เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 218 ไม้โลหิตทมิฬ

บทที่ 218 ไม้โลหิตทมิฬ

บทที่ 218 ไม้โลหิตทมิฬ


บทที่ 218 ไม้โลหิตทมิฬ

“เจ้านาย ท่านมีข้าแล้วท่านจะเอาอีกรึ” อสูรนภาพูดกับจ้าวฟูในใจ               และทำหน้าเศร้าสร้อย หลังจากที่จ้าวฟูได้ยินสิ่งที่อสูรนภาพูดจ้าวฟูก