เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306 ความลับของโลกนี้

บทที่ 306 ความลับของโลกนี้

บทที่ 306 ความลับของโลกนี้


บทที่ 306 ความลับของโลกนี้

หลังจากกลายเป็นระดับมหากาพย์ ค่าสถานะของเมืองต้าฉินก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน ลานอธิษฐานสวรรค์ก็ทรงพลังมากยิ่งขึ้นด้วย

จ้าวฝูกลับมาที่ห้องของเขาและเริ่มอ่านข้อมูลที่เขาได้รับจากเทพเจ้าเคอร์ หลังจากผสานเข้ากับเทวะ ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับทักษะบางส่วนของเทพเจ้าเคอร์ แต่เขายังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่างๆมากมาย

เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักเพราะเทพเจ้าเคอร์คือจิตวิญญาณเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์มาก และมันย่อมต้องรู้อะไรมากแน่นอน

จ้าวฝูสำรวจข้อมูลและได้พบข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ 'เขตแดนสวรรค์' และ 'ดินแดนมรดก' จ้าวฝูสนใจเรื่องเหล่านี้มากดังนั้นเขาจึงมองไปที่พวกมัน หลังจากอ่านพวกมันแล้ว เขาก็ตกใจมาก และคลื่นลูกใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นภายในหัวใจของเขา

ดูเหมือนว่าเขาจะดูแคลนโลกจุติสวรรค์เกินไป โลกใบนี้...

ความลับนี้เป็นสิ่งที่ระบบห้ามมิให้ใครพูด - ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมทหารหยินที่รู้จึงไม่สามารถพูดอะไรได้ ในเวลานี้ จ้าวฝูเข้าใจทุกๆสิ่งแล้ว

ความลับนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และมันก็ถึงจุดที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของต้าฉินในอนาคต การแสดงออกของจ้าวฝูเปลี่ยนเป็นจริงจัง และเขาก็เริ่มคิด ในคอนนี้ที่เขารู้ความลับนี้ แผนการของต้าฉินในอนาคตจึงมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ในเวลาที่เหลืออยู่ จ้าวฝูยังคงอ่านข้อมูลที่ได้รับจากเทพเจ้าเคอร์ต่อ

หลังจากที่ผู้นำและหัวหน้านิกายทั้งหลายกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ดวงตาของพวกเขาก็หรี่ลง และพวกเขาก็ดูน่าสมเพชมาก ส่วนผู้สืบทอดมรดกราชวงศ์ทั้งสี่นั้นก็ถอนหายใจออกมาและเตรียมพร้อมที่จะส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับตระกูลอิ๋งเพื่อเป็นการขอโทษ

พวกเขาพ่ายแพ้อย่างหมดสิ้นในคราวนี้ และยิ่งไปกว่านั้น ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินยังไม่ได้สังหารพวกเขา ซึ่งเป็นการไว้หน้าพวกเขามาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องตอบสนองต่อเรื่องนี้

ประการแรก มันเป็นเรื่องของใบหน้าและศักดิ์ศรี ถ้าพวกเขาไม่ทำอะไร พวกเขาคงจะถูกเยาะเย้ยโดยคนอื่นที่พยายามจะผนึกดวงดาวจักรพรรดิและไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ พวกเขาดูเป็นพวกใจแคบ ในขณะที่ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินกลับดูเป็นคนใจกว้าง

ประการที่สอง มันเป็นเรื่องของความแข็งแกร่ง ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของต้าฉินนั้นมากมายมหาศาลมาก แม้ว่าพวกเขาจะยังขัดแย้งต่อกันลับหลัง แต่ต่อหน้าแล้ว พวกเขาก็จะยังต้องคงความเป็นมิตรไว้ ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็คงจะไม่คุ้มค่าที่จะบาดหมางกับศัตรูอันทรงพลังอย่างต้าฉิน

หลายๆคนมีความคิดเช่นเดียวกัน และพวกเขาก็ได้ส่งของขวัญมาให้ตระกูลอิ๋งมากมาย ไม่มีใครรู้ว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินอยู่ที่ไหน ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่ส่งไปยังตระกูลอิ๋งและหวังว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะรับทราบ

คนระดับสูงของตระกูลอิ๋งต่างพากันยินดีเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาได้เริ่มต้นแผนการหาตัวแทนผู้สืบทอดต้าฉินมานานแล้ว พวกเขาจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่และเชิญตัวตนที่สำคัญทั้งหลายแหล่มา ทำให้ที่พำนักของตระกูลอิ๋งมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง

อิ๋งอู๋เองก็รู้มีความมากเนื่องจากเขาได้รับประโยชน์จากการแสดงตัวเป็นผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน ตระกูลทั้งหลายและชนชั้นสูงต่างพยายามที่จะประจบประแจงเขา

ในตอนนี้ ชีวิตของเขาดีมากยิ่งกว่าเมื่อก่อนนับร้อยเท่า ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ผู้คนก็จะเรียกขานเขาว่า 'ฝ่าบาท' และผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็พยายามที่จะเอาใจเขา เขาไม่ได้ขาดแคลนเงินหรือสาวงามเลย

ด้วยจำนวนของผู้หญิงที่ต้องการจะพยายามเอาใจเขา แม้ว่าเขาจะนอนกับพวกเธอวันละคน เขาก็ยังไม่สามารถจัดการกับพวกเธอได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม อิ๋งอู๋ก็ไม่ลืมว่าเขาเป็นแค่ตัวปลอม ดังนั้นเขาจึงพยายามพัฒนาฝ่ายของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ในตอนนี้ ฝ่ายของอิ๋งอู๋เริ่มกลายเป็นฝ่ายที่ค่อนข้างใหญ่ และเขาก็มีคนอยู่ 20,000 คน อิ๋งอู๋รู้สึกหวาดกลัวตระกูลอิ๋งอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงพัฒนาไปอย่างช้าๆและรอบคอบเพื่อไม่ให้ตระกูลอิ๋งไม่พอใจ มิฉะนั้น ด้วยสิ่งที่ตระกูลเล็กๆทั้งหลายมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเขา เขาคงจะขยายออกไปได้ถึง 40,000 คนแล้ว

สำหรับอิ๋งซี หลังจากได้ยินรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา เธอก็ได้ยินว่าผู้อาวุโสของตระกูลเธอได้ตัดสินใจที่จะแต่งเธอเข้ากับผู้สืบทอดมรดกต้าฉินในฐานะนางสนม เมื่อเธอได้ยินเรื่องนี้ อิ๋งซีก็รู้สึกว่าเวลาของเธอกำลังจะหมดลงแล้ว!

ฉิวเฟิงจื่อเองก็ได้รับคำแนะนำจากหัวหน้านิกายของเขาให้รักษาสัมพันธ์อันดีกับตระกูลอิ๋งไว้ ใครจะรู้? ถ้าฉิวเฟิงจื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน บางทีนิกายเต๋าอาจจะหนีรอดจากความหายนะในอนาคตไปก็ได้

แน่นอนว่าฉิวเฟิงจื่อก็ได้ยินว่าหัวหน้านิกายได้ช่วงผนึกดวงดวงจักรพรรดิแห่งความสับสน และสร้างเวรกรรมระหว่างพวกเขา ดังนั้นฉิวเฟิงจื่อจึงเข้าใจถึงความสำคัญของคำสั่งนี้

ในตอนนี้ ฉิวเฟิงจื่อรู้สึกสับสนเล็กน้อย - เขาควรจะบอกเหล่าคนระดับสูงถึงเรื่องผู้สืบทอดมรดกต้าฉินไหมว่าเขาอยู่ในที่พำนักของตระกูลอิ๋งแล้ว? หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ชั่วระยะหนึ่ง ฉิวเฟิงจื่อก็จัดสินใจสืบค้นด้วยตัวเองต่อ เพราะเขาอาจจะสามารถเพิ่มผลกำไรของตัวเองได้สูงที่สุดเพราะมันมีแนวโน้มว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ ดังนั้น มันจึงมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะเป็นคนแรกในโลกที่หาตัวผู้สืบทอดมรกดต้าฉินพบ

นี่เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่และเขาไม่สามารถปล่อยให้มันหลุดมือไปได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากค้นหามานาน เขาก็ยังไม่พบตำแหน่งที่แน่ชัดของผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน และเขาก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าคนผู้นั้นอยู่ที่ไหน สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือว่าจ้าวฝูแทบไม่ออกไปไหนเลย ทำให้มันยากสำหรับเขาที่จะหาพบ

ในโลกแห่งความเป็นจริง ภายในอาคารแห่งหนึ่ง ผู้หญิงสองคนกำลังพูดคุยกับบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร

สาวสวยคนหนึ่งมีอายุประมาณ 17 - 18 ปี แผ่กลิ่นอายอันเร้นลับ และสวมผ้าคลุมหน้าอ้อนวอนออกมา "พี่! พวกเรากำลังพึ่งพาพี่ และพวกเราหวังว่าพี่จะสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเขาไว้ได้เพื่อที่เขาจะไม่ได้รู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับสำนักหยินหยาง"

เหอเซียนหลูถอนหายใจเล็กน้อย และเธอได้พยักหน้าในขณะที่เธอมองไปยังหญิงสาวคนนั้นและกล่าวว่า "เซียนหลิง พี่จะช่วย และเขาก็ไม่ใช่คนกระหายเลือด อย่างไรก็ตาม พี่หวังว่าหัวหน้านิกายจะระมัดระวังนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จากสิ่งที่พี่เข้าใจ โชคชะตาของเขาคือสิ่งที่แม้แต่เทพเจ้ายังไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้"

เมื่อเธอเห็นว่าเหอเซียนหลูตกลง หญิงสาวที่ชื่อเหอเซียนหลิงก็ยิ้มในขณะที่เธอตอบ "ขอบคุณมากพี่ หัวหน้านิกายเองก็เสียใจต่อเรื่องนี้และเข้าใจ"

เมื่อเธอได้ยินเช่นนี้ เหอเซียนหลูก็สบายใจ เธอไม่ต้องการกลายเป็นศัตรูของจ้าวฝู - เฉพาะคนที่ใกล้ชิดกับเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเขาน่ากลัวแค่ไหน

ในเวลานั้น เซียนหลิงก็ถาม "พี่ บอกฉันมาว่าเขาเป็นคนแบบไหน เขาหน้าตาเป็นยังไง? เขาดูมีเสน่ห์ไหม?"

เหอเซียนหลูแปลกใจและถาม "ทำไมจู่ๆเธอถึงถามแบบนี้? อะไรกัน เธอสนใจในตัวเขาเหรอ?"

เซียนหลิงหน้าขึ้นสีเล็กน้อยและดึงมือของเหอเซียนหลูในขณะที่เธอกล่าวด้วยสีหน้าเอียงอาย "พี่ ด้วยศักยภาพของเขา เขาย่อมกลายเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่แน่ๆ มันเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเขา พี่ รีบเล่าเรื่องเขาให้ฉันฟังเร็ว!"

เหอเซียนหลูหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับจ้าวฝูให้ฟัง

ในโลกจุติสวรรค์ จ้าวฝูใช้เวลาไปมากกว่าหนึ่งวันในการอ่านข้อมูลที่เขาได้รับจากเทพเจ้าเคอร์ก่อนที่จะเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาที่สำคัญของเขาเข้ามาหารือเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตของต้าฉิน


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 306 ความลับของโลกนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว