- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 279 เสียงสงครามสะเทือนสวรรค์
บทที่ 279 เสียงสงครามสะเทือนสวรรค์
บทที่ 279 เสียงสงครามสะเทือนสวรรค์
บทที่ 279 เสียงสงครามสะเทือนสวรรค์
"รวมพลและมุ่งหน้าไปยังนครใบไม้ขาว!" โฮหมิงพูดด้วยเสียงอันเย็นชาสุดขีด ส่งผลให้คนที่อยู่รอบๆเขารู้สึกสั่นไปถึงหัวใจ ทหารรับคำสั่งและไปรวมพลในทันที
ผู้เล่นชาวเวียดนามที่อยู่รอบๆอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ และพวกเขาก็รู้ว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนได้ตัดสินใจที่จะไปด้วย - ด้วยลอร์ดที่เป็นผู้นำทัพ พวกเขายังต้องกลัวอะไรอีก?
........................
ณ นครใบไม้ขาว ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนนักวิชาการได้ถาม "มีความเสียหายอะไรกับคลังหรือไม่?"
มีชายสองคนและผู้หญิงอีกหนึ่งคนอยู่ข้างกายเขา ซึ่งทั้งสามคือแม่ทัพใหญ่แห่งนครใบไม้ขาว และแม่ทัพชายคนหนึ่งได้ตอบมาว่า "โชคดี พวกเขาพบเขาได้ทันและไม่มีอะไรเสียหาย"
ชายวัยกลางคนผู้นี้คือลอร์ดแห่งนครใบไม้ขาว ไป่ลู่เซิง เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา "ไอ้คนเถื่อนพวกนั้นกล้ามาที่โถงนครของพวกเขาเพื่อขโมยของเลยเหรอ? พวกมันไม่เห็นนครใบไม้ขาวอยู่ในสายตาเลย"
"ท่านลอร์ด พวกเขาได้สอนบทเรียนให้กับมันแล้ว" หนึ่งในแม่ทัพกล่าว
ทันใดนั้นเอง ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาและรายงานด้วยเสียงอันดัง "ท่านลอร์ด เกิดเรื่องแล้ว! นครสายน้ำไหลได้พากองกำลังจำนวนมากมาโจมตีพวกเรา!"
"อะไรนะ?" ความโกรธที่ไป่ลู่เซิงเพิ่งสะกดลงไปปะทุขึ้นมาอีกครั้ง "พวกมันเพิ่งพยายามที่จะขโมยของจากพวกเรา และในตอนนี้พวกมันยังมาโจมตีนครใบไม้ขาวอีก? ลองมาดูกันว่านครสายน้ำไหลจะมีความสามารถทำเช่นนั้นไหม"
โฮหมิงนำทหาร 80,000 คนมาโจมตีนครใบไม้ขาวและทิ้งทหาร 20,000 ไว้ป้องกันนคร เขารู้ได้ถึงแนวโน้มของสถานการณ์ ดังนั้นเขาจึงได้ตั้งภารกิจและรวบรวมผู้เล่นจำนวนหนึ่งล้านคนไว้ที่นอกนครใบไม้ขาว
มันดูเหมือนจะมีทะเลของผู้เล่นอยู่นอกนครใบไม้ขาว แต่ประตูเมืองก็ยังปิดแน่นอยู่ เหล่าทหารยืนอยู่บนกำแพงนครอย่างจริงจัง และบรรยากาศก็ตึงเครียดมาก
ไป่ลู่เซิงมาที่กำแพงนคร และเมื่อเขาเห็นผู้คนจำนวนมาก แม้แต่เขาก็ยังต้องตกตะลึง
ในเวลานั้นเอง โฮหมิงก็ยืนอยู่หน้ากองทัพใหญ่และตะโกนออกมา "ส่งคนที่สังหารพ่อบุญธรรมของข้าออกมา ไม่งั้นข้าจะทำลายนครใบไม้ขาว!"
เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ ไป่ลู่เซิงก็รู้สึกฉุนเฉียวและตอบกลับไปว่า "ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอะไร แต่อย่าบีบพวกเรานัก ทำลายนครใบไม้ขาวงั้นเหรอ? ตลกจริงๆ! เจ้าคิดจริงๆเหรอว่าพวกเรากลัวเจ้า?"
โฮหมิงหัวเราะด้วยความโกรธสุดขีดและตอบกลับไป "เจ้าพยายามที่จะปกปิดมันงั้นเหรอ? นอกเหนือจากคนของนครใบไม้ขาว ใครจะฆ่าพ่อบุญธรรมของข้าได้? ถ้าเจ้าไม่ส่งคนๆนั้นมา ข้าจะโจมตี!"
ไป่ลู่เซิงหัวเราะออกมาเช่นกันและตอบ "งั้นก็เอาตามเจ้าว่า!"
มันมีความขัดแย้งระหว่างนครทั้งสองอยู่เสมอ และแต่ละฝ่ายก็มีความคับข้องใจของตัวเอง ความตายของชายชราเป็นเหมือนกับการจุดประกายไปขึ้นมา และลอร์ดทั้งสองก็ไม่ยอมเลิกลาต่อกันอีกต่อไป
"เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!" โฮหมิงกระทืบเท้า และทิ้งหลุมใหญ่ไว้บนพื้น เขาพุ่งขึ้นไปในอากาศและพุ่งเข้าใส่ดุจลูกกระสุนปืนใหญ่ในขณะที่ไป่ลู่เซิงแค่นเสียงอย่างเย็นชาและชักดาบของเขาเข้าปะทะ
ตู้ม!!!
ลอร์ดทั้งสองเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรงในขณะที่ทหารเบื้องล่างก็เริ่มโจมตี ผู้คนฝั่งเวียดนาม 1.8 ล้านคนหลั่งไหลเข้าใส่นครใบไม้ขาว ทำให้มันดูราวกับมหาสมุทร และพื้นที่ 10 กิโลเมตรโดยรอบก็เต็มไปด้วยเสียงดังอื้ออึง
นครใบไม้ขาวเริ่มตั้งภารกิจฉุกเฉินเพื่อรวมคนป้องกันนคร
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมาจากนครใบไม้ขาว และตกลงมาราวกับพายุฝน ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกโจมตีด้วยลูกศรเหล่านี้ และพวกเขาก็ตายคาที่
ผู้เล่นทั่วไปไม่ได้แข็งแกร่งนัก และเพราะพวกเขาไม่มีทางป้องกันต่อลูกศรของทหารระยะที่ 1 ได้ พวกเขาจึงตายในทันที
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก และลูกศรก็ไม่อาจหยุดยั้งคลื่นของผู้คนได้ ในไม่ช้า คลื่นของลูกศรก็เริ่มยิงขึ้นมาที่แนวป้องกันเบื้องบนของนครใบไม้ขาว
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นว่ามีลูกศรมากมายแค่ไหนถูกยิงขึ้นไป และพวกมันต่างก็มีกลิ่นอายอันแหลมคมที่ทำให้เส้นขนของผู้คนตั้งชัน อาวุธจากเบื้องล่างสามารถสะกดแนวป้องกันของนครใบไม้ขาวบนกำแพงนครไว้ได้ทั้งหมด
เมื่อเห็นเช่นนี้ ผู้โจมตีเบื้องล่างก็รู้สึกตื่นเต้นมากเกี่ยวกับการทำลายนครและรางวัลที่พวกเขาจะได้รับ และพวกเขาก็เริ่มตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้สะเทือนไปถึงสวรรค์
สามแม่ทัพใหญ่ของนครใบไม้ขาวได้ยืนอยู่ในสามด้านที่แตกต่างกันของกำแพงนครด้วยสีหน้าอันจริงจัง พวกเขาชูอาวุธขึ้นและใช้ทักษะบางอย่างส่งผลให้กำแพงของนครใบไม้ขาวเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้าในขณะที่ใบไม้สีขาวพุ่งออกมาจากกำแพงนคร
ใบไม้สีขาวเหล่านี้มีรูปร่างเหมือนกับใบไม้ปกติ อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ถูกสร้างขึ้นจากแสงสีขาว และมีรอยจารึกอยู่บนพวกมันทุกใบ พวกมันเดินทางด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งและมีความคิดผิดปกติวิสัย
ใบไม้สีขาวปะทะเข้ากับกองทัพที่กำลังเข้ามาใกล้ในไม่ช้า และใบไม้สีขาวก็คมเหมือนกับใบมีดที่ฉีกผ่านร่างกายของผู้คนนับไม่ถ้วน ส่งผลให้เลือดสาดซัดออกไปทั่วทุกหนแห่ง สนามรบกลายเป็นภาพอันน่าสยดสยอง และมันก็ทำให้กองทัพใหญ่หยุดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ทหารฝ่ายเวียดนามก็ไม่ได้อ่อนแอเลย ผู้ใช้โล่จำนวนมากพุ่งขึ้นมา และยกโล่ของตนขึ้นและประสานโล่เข้าด้วยกัน และโล่ก็แผ่สีฟ้าจางๆออกมา ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงแสงสีฟ้า กำแพงแสงสีฟ้าดูอ่อนแอมาก และมันก็ราวกับว่าแค่การสัมผัสก็สามารถทำลายมันได้ อย่างไรก็ตาม มันก็สามารถหยุดใบไม้สีขาวไว้ได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้คลื่นของผู้คนเข้าประชิดนครใบไม้ขาวอีกครั้ง
การระเบิดเสียงดังกังวาลดังออกมาจากเบื้องบน ไป่ลู่เซิงถือดาบคมในขณะที่โฮหมิงกวัดแกว่งหอกในขณะที่พวกเขาส่งการโจมตีเข้าหากันอย่างต่อเนื่อง
ดาบของไป่ลู่เซิงสร้างคลื่นดาบขนาดใหญ่และเจาะทะลวงเข้าหาโฮหมิง ก่อให้เกิดสายลมกรรโชกแรง แม้แต่ทหารที่อยู่ห่างออกไปยังรู้สึกได้ว่าการโจมตีนี้แหลมคมแค่ไหน
ในการโต้ตอบ โฮหมิงคำรามออกมา และเขาได้เบ่งกล้ามเนื้อบนแขนในขณะที่เขาจับหอกไว้แน่นและฟาดมันออกไป อากาศดูเหมือนจะระเบิดออกในขณะที่คลื่นพลังงานไร้รูปร่างได้กวาดเข้าหาไป่ลู่เซิง
ตู้ม!!!
การระเบิดครั้งใหญ่ส่งผลให้สายลมดาบและคลื่นพลังงานเข้าปะทะกัน และสายลมกระโชกแรงได้กวาดไปทั่วทุกทิศทางจนส่งผลกระทบต่อการต่อสู้เบื้องล่างเล็กน้อย
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ลอร์ดทั้งสองปะทะกันอย่างต่อเนื่อง และต่างฝ่ายต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันไป ทั้งสองมีเลือดไหลออกมาจากริมฝีปาก - นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของผู้เชี่ยวชาญที่มีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าระยะที่ 4
การต่อสู้ของพวกเขาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และทั้งสองต่างก็ใช้ไอเท็มที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
ไป่ลู่เซิงยกมือขึ้นในขณะที่เขาคำรามออกมา ผมเพ้าของเขายุ่งเหยิง ท้องฟ้าทั้งผืนมั่นในขณะที่ลำแสงสีขาวจำนวนมหาศาลพุ่งออกมา และตราประทับหยกรูปร่างเหมือนลูกบาศก์สีขาวราวกับหิมะที่มีรูปใบไม้สลักอยู่ได้ปรากฏขึ้น
การแสดงออกของโฮหมิงเริ่มดุร้าย และเขาได้ยกมือขึ้นและคำรามออกมาในขณะที่คลื่นเสียงก้องกังวาลได้ดังออกมา ไอน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันบริเวณที่โฮหมิงอยู่ ในขณะที่ตราประทับเหล็กรูปทรงลูกบาศก์สีฟ้าได้ปรากฏขึ้นพร้อมด้วยรอยจารึกรูปงูน้ำที่อยู่บนตัวตราประทับ
การปรากฏตัวของตราประทับของลอร์ดทั้งสองส่งผลให้ท้องฟ้าอับแสงลง และการต่อสู้ที่ปะทุออกมาก็น่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น
ในระยะไกล จ้าวฝูได้เฝ้าดูภาพฉากนี้ด้วยความตกใจ และเขาก็รู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายนั้นทรงพลังมาก การต่อสู้นี้กินเวลาออกไปเกือบ 8 ชั่วโมงก่อนที่นครใบไม้ขาวจะกลายเป็นฝ่ายได้ชัย
นี่เป็นเพราะนครใบไม้ขาวมีข้อได้เปรียบจากการต่อสู้ภายในดินแดนของตน พวกเขามีการเตรียมการป้องกันไว้หลายอย่าง ซึ่งทำให้มันยากเป็นอย่างยิ่งที่จะโจมตี นอกจากนี้ นอกจากทหารระยะที่ 1 จำนวน 100,000 คน พวกเขายังมีชาวโลกจุติสวรรค์และผู้เล่นอีก 1.5 ล้านคน
กองกำลังของโฮหมิงไม่ได้อ่อนแอไปกว่าของไป่ลู่เซิง แต่เพราะเขาต้องทิ้งกองกำลังบางส่วนไว้ยังนครสายน้ำไหลเพื่อป้องกัน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะนครใบไม้ขาว