอยู่ตรงกลางเเละเตรียมตัวที่จะสร้างไอเท็มเคล็ดวิชา มือของเธอกำลังท่าผนึกอย่างต่อเนื่องปล่อยคลื่นระลอกที่กลายเป็นพายุที่เหี่ยวเฉาและมีเสียงฟ้าร้องจางๆอยู่ทางด้านหลัง
อีกสองชั่วโมงต่อมาเซียนหลูก็กรีดข้อมือเป็นเเผลเล็กๆเลือดของเธอหยดลงบนจี้หยกกลายเป็นอักขระรูนพุ่งเข้าไปในจี้หยก ภาพของสัญลักษณ์ไทชิปรากฏขึ้นภายในจี้หยกและไอเท็มเคล็ดวิชาก็เสร็จสมบูรณ์
"อาหลี่รีบส่งสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด" เซียนหลูเดินลงมาจากแท่นและหยิบจี้หยกไปยังชายคนหนึ่งรออยู่ตรงที่นั่น
ชายคนนั้นพยักหน้าและเก็บจี้หยกไว้ในกล่องก่อนออกเดินทาง เขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์และค่อยๆหายไปจากขอบฟ้า
.............................................
ตอนเช้าตรู่ราวท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง จ้าวฝูลุกขึ้นและเดินไปที่ประตูที่พักของตระกูลอิ๋ง วันนี้เป็นวันที่มีการประชุมใหญ่ดังนั้นตระกูลอิ๋งจึงค่อนข้างที่จะเสียงดังกันเเต่เช้า
จ้าวฝูกำลังคิดหนัก - ถ้าตัวตนของเขาถูกเปิดเผย แม้ว่าตระกูลอิ๋งจะไม่ได้ฆ่าเขา เเต่เขาจะอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้มีพลังในโลกแห่งความเป็นจริงและตระกูลอิ๋งก็สามารถทำอะไรกับเขาก็ได้
จ้าวฝูไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ในกำมือของผู้อื่นและไม่ต้องการให้ต้าฉินถูกควบคุมโดยคนอื่น ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของเขาได้ในที่ประชุมนี้
เวลาค่อยๆผ่านไป จ้าวฝูยังคงรอ ในไม่ช้ารถคันหรูก็ขับเข้ามาในเขตที่พักของตระกูลอิ๋ง - คนในตระกูลอิ๋งบางคนเริ่มที่จะมากันเเล้ว
"จ้าวฝู!" ทันใดนั้นมีเสียงเรียกชื่อเขา จ้าวฝูหันมองและเห็นอู๋ชิงเหนียงออกมาจากรถ อู๋ชิงเหนียงได้พยายามเป็นอยางมากในการเเต่งตัวครั้งนี้ เธอสวมชุดเดรสสีม่วงกับต่างหูคริสตัลและปล่อยผมของเธอหล่นลงบนบ่า เธอได้ปลดปล่อยออร่าที่สวยงามและสูงศักดิ์
เมื่อเห็นอู๋ชิงเหนียงมาถึงจ้าวฝูก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะตระกูลอิ๋งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลอู๋และมักจะเชื้อเชิญให้คนในตระกูลอู๋เดินทางมาในวันที่เกิดงานพิเศษ
"นายกำลังรออะไรอยู่? อย่าบอกนะว่านายรอฉันอยู่! " อู๋ชิงเหนียงพูดเเละยิ้มออกมา
จ้าวฝูยิ้มเเละส่ายหัวจากนั้นก็พูดว่า"ฉันกำลังรออะไรบางอย่างอยู่!"
อู๋ชิงเหนียงรู้สึกค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นและถามว่า "จริงเหรอ? อะไรล่ะ?"
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่สามารถบอกเรื่องไอเท็มเคล็ดลับวิชากับอู๋ชิงเหนียงได้ดังนั้นเขาจึงตอบว่า "มันไม่มีอะไรหรอกเเค่สิ่งของเล็กๆน้อยๆ"
แน่นอนว่าอู๋ชิงเหนียงไม่เชื่อในสิ่งที่จ้าวฝูบอกเเละมองไปที่เขาอย่างสงสัย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขาไม่ต้องการพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากพูด เธอจึงไม่ถามต่อ "เอาล่ะเกือบจะถึงเวลาแล้ว อย่าสายละ ฉันจะรอนายอยู่ข้างใน"
จ้าวฝูพยักหน้า อู๋ชิงเหนียงได้เข้าไปในรถอีกครั้งเเละขับรถเข้าไปในที่พักของตระกูลอิ๋ง
ไม่นานก็ได้เวลา07:00น. แต่ไอเท็มเคล็ดลับวิชายังไม่ได้มาถึงทำให้จ้าวฝูรู้สึกกังวลมาก
อีก20นาทีต่อมาชายคนหนึ่งเดินผ่านไปยังจ้าวฝูและมอบกล่องให้ก่อนที่จะออกไป
จ้าวฝูเปิดกล่องและเห็นจี้หยก เมื่อเห็นจี้หยกชิ้นนี้จ้าวฝูถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเขาก็สวมใส่จี้หยก
ภายในดาวแห่งความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดาวฤกษ์มหึมายักษ์ได้ส่องแสงสีแดงเลือดและเริ่มที่จะหมุน ด้ายสีแดงเลือดหล่นลงมาจากฟากฟ้าทำให้อากาศสั่นสะเทือนและจี้หยกได้กลายเป็นผง จ้าวฝูจ้องมองด้วยความไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ทำไมจี้หยกชิ้นนี้จู่ๆก็ถูกทำลาย? เขาควรจะปกปิดตัวตนของเขาอย่างไรดี? เขาควรจะทำอะไรดีในตอนนี้?
