- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 307 ภายใต้ท้องฟ้า
บทที่ 307 ภายใต้ท้องฟ้า
บทที่ 307 ภายใต้ท้องฟ้า
บทที่ 307 ภายใต้ท้องฟ้า
การประชุมครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องไปสามวัน และแม้ว่าจ้าวฝูจะไม่ได้รับอนุญาตจากระบบโดยตรงให้เปิดเผยความลับอันน่าตกตะลึงที่ว่า แต่เขาก็สามารถบอกใบ้ได้ หลังจากผู้ใต้บังคับบัญชาของเขารู้เรื่อง พวกเขาก็ตกใจมากและเริ่มแนะนำแนวความคิดต่างๆ นี่เป็นเหตุผลที่การประชุมต้องใช้เวลานานมาก
หลังจากการประชุมได้ข้อสรุป ต้าฉินก็กลับคืนสู่การดำเนินการตามปกติ แต่ก็พยายามเก็บตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาได้ดึงดูดความสนใจให้กับตัวเองมากเกินไป
หลังจากนั้นไม่กี่วันที่ต้าฉินพยายามเก็บตัวเงียบ การพูดคุยถึงดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสนก็ค่อยๆลดลง ดั่งเช่นที่จ้าวฝูต้องการ ผู้คนเริ่มลืมเลือนเกี่ยวกับมันไปในไม่ช้า
เพราะในตอนนี้มันเป็นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและมันก็เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ผลไม้กำลังสุก และต้าฉินก็เริ่มยุ่งกับการเก็บเกี่ยว
ผลไม้ที่เก็บเกี่ยวได้ส่วนใหญ่ถูกขายออกไป และเพราะพวกมันมีเป็นจำนวนมาก บางส่วนจึงถูกนำมาใช้ทำไวน์
ไวน์ผลไม้เหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของร้านอาหารอาทิตย์อัสดง และพวกมันก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้หญิงและหนุ่มสาว
เมื่อต้าฉินพัฒนาไปอย่างสงบและมั่นคง จ้าวฝูจึงสามารถผ่อนคลายลงได้ เขากลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริง และเหมือนเช่นปกติ เขาบอกให้คนคุ้มกันของเขาไปซื้ออาหารมาให้กับเขาในขณะที่เขาเข้าไปดูฟอรั่มโลกจุติสวรรค์
ในตอนนี้ ไม่มีฝ่ายไหนกล้าแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อต้าฉิน และจ้าวฝูก็พบว่าฝ่ายต่างๆได้ส่งของขวัญมายังตระกูลอิ๋ง ในการตอบสนอง จ้าวฝูเพียงแค่หัวเราะออกมาเท่านั้น
ในเวลานั้นก็มีสายเรียกเข้ามา และเพราะจ้าวฝูมองไปที่มันและเห็นว่ามันมาจากตาของเขา เขาจึงรับสาย
"ฟูเอ๋อ มันเป็นวันเกิดของลูกพี่ลูกน้องของหลาน มากินข้าวกับพวกเราเถอะ"
จ้าวฝูขมวดคิ้วเล็กน้อยและต้องการที่จะปฏิเสธเพราะเขาไม่สนใจในเรื่องแบบนี้ อย่างไรก็ตาม เขาก็พบว่ามันยากที่จะปฏิเสธ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ตกลง
หลังจากมาถึงบ้านตาของเขา เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่เห็นว่าลูกพี่ลูกน้องของเขา จ้าวหง ในตอนนี้กำลังออกไปกับเจิ้งเจี้ยว มันดูเหมือนว่าหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งล่าสุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นแฟนกัน
จ้าวฝูไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก หลังจากมาถึง เขาก็พบว่าท่าทีของทุกๆคนที่มีต่อเขาดีขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุงและป้าของเขา มันน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งล่าสุด แม้ว่าพกวเขาจะไม่ดูถูกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ได้ชอบเขาเหมือนกัน
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว จ้าวฝูก็ตัดสินใจที่จะกลับ เขาไม่ได้นำของขวัญมาเพราะเขาไม่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ - ย้อนหลับไปเมื่อแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่อย่างยากจน การกินให้อิ่มท้องก็นับว่าดีมากแล้ว พวกเขาไม่แม้แต่จะคิดถึงเรื่องของขวัญ และแม้ว่าพวกเขาจะคิด พวกเขาก็ไม่ได้มีเงิน
หลังจากทุกๆสิ่งเสร็จสิ้นแล้ว จ้าวฝูก็เดินกลับไปยังที่พักของตน แต่รถลีมูซีนสีดำก็มาหนุดข้างๆเขาและคนขับได้โผล่หัวออกมาและถาม "คุณจ้าวครับ คุณหนูอยากเชิญคุณไปพบเธอ"
จ้าวฝูจำคนขับรถได้ - เขาคือคนขับรถของอู๋ชิงเหนียง และจ้าวฝูก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอู๋ชิงเหนียงต้องการอะไรจากเขา จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัดสินใจไปจะไปพบเธอ
ในเวลานี้ อู๋ชิงเหนียงกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในขณะที่เธอถือถ้วยกาแฟไว้ มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอและสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวกางเกงสีดำ และเขาก็ดูเหมือนกับเป็นนายน้อยแห่งตระกูลใหญ่
จ้าวฝูรู้จักชายหนุ่มคนนี้ - เขาคือรองประธานสภานักศึกษา เซียวหยุนเฟย
เมื่อเธอเห็นว่าจ้าวฝูมาถึง อู๋ชิงเหนียงก็ยิ้มและบอกให้จ้าวฝูนั่งลงก่อนที่จะบอกให้คนเอากาแฟเข้ามาให้เขา ต่อจากนั้น เธอก็พูดขึ้นมาว่า "จ้าวฝู นายต้องการที่จะให้ฉันแนะนำนายอีกไหม?"
จ้าวฝูนั่งลงและยิ้มในขณะที่เขามองไปยังเซียวหยุนเฟย "ไม่จำเป็น ฉันจะไม่รู้จักคนที่มีชื่อเสียงอย่างนายน้อยเซียวได้ยังไง?"
เซียวหยุนเฟยยิ้มในขณะที่เขาตอบ "นายต้องเป็นจ้าวฝู ชิงเหนียงพูดถึงนายอยู่บ่อยๆ"
เมื่อเขาได้ยินเซียวหยุนเฟยเรียกอู๋ชิงเหนียงว่า 'ชิงเหนียง' จ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะสนิทกันมาก ถึงอย่างไรก็ตาม อู๋ชิงเหนียงก็เคยเป็นประธานสภานักศึกษามาก่อน
"จ้าวฝู ฉันเรียกนายมาที่นี่เพื่อที่นายจะได้รู้จักหยุนเฟย เขาช่วยฉันไว้มาก และนายเองก็ทำได้ดีกว่าความคาดหวังของฉันด้วย!" อู๋ชิงเหนียงยิ้มในขณะที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงยกยอ
จ้าวฝูรู้ว่าอู๋ชิงเหนียงกำลังจะพูดเกี่ยวกับทางเลือกแห่งสวรรค์ และเขาก็ตอบอย่างใจเย็น "มันไม่มีอะไร!"
"จ้าวฝู!" อู๋ชิงเหนียงเริ่มจริงจังขึ้นมาอย่างฉับพลันในขณะที่เธอกล่าว "มีบางสิ่งที่ฉันต้องการขอความช่วยเหลือจากนาย นายอยู่ใกล้ทุ่งหญ้าตะวันออก และมันดูเหมือนว่าเขตแดนแห่งความว่างเปล่จะไม่สามารถหยุดผู้สืบทอดมรดกต้าฉินได้ ถ้านายได้พบเขา นายช่วยเป็นตัวแทนของฉันในการพยายามผูกมิตรกับเขาหรืออย่างน้อยก็ช่วยรักษาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรไว้ได้ไหม?"
