เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 219 ภูตผีออกอาละวาด

บทที่ 219 ภูตผีออกอาละวาด

บทที่ 219 ภูตผีออกอาละวาด


บทที่ 219 ภูตผีออกอาละวาด

[ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่า]+3: ระดับ:มหากาพย์, ค่าสถานะ:str+30 Int+25 Con+20 Agi+20

คำอธิบาย: ดาบรูปร่างแปลกประหลาดที่เกิดจากภูตผีที่แข็งแกร่งที่สุด

ค่าสถานะของดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่ามีค่าสถานะที่คล้ายๆกับดาบอสูรนภาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม มันน่าเสียดายที่สามารถรับค่าสถานะได้เพียงอาวุธอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น มันไร้สาระมากที่จะแบกอาวุธสองอัน

+3 นั้นคือ จำนวนครั้งที่ดาบได้เพิ่มความแข็งแกร่ง จ้าวฟูเหลือ ศิลาเสริมพลังภูตผีอยู่แค่ไม่กี่ก้อน ซึ่งราคาของมันอยู่ที่ 200,000 คะแนนผลึกภูตผีเลยที่เดียว

ถ้าจะ+4 จ้าวฟูต้องใช้ศิลาไป8ก้อน ถ้าจะ+5 ต้องใช้ศิลาทั้งหมด16ก้อน ด้วยจำนวนของศิลาเสริมพลังภูตผีตอนนี้จ้าวฟูยังพอบวกได้ถึง +4

หลังจาก+4 ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าก็บวกค่าสถานะมากขึ้น ระดับก็ยกขึ้นเป็นขั้นมหากาพย์ขั้นเหนือล้ำ

ดาบอสูรนภาดูจ้าวฟูที่ใช้ศิลาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่า ทำให้ดาบอสูรนึกถึงตอนที่จ้าวฟูอัพเกรดให้มันเป็นครั้งแรก

“เจ้านายแบ่งให้ข้าบ้าง” ดาบอสูรนภาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร

เมื่อจ้าวฟูได้ยิน เขาก็นึกได้ว่าในการอัพเกรดดาบอสูรนภาเขาต้องใช้จิตวิญญาณแม่ทัพหลอมรวมกันกลายเป็นสรรพาวุธแม่ทัพนั้นทำให้จ้าวฟูปฏิเสธไปในทันที

“ย๊ากกกกก” ดาบอสูรนภาคำรามออกมาด้วยความโกรธ ที่ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าได้ดีกว่ามัน ทั้งทีมันเป็นดาบเล่มแรกของจ้าวฟูแท้ๆ ทำให้มันรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้จ้าวฟูก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรจึงพูดออกมาว่า“ในอนาคตข้าจะหาศิลาเพิ่มพลังปีศาจมาให้เจ้าตกลงไหม”

เมื่อดาบอสูรนภาได้ยินมันก็ตอบตกลงในทันที “อืม ขอบคุณมากๆ เจ้านาย”

นี่เป็นอีกครั้งที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้อย่างรวดเร็ว จ้าวฟูพูดไม่ออกและเก็บดาบทั้งสองเล่มไว้ที่เอวของเขาและมุ่งหน้าไปที่อารามเทพนคร

ตอนนี้จ้าวฟูต้องการที่จะอัพเกรดอารามเทพนครให้เป็นระดับตำนาน ทุกๆไอเท็มระดับตำนานเป็นของที่หามาได้ยากและแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เมืองต้าฉินก็เป็นเมืองระดับตำนาน

เพราะด้วยความหายากของมันทำให้ความแข็งแกร่งก็มากขึ้นไปด้วย ดังนั้นเมื่ออารามเทพนครถึงระดับตำนานมันจะเป็นเช่นไรจ้าวฟูก็อยากจะเห็นมัน จ้าวฟูหยิบศิลาสีม่วงออกมาและใช้มันทันที

ศิลาสีม่วงกลายเป็นแสงสีม่วงและพุ่งเข้าไปหาอารามเทพนครและอารามเทพนครก็ใหญ่ขึ้นและเปล่งแสงสีทองออกมา

“ประกาศจากระบบ ยินดีด้วย เมืองอารามเทพนครของคุณได้เลื่อนระดับมาเป็นระดับตำนานแล้ว”

“ประกาศจากระบบ ปลดล็อคความสามารถ [เทพนคร]”

หลังจากได้ฟังการประกาศ จ้าวฟูได้เดินเข้าไปในอารามเทพนคร มีทหารหยินจำนวนมากค่อยป้องกันอยู่ หลังจากเดินมาได้สักพักเขาก็เจอกับเฮ่ยไป่อู่ฉาง ที่ใบหน้ากำลังแดงอยู่ รู้ได้เลยว่าไปทำอะไรกันมา

จ้าวฟูก็ไม่ได้คิดอะไรมากและดูค่าสถานะของอารามเทพนคร :

[อารามเทพนคร]: ระดับ: ตำนาน : คำอธิบาย:มีร่องรอยของพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ สามารถปกป้องผู้คนและเมืองได้ และสามารถ เลเวลอัพได้ ปีศาจที่เข้ามาในพื้นที่จะ ลดค่าความแข็งแกร่ง 55% ชาวเมืองจะได้รับบัฟป้องกันและทนต่อ พลังด้านมืด

