- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 264 มังกรแห่งโชคชะตา
บทที่ 264 มังกรแห่งโชคชะตา
บทที่ 264 มังกรแห่งโชคชะตา
บทที่ 264 มังกรแห่งโชคชะตา
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ลูกศรไฟแหวกผ่านอากาศและตกลงไปในเมืองต้าซุ่นราวกับฝนแห่งเปลวเพลิง ในไม่ช้า หลายๆที่ก็ลุกเป็นไฟขึ้นมา
"ศัตรูบุก! ศัตรูบุก!" ผู้คนตะโกนออกมา ทำให้ต้าซุ่นทั้งหมดตกลงสู่ความวุ่นวาย
หลี่มู่เองก็ตกใจมากและตะโกนออกมา "หยุด!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทหารของเขาต่างพากันหยุดลง และผู้เล่นได้มองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าทำไมหลี่มู่จึงสั่งให้ทหารของเขาหยุดกระทันหัน
จากการต่อสู้เมื่อครู่ ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บและล้มตายลง
เนื่องจากการบ่มเพาะและอุปกรณ์ของผู้เล่นที่ทรยศไม่อาจเทียบได้กับทหารของต้าซุ่น ผู้เล่นบาดเจ็บล้มตายไป 1,600 คน และมีเพียง 3,400 คนเท่านั้นที่เหลืออยู่ ส่วนทางฝั่งของหลี่มู่นั้นมีเพียงแค่ 400 คนที่ตาย
หลี่มู่มองไปยังผู้นำระดับต่ำทั้งสิบและตะโกนออกมาด้วยสีหน้าอันเย็นชา "ต้าซุ่นปฏิบัติต่อพวกเจ้าเป็นอย่างดี ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะทำอะไรลงไป แต่ถ้าพวกเจ้าช่วยต้าซุ่นผ่านภัยพิบัติในครั้งนี้ไป พวกเจ้าจะได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเจ้าต้องการจากต้าซุ่น!"
เหล่าผู้นำต่างถูกล่อลวง - ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เคลื่อนไหวเพียงเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น ถ้าจ้าวฝูให้พวกเขามาก พวกเขาก็ย่อมเข้าร่วมกับจ้าวฝู อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ที่หลี่มู่เสนอเงื่อนไขที่ดียิ่งกว่า พวกเขาจึงอดลังเลไม่ได้
นอกจากนี้ ถ้าพวกเขาต่อสู้กันต่อไป มันก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาทุกคนจะถูกสังหารโดยทหารของหลี่มู่ ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริงๆ สิ่งที่พวกเขาได้รับก็คงจะไม่อาจชดเชยสิ่งที่เสียไปได้
"พวกเราจะมั่นใจได้ไงว่าเจ้าจะรักษาคำพูด?" ผู้นำทั้งสิบมองหน้ากันก่อนที่หนึ่งในนั้นจะตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่มู่ก็ตอบกลับอย่างเย็นชา "ข้าขอสาบานด้วยชื่อแห่งต้าซุ่น!"
ผู้นำเหล่านั้นพยักหน้าและตกลง การสาบานเช่นนี้ต่างจากคำสัญญาทั่วไป - เรื่องนี้เกี่ยวกันกับศักดิ์ศรีของชาติและราชวงศ์ ถ้าเขากลับคำ เขาจะกลายเป็นคนที่ถูกทั้งโลกหัวเราะเยาะ
จ้าวฝูเห็นว่าการป้องกันบนกำแพงเมืองเริ่มอ่อนแอลง เนื่องจากหลี่มู่ได้พาทหารส่วนใหญ่ไปจัดการกับคนทรยศ ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป และเขาได้เริ่มดำเนินการตามแผนการต่อ
นักลวงตาร้อยภูตผี 300 คนเดินทัพไปยังฝั่งเหนือของกำแพงเมือง และปลดปล่อยโลกภูตผีทมิฬ ส่งผลให้ปรานภูตผีพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น กลิ่นอายที่น่าขนลุกแผ่ออกไปและครอบคลุมทั้งเมืองในทันที
นักอัญเชิญภูตผีอีก 300 คนก็ได้กดฝ่ามือของพวกเขาลงบนพื้นโดยพร้อมเพรียงกันและคำรามออกมา ส่งผลให้ปรานภูตผีพุ่งขึ้นมาจากพื้น ภูตผีปีศาจหน้าตาโหดเหี้ยมปรากฏตัวขึ้น และพวกมันได้เปลี่ยนเป็นลำแสงในขณะที่พวกมันกระโจนขึ้นไปบนกำแพงอย่างง่ายดาย
ภูตผีปีศาจคือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่งสำหรับการโจมตีเมือง ภูตผีปีศาจสามารถจัดการกับกำแพงเมืองได้อย่างง่ายดาย และพวกมันก็ยากที่จะจัดการด้วยทหารทั่วไป หลังจากไต่ขึ้นมาบนกำแพงเมือง ภูตผีปีศาจกว่า 300 ตัวก็เริ่มต่อสู้กับทหารของต้าซุ่น
ไป่ฉี เว่ยเลี่ยว และหวังเจี้ยนก็เข้าโจมตีด้วยทหารของพวกเขาจะทางทิศตะวันออก ตะวันตก และใต้ พวกเขาชักยุทธภัณฑ์แม่ทัพออกมาและชี้พวกมันไปยังท้องฟ้าในขณะที่พวกเขาคำรามออกมา "ค่ายกลออร่าทหาร!"
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิดสามครั้งดังออกมาในขณะที่เสาแสงสีเขียว แดงโลหิต และดำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แผ่กลิ่นอายมหาศาลและสั่นคลอนทุกสิ่งทุกอย่างภายในรัศมีสองร้อยกิโลเมตร
จากระยะไกล เสาแสงทั้งสามได้แผ่กลิ่นอายที่น่าตกตะลึงออกมาและดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับฟ้าดิน แผ่แสงสว่างอำไพ
สายลมและก้อนเมฆเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ก็เปล่งประกายขึ้นด้วยแสงสว่าง
ดวงดาวเจ็ดสังหาร ดวงดาวหมาป่าโลภ และดวงดาวผู้ทำลายกองทัพได้มารวมตัวกันและแผ่กลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นออกมา ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในรัศมี 100 กิโลเมตรด้วยความหวาดกลัว
ลอร์ดแห่งนครทั้งสี่ของภูมิภาคแอปริคอตเขียวตรวจพบสิ่งนี้ และพวกเขาต่างทอดสายตาออกไปยังระยะไกล
แสงเหนือเมืองต้าซุ่นทำใหัมันดูราวกับเป็นกลางวัน และออร่าสีสันแตกต่างกันได้พวยพุ่งขึ้นมาจากทหารต้าฉินในขณะที่พวกเขาพุ่งใส่เมืองต้าซุ่น
ออร่าเหล่านี้รวมตัวเข้าหาไป่ฉีและคนอื่นๆราวกับหมอก ก่อตัวขึ้นเป็นหมอกขนาดใหญ่ยักษ์ในอากาศสามหย่อม
“แคว๊กกกกกก!!” อินทรีสีแดงโลหิตของไป่ฉีปรากฏตัว
“โฮกกกกกก!” เสียงคำรามดังก้องออกมาพร้อมกับเสือดำตัวใหญ่ยักษ์ที่แผ่กลิ่นอายสะกดข่มทุกสิ่งทุกอย่างออกมา
“อู้ววววว!!!” เสียงหอนที่ดูจะสะเทือนไปถึงท้องฟ้าได้ออกมาพร้อมกับหมาป่าสีเขียวที่แผ่กลิ่นอายอันแปลกประหลาดได้ปรากฏตัวขึ้น
ในขณะที่หลี่มู่ออกคำสั่งให้ทหารของเขาป้องกันกำแพงเมืองจนเสร็จ เขาก็เห็นร่างของสัตว์อสูรทั้งสามอย่างฉับพลัน เมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายนี้ ความตกตะลึงก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในขณะที่เขาอุทานออกมา "เป็นต้าฉินจริงๆ!"
ในตอนนี้หลี่มู่ก็เชื่อแล้วว่านี่เป็นต้าฉินจริงๆ ดวงดาวเหล่านี้ต่างเคยปรากฏขึ้นมาแล้ว และมันก็จะน่าจะเป็นต้าฉินที่เป็นผู้ครอบครอง เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ หลี่มู่ก็รู้สึกถึงคลื่นแห่งความขมขื่นภายในใจของเขา
สัตว์อสูรทั้งสามตัวปรากฏขึ้นทางด้านทิศตะวันตก ตะวันออก และทิศใต้ของต้าซุ่น พวกมันเริ่มพุ่งเข้าใส่เมืองต้าซุ่นหลังจากที่ปรากฏตัว ร่างกายขนาดใหญ่ยักษ์ของพวกมันปะทะเข้ากับกำแพงเมือง ทำให้พื้นดินต้องสั่นสะท้าน
ภายในโถงเมืองต้าซุ่น ลูกบาศก์สีทองแผ่พลังงานสีเหลืองออกมาเพื่อปกป้องกันการโจมตีของสัตว์อสูรทั้งสาม อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรทั้งสามก็ทรงพลังมากเกินไป และกำแพงเมืองก็เริ่มแตกออก
สัตว์อสูรทั้งสามถอยไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่กำแพงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ถ้าพวกมันปะทะเข้ากับกำแพงเมืองอีกครั้ง กำแพงเมืองก็คงจะพังทลายลง
หลี่มู่รู้ว่าเขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้ ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจอย่างจริงจัง เขาชูดาบในมือขึ้นและคำรามออกมา "ข้าคือ... บุตรแห่งสวรรค์ของต้าซุ่น!"
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังออกมาในขณะที่เสาแสงสีเหลืองได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมท้องฟ้าให้กลายเป็นสีเหลือง
“โฮกกก!!!” เสียงคำรามของมังกรดังออกมา ในขณะที่มังกรยาว 100 เมตรได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ในทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้น กลิ่นอายอันมหาศาลของมันก็ปะทุออกมา แสงสีเหลืองที่มันแผ่ออกมาบรรจุไว้ซึ่งกลิ่นอายอันสง่างาม ส่งผลให้ปรานภูตผีทางเหนือของเมืองต้าซุ่นหายไปและภูตผีปีศาจก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา
ในเวลาเดียวกัน มังกรก็ได้แผ่แสงสีเหลืองเจิดจ้าออกมาส่งผลให้อินทรีสีแดงโลหิต เสือดำ และหมาป่าสีเขียวหยุดการเคลื่อนไหว
นี่คือมังกรแห่งโชคชะตาของหลี่มู่ และเสียงคำรามของมังกรก็ทำให้ลอร์ดแห่งนครทั้งสี่ที่อยู่ในระยะไกลต้องประหลาดใจ พวกเขาเข้าใจดีว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมาก็มีเรื่องที่ทำให้พวกเขาตกใจมากยิ่งขึ้นเกิดขึ้นอีก
"โฮกกกกก!!!!" เสาแสงสีดำอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และดูเหมือนจะฉีกกระชากท้องฟ้าทั้งผืน ภูเขาและหินดูสั่นสะท้านในขณะที่มังกรสีดำอันทรงพลังและโหดร้ายได้ปรากฏตัวขึ้น