"จ้าวฝู!" อู๋ชิงเหนียงเดินมาหาจ้าวฝูด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างโมโห - เธอได้บอกเขาว่าห้ามมาสาย แต่เขาได้ทำให้เธอรอมานานมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิบัติกับเธออย่างนี้มาก่อน
จ้าวฝูเริ่มได้สติ มองไปที่อู๋ชิงเหนียงและขอโทษ
อู๋ชิงเหนียงพ่นควันออกจากจมูกและคว้าจ้าวฝูเข้าไปในรถ จ้าวฝูรู้ว่าอู๋ชิงเหนียงกำลังนำตัวเขาไปที่ไหน - ตอนนี้เขาไม่มีทางที่จะซ่อนโชคชะตาของเขา เขาไม่ต้องการจะไปหรือจะเปิดเผยตัวตนของเขา
"ชิงเหนียง ฉันมีเรื่องที่ต้องดูแลดังนั้นฉันจะไม่เข้าร่วมการประชุม" จ้าวฝูกล่าว
อย่างไรก็ตามอู๋ชิงเหนียงมองไปที่จ้าวฝูและให้กลิ่นออร่าที่โดดเด่นเมื่อเธอตอบว่า "ไม่! นายคือคนที่ฉันเลือกและฉันต้องการให้ใครสักคนมาดูโชคชะตาของนาย ถ้าฉันไม่พอใจฉันจะถอยออกจากตัวนาย "
จ้าวฝูยิ้มอย่างขมขื่น - ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถหนีได้ในเวลานี้และเขาจะต้องทำทุกขั้นตอนที่กำลังจะเกิดขึ้น มันอาจมีการเปิดเผยตัวตนของเขาที่จะส่งผลให้เกิดประโยชน์บางอย่างเช่น เขาประสบความสำเร็จในตระกูลอิ๋ง อย่างไรก็ตามจ้าวฝูไม่ต้องการให้ชีวิตของเขาอยู่ในกำมือของคนอื่น
ในอนาคตเต็มไปด้วยตัวแปรที่ไม่เเน่นอนและเนื่องจากจ้าวฝูไม่ใช่พระเจ้า เขาไม่สามารถมองเห็นอนาคตหรือควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เเค่มองออกไปที่นอกหน้าต่าง
เมื่อเห็นจ้าวฝูเงียบ อู๋ชิงเหนียงคิดว่าเธอได้ทำเกินไปดังนั้นเธอจึงเอาแขนของเธอไปกอดจ้าวฝูขณะที่เธอเอาศีรษะของเธอซบเข้ากับไหล่ของ จ้าวฝูและถามด้วยนํ้าเสียงเบาว่า "นายโกรธเหรอ?"
จ้าวฝูได้สติเเละยิ้ม "ไม่ใช่ ฉันแค่คิดว่าเธออาจผิดหวังกับโชคชะตาของฉันและหายไปจากฉัน"
จ้าวฝูไม่ได้มีความเชื่อมั่นในตัวของอู๋ชิงเหนียง เพราะเธอต้องการอยู่กับเขาตามสัญชาตญาณของเธอ ในความเป็นจริงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาถูก "จำกัด" ให้เป็นเพียงเพื่อน
จ้าวฝูไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นของอู๋ชิงเหนียงและเขารู้ดีในตำเเหน่งของเขา ถ้าเธอเลือกคนอื่นเขาก็จะไม่ว่าอะไรและเข้าใจ
การฟังคำพูดของจ้าวฝู อู๋ชิงเหนียงก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างแท้จริงและจิกจ้าวฝูอย่างรุนแรงทำให้เขากระตุก
"ฉันจะไม่หายไปหรอก; นายเป็นคนเดียวที่ฉันสนใจ ถึงแม้ว่านายจะไม่มีโชคชะตา ฉันจะช่วยให้นายเปลี่ยนชีวิตและโชคชะตาของนายเอง "
อู๋ชิงเหนียงจับแขนของจ้าวฝูและมองจ้าวฝูด้วยสายตาจริงจัง
เมื่อจ้าวฝูได้ยินจ้าวฝูค่อนข้างรู้สึกผิดและไม่รู้ว่าจะเผชิญกับอู๋ชิงเหนียงอย่างไร โชคดีที่พวกเขาเกือบจะถึงจุดนัดพบแล้ว ทำให้จ้าวฝูค่อนข้างรู้สึกเกร็งเเละถอนหายใจด้วยความโล่งอก