จ้าวฟูไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้มากที่เขาสนใจจริงๆ คือการประกาศครั้งที่สองต่างหาก จ้าวฟูฟังประกาศรอบสองอย่างใจจดใจจ่อ

“ประกาศจากระบบ ท่านสามารถใช้เหรียญหยินได้เพื่อที่จะแต่งตั้งเทพนครได้ และอารามเทพนครจะได้ค่าสถานะปกติมา”

“ประกาศจากระบบ เพราะท่านคือผู้สืบทอดราชวงศ์และมีไอเท็มราชลัญจกร เมืองอารามเทพนครจะภักดีต่อคุณ ยิ่งเทพนครแข็งแกร่งเท่าไร เมืองก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

เมืองอารามเทพนครผู้คนไม่สามารถอยู่ได้ มีเพียงภูตผี คนตาย หรือสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งเท่านั้น เมืองอารามเทพนครเห็นได้ทั่วไปในชีวิตจริง โดยเฉพาะเมืองที่ใหญ่และเมืองที่เก่าแก่

นี้เป็นเพราะว่าผู้คนเชื่อว่าที่ๆนั้นมีบางสิ่งบางอย่างค่อยปกป้องที่นั้น

มีสองทางที่จะแต่งตั้งเทพนคร

ทางแรกคือ แต่งตั้งโดยชาวบ้าน ด้วยการสร้างรูปปั้น สร้างวัด จุดธูปบูชาให้ ทำให้คนๆนั้นกลายเป็นเทพนคร

ทางสองคือ องค์จักรพรรดิ แต่งตั้งให้สักคน จักรพรรดิที่ครอบครองชะตากรรมของอาณาจักร และมีพลังที่จะใช้ฎีกาจักรพรรดิเพื่อทำให้คนๆนั้นเป็นเทพนคร

เพราะจ้าวฟูได้ทำในทางเลือกที่สอง เขาสามารถใช้เหรียญหยินเพื่อที่จะแต่งตั้งเทพนครได้ วิธีแรกดูจะธรรมดาเกินไป วิธีที่สองดูน่าสนใจมากกว่า อย่างไรก็ตามเขาควรแต่งตั้งใครละ ในเมื่อคนของเขาทั้งหมดมีหน้าที่กันหมดแล้ว และไม่สามารถที่จะเป็นเทพนครได้

จ้าวฟูจึงต้องเลือกคนที่ตายแล้วแต่ยังมีจิตวิญญาณอยู่ และแข็งแกร่งพอ ซึ่งที่จ้าวฟูมีตอนนี้คือจิตวิญญาณแม่ทัพ

แน่นอนจิตวิญญาณแม่ทัพนั้นแข็งแกร่งเมื่อเขาแต่งตั้งให้จิตวิญญาณแม่ทัพเป็นเทพนครไม่ต้องสืบเลยว่าอารามเทพนครจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน

แต่จ้าวฟูก็อยากจะใช้จิตวิญญาณแม่ทัพหลอมรวมเป็นสรรพาวุธแม่ทัพ นั้นจึงทำให้เขาลังเล หลังจากคิดมาได้สักพักเขาจึงเลือกที่จะใช้จิตวิญญาณแม่ทัพ

เพราะว่าในการหาจิตวิญญาณแม่ทัพเขาต้องหา 10ดวงวิญญาณแม่ทัพที่สกัดจาก10แม่ทัพโครงกระดูกหลอมรวมกลายเป็นสรรพาวุธแม่ทัพแต่ว่าทางที่ดีที่สุดคือใช้จิตวิญญาณแม่ทัพทำให้เขาตัดสินใจที่จะใช้จิตวิญญาณแม่ทัพ

นี้ต้องมีการเตรียมการสำหรับส่วนของหลี่ซือ ตรงที่เขาต้องเขียนฎีกาจักรพรรดิ และจ้าวฟูต้องปั้มราชลัญจกรลงไป

หลังจากปั้มลงไปแล้ว กระดาษก็เริ่มเปร่งแสงสีทองออกมาทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเข้าใกล้ ตอนนี้จ้าวฟูยังคงอ่อนแอ แต่ถ้าเขาแข็งแกร่งมากกว่านี้ฎีกาจักรพรรดิของเขาก็จะศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น

จ้าวฟูวางจิตวิญญาณแม่ทัพไว้ตรงที่รูปปั้นแม่ทัพ หลี่ซือประกาศฎีกาจักรพรรดิ“น้อมรับคำสั่งจากสวรรค์” ท่านองค์จักรพรรดิจึงประกาศ“ในครั้งนี้เมืองเราวุ่นวายไปด้วยภูตผีที่อาละวาด ข้าจะขอแต่งตั้งเจ้าให้เป็นเทพนครแห่งเมืองต้าฉิน ค่อยปกป้องคนในเมือง”

หลังจากอ่านฎีกาจักรพรรดิเสร็จจิตวิญญาณแม่ทัพก็เปล่งแสงสีขาวออกมาแล้วกลายเป็นคนร่างกายสมส่วนกำลังคุกเข่าต่อหน้าของเขาและพูดออกมาอย่างเสียงดังว่า ‘’นามของข้านั้นคือ ฤดูใบไม้ผลิสีชาดแดนเหนือทมิฬข้าน้อมรับฎีกาจักรพรรดิและขอบคุณฝ่าบาทสำหรับความเมตตาของท่าน”


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 219 ภูตผีออกอาละวาด

คัดลอกลิงก์แล้ว