สายตาที่อู๋ชิงเหนียงมองผู้สืบทอดมรดกต้าฉินเป็นเหมือนกับที่ทุกๆคนมองเขา ก่อนหน้านี้ พวกเขาเห็นว่าเขาเป็นภัยคุกคามและไม่ต้องการให้ดูเหมือนอ่อนแอ พวกเขายังต้องการกำราบเข้าด้วย
แต่ตอนนี้ พวกเขาก็ตระหนักได้ว่ามันน่าขันแค่ไหน ไม่ใช่แค่อู๋ชิงเหนียง แต่ทุกๆคนภายใต้ท้องฟ้าสามารถบอกได้ว่าไม่มีใครเทียบเคียงกับเขาได้ จากสัมผัสแห่งดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสน มันน่าสะพรึงกลัวมากเกินไป และในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าต่อต้านต้าฉินอย่างเปิดเผย
อู๋ชิงเหนียงก็เหมือนกัน และในตอนนี้เรื่องราวจึงได้เปลี่ยนเป็นแบบนี้ เธอทำได้เพียงแค่ก้มหัวลงไปก่อนและพยายามพัฒนาอย่างเต็มที่
หลังจากฟังอู๋ชิงเหนียงและเห็นความจริงจังของเธอ จ้าวฝูก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่หัวเราะ บนเปลือกนอก เขายังคงสงบนิ่งและตกลง
เมื่อเธอเห็นเช่นนี้ อู๋ชิงเหนียงก็รู้สึกโล่งใจมาก แม้ว่าเธอจะมีคนของเธออยู่ในป่าแห่งความพรั่นพรึง แต่เธอก็ไว้วางใจในความสามารถของจ้าวฝูเพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่เคยผิดพลาดกับสัญชาตญาณของเธอ
"ฉันต้องรบกวนนายแล้ว!" อู๋ชิงเหนียงพูดด้วยยอมยิ้มขอโทษขอโพย
จ้าวฝูตอบกลับไปว่าเขาไม่รังเกียจ ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ยากอะไรที่เขาจะประจบประแจงตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เซียวหยุนเฟยที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับอู๋ชิงเหนียงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเพราะนี่ไม่ใช่ท่าทีของอู๋ชิงเหนียงตามปกติที่จะพูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอ
ทั้งสามคนยังคงพูดคุยกันต่อ หลังจากนั้นจ้าวฝูและเซียวหยุนเฟยก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องกลับ
หลังจากที่เดินออกไป เซียวหยุนเฟยก็ยิ้ม แต่น้ำเสียงของเขาดูหยิ่งขึ้นเล็กน้อยและไม่เป็นมิตรอีกต่อไปในขณะที่เขากล่าว "อย่าคิดว่านายจะอวดเบ่งได้เพียงเพราะนายแข็งแกร่งอยู่นิดหน่อย จำสถานะของนายไว้ ด้วยสถานะอันต่ำต้อยของนาย นายจะไม่มีวันดีพอสำหรับเธอ
"แต่ก็อีกนั่นแหละ สถานะของชิงเหนียงคือสายเลือดอันสูงส่ง ดังนั้นเธอจึงไม่เหมาะกับนายเลย นายเป็นเพียงแค่สมาชิกตระกูลประกอบของตระกูลอิ๋ง เป็นคนใช้ก็ควรทำตัวให้เหมือนกับเป็นคนใช้ ถ้าฉันเห็นนายปฏิบัติกับชิงเหนียงไม่เหมือนกับเป็นเจ้านายของนายอีกในอนาคตและนายพยายามที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอ อย่ามาตำหนิที่ฉันไม่สุภาพละกัน"
เซียวหยุนเฟยเตือนจ้าวฝูก่อนที่จะเดินออกไป และไม่ได้เห็นจ้าวฝูอยู่ในสายตาเลย
จ้าวฝูไม่ได้พูดอะไรและเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เขาเหลือมองเซียวหยุนเฟยและไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนของเขา
หลังจากกลับมาที่ห้องของเขา จ้าวฝูก็เข้าไปยังโลกจุติสวรรค์อีกครั้ง และเขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เขาน่าจะไปตรวจสอบเก้อเนี่ยได้แล้ว