- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 282 สกัดกลั่นซากศพ
บทที่ 282 สกัดกลั่นซากศพ
บทที่ 282 สกัดกลั่นซากศพ
บทที่ 282 สกัดกลั่นซากศพ
คราวนี้ต้าฉินได้รับซากศพระยะที่ 1 มาทั้งสิ้น 90,000 ศพ และซากศพระดับ A จากชาวโลกจุติสวรรค์อีก 200 ศพ หลังจากได้ยินเกี่ยวกับผลกำไรจำนวนมากนี้ จ้าวฝูก็อดรู้สึกยินดีไม่ได้
หลังจากที่กวาดทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว จ้าวฝูก็กลับไปยังเมืองต้าฉินและเริ่มสกัดกลั่นซากศพจำนวนมหาศาล
ในอีกด้าน ไป่ฉีและแม่ทัพกับผู้บังคับบัญชาคนอื่นๆ ได้ดำเนินการตามแผนการของพวกเขาในอีก 5 ภูมิภาคโดยกาารสังหารผู้เล่นที่อยู่นอกนครหลักของเวียดนาม พวกเขาทุกคนใช้วิธีการที่แตกต่างกัน
พวกเขาฆ่าผู้เล่นชาวเวียดนามไปมากมาย และทำให้ชาวเวียดนามโกรธมากยิ่งขึ้นไปอีกโดยการทิ้งซากศพไว้กลางถนน และทิ้งข้อความไว้บนแถบผ้า อย่างเช่น 'พวกเวียดนามป่าเถื่อน ไอ้พวกขยะ กล้ามารุกรานจีนงั้นเหรอ? นี่คือผลลัพธ์ของพวกแก นั่งรอให้จีนพิชิตพวกแกได้เลย และพวกเขาจะต้องตกเป็นของจีนในไม่ช้า"
เมื่อพวกเขาเห็นผู้เล่นจีนเข้ามาในดินแดนของพวกเขาและทำตัวหยิ่งหยองขนาดนี้ ชาวเวียดนามเป็นจำนวนมากจึงพากันโกรธแค้น ผู้เล่นชาวเวียดนามหลายพันคนได้มารวมตัวกันและไล่ล่าผู้เล่นชาวจีนที่ทำแบบนี้ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะต่อสู้ ผู้เล่นชาวเวียดนามก็พบว่ามีคนมากกว่า 6,000 คนรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้าพร้อมด้วยอุปกรณ์เต็มสูบ ฝ่ายเวียดนามมีคนแค่ 2,000 - 3,000 คน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถต้านทานได้เลย ในท้ายที่สุดก็มีคนเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นที่สามารถหลบหนีไปได้และได้แพร่ข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เรื่องนี้ทำให้ทุกๆคนทางฝั่งเวียดนามโกรธแค้นมาก คราวนี้พวกเขาได้รวมคนหลายหมื่นคนและไปจัดการกับกลุ่มผู้เล่นจีนที่น่ารังเกียจ
อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นชาวจีนเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะหายตัวไปและไม่พบแม้แต่คนเดียว ชาวเวียดนามไม่มีที่ให้ระบายความแค้นของพวกเขา และพวกเขาก็รู้สึกอึดอัดเหลือคณา
หลังจากกลุ่มผู้เล่นชาวเวียดนามกลับไปยังนครหลัก กลุ่มผู้เล่นชาวจีนที่หายตัวไปก็ออกมาและเริ่มฆ่าผู้เล่นชาวเวียดนามอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังได้หยิ่งผยองมากจนพวกเขาได้สังหารผู้เล่นชาวเวียดนามบนถนนหลัก และกระตุ้นความโกรธให้กองทัพผู้เล่นชาวเวียดนามกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่พวกเขามาถึง พวกเขาก็พบว่าผู้เล่นชาวจีนได้หายไปอีกแล้ว เรื่องนี้ทำให้ผู้เล่นชาวเวียดนามรู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามีสายลับของต้าฉินแฝงตัวอยู่ทำให้คนอื่นๆรู้ก่อนเวลา
ผู้เล่นชาวเวียดนามแทบเป็นบ้าไปจากความโกรธ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรผู้เล่นชาวจีนได้
ในเวลานั้น กลุ่มคนจากพิทักษ์เวียดนามก็พาคนออกมาหลายร้อยคนโดยไม่ได้ทำให้เรื่องราววุ่นวายอะไรมาก หลังจากนั้น ผู้เล่นชาวจีนที่น่ารังเกียจก็หายไปและไม่ปรากฏตัวอีก
ในไม่ช้า ข่าวก็แพร่สะพัดออกไปว่าคนของพิทักษ์เวียดนามและผู้เล่นชาวจีนหลายพันคนได้ปะทะกันอย่างรุนแรงเพื่อปกป้องเกียรติของเวียดนาม คนของพิทักษ์เวียดนามทุกคนต่างอาบย้อมไปด้วยเลือดแต่ก็ไม่แสดงความหวาดกลัวออกมา และพวกเขาก็ได้กวาดล้างกองทัพจีนออกไปหมดสิ้น
หลังจากได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้เล่นชาวเวียดนามคนอื่นก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา และเมื่อรวมกับความเสียสละที่พิทักษ์เวียดนามมี มันได้จุดประกายไฟภายในหัวใจของผู้เล่นชาวเวียดนามทุกคน ในเวลาเดียวกันก็มีคำพูดแพร่กระจายออกไปว่า 'พิทักษ์เวียดนามได้นำคนจำนวนนับไม่ถ้วนไปต่อต้านจีนทางตอนเหนือของเวียดนาม!'
จากสิ่งนี้ มันเห็นได้ชัดว่าตำแหน่งของพิทักษ์เวียดนามอยู่สูงแค่ไหนในหัวใจของคนเวียดนาม ในตอนนี้ทั้งเวียดนามต่างพากันยกย่องพิทักษ์เวียดนาม และมีบางคนได้กล่าวด้วยว่าความชาวเวียดนามควรเรียนรู้สึกต่างๆจากพวกเขา
ในตอนนี้ ชื่อเสียงและเกียรติยศของพิทักษ์เวียดนามอยู่ในระดับเดียวกับฝ่ายที่สำคัญของเวียดนามไปแล้ว ความชอบธรรมและความเสียสละของพวกเขาทำให้คนเวียดนามทุกคนเคารพและชื่อชอบพวกเขามาก
หลายๆ สาขาของพิทักษ์เวียดนามเองก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในหลายๆพื้นที่ แน่นอนว่าสาขาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยจ้าวฝู แต่เป็นผู้เล่นที่ริเริ่มขึ้นมา บ้างก็แข็งแกร่ง บ้างก็อ่อนแอ - บ้างก็มีผู้เล่นหลายพันคน บ้างก็มีเพียงแค่สิบกว่าคน
เมื่อเผชิญหน้ากับการตอบสนองที่รุนแรงจากผู้คน พิทักษ์เวียดนามจึงได้กล่าวว่ามันจะปฏิบัติตามหลักการและปกป้องเวียดนามด้วยความเสียสละต่อไป มันจะต่อสู้เพื่อเวียดนามและไม่ทำอะไรที่รุนแรง และมันก็ได้สนับสนุนให้ผู้คนเข้าร่วมกับมันด้วย
เหล่าคนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับพิทักษ์เวียดนามต่างรู้สึกขบขันกับเรื่องนี้มาก แต่นอกเหนือจากคนของจ้าวฝู มันก็ไม่มีใครอีกที่รู้เรื่องนี้
นี่เป็นสิ่งที่จ้าวฝูต้องการ และนี่ก็ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพิทักษ์เวียดนาม ซึ่งช่วยให้เขายึดครองเวียดนามได้ในอนาคต
สิ่งที่ขาวเวียดนามไม่รู้ก็คือว่าหลังจากที่คนจากพิทักษ์เวียดนามได้พบกับทหารของต้าฉิน พวกเขาต่างพากันทักทายกันดุจสหายเก่าและกินข้าวร่วมกัน สุดท้ายพวกเขาจึงได้สาดเลือดสัตว์เข้าใส่ตัวและทำให้มันดูเหมือนมีการต่อสู้อันรุนแรงเกิดขึ้น
คนที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ต่างเป็นสมาชิกหลัก ดังนั้นมันจึงไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวล
หลังจากนี้ ประวัติศาสตร์คงได้บันทึกไว้ว่าเหตุผลที่เวียดนามล่มสลายลงด้วยความรวดเร็วเช่นนี้ก็เป็นเพราะพิทักษ์เวียดนามเป็นเหตุผลหลัก!
ในตอนนี้ ทหารทุกคนได้กลับมายังต้าฉิน และจ้าวฝูก็ได้สกัดกลั่นซากศพกว่า 90,000 ศพ และได้รับยาโลหิตเทพเจ้ามากว่า 90,000 อัน โชคดีที่พวกเขามีหินพลังงาน ไม่อย่างงั้นมันคงกินเวลานานในการกลั่นซากศพเหล่านี้
จากการทดลองของจ้าวฝู เขาพบว่ายาโลหิตเทพเจ้าระยะที่ 1 สามารถยกระดับทหารระยะที่ 0 เป็นระยะที่ 0-4 ทหารระยะที่ 0-5 เป็นระยะที่ 0-8 และระยะที่ 0-8 เป็นระยะที่ 1-0
ในตอนนี้ นอกเหนือจากทหารใหม่ ทหารส่วนใหญ่ของจ้าวฝูอยู่ในระยะที่ 0-7 และ 0-8 เกือบหมดแล้ว ในขณะที่ทหารส่วนใหญ่ที่ติดตามจ้าวฝูมาตั้งแต่แรกอยู่ในระยะที่ 0-9 และห่างจากการทะลวงขั้นอีกเพียงเล็กน้อย
ตอนนี้พวกเขาได้รับทหารระยะที่ 1 ราวๆ 70 คนต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารที่สามารถทะลวงขั้นไปได้ จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัดสินใจที่จะยังไม่มอบยาโลหิตเทพเจ้าให้เพราะพวกเขาใกล้ทะลวงขั้นกันแล้ว มันจะเป็นการเสียของเปล่าๆถ้าให้พวกเขาใช้ในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อทหารเก่าเหล่านี้ด้วยความไม่ดี - ได้เขาซื้อยาระยะที่สองจากนครหลักที่สามารถช่วยให้พวกเขาทะลวงขั้นไปได้และมอบยาเหล่านี้ให้กับคนพวกนั้น เขายังได้มอบเวลาพักผ่อนให้กับคนเหล่านี้เพื่อให้พวกเขามีสมาธิกับการบ่มเพาะและทะลวงระดับ
ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูก็ได้มอบยาโลหิตเทพเจ้าให้กับทหารคนอื่นๆ ในเวลาเพียงไม่กี่วัน จ้าวฝูก็มีทหารระยะที่ 1 จำนวน 23,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก กองกำลังของต้าฉินในตอนนี้ทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความแตกต่างระหว่างระยะที่ 1-0 และ 0-9 นั้นกว้างมาก
หลังจากได้รับทหารระยะที่ 1 จำนวนมากมา จ้าวฝูก็ยิ้มและถามกั่วปิงหลินว่ามีข่าวอะไรเกี่ยวกับผู้สืบทอดมรดกทั้งสี่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงไหม
มันมีผู้สืบทอดมรดกอยู่ห้าคนที่เขารู้จักในพื้นที่ที่เขาต้องการจะพิชิต แต่มันก็ต้องมีบางอย่างในที่ลับที่เขาไม่รู้อีกแน่ ในตอนนี้ที่เขาได้ทำลายต้าซุ่น จ้าวฝูก็ต้องการเบนความสนใจไปยังผู้สืบทอดมรดกคนอื่นๆอีกให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันพวกเขาจากการพัฒนา
หลังจากที่ทำลายต้าซุ่นแล้ว จ้าวฝูก็สั่งให้กั่วปิงหลินรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคนพวกนั้น แต่หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับต้าซุ่น ผู้สืบทอดมรดกคนอื่นก็เริ่มไหวตัวทันแล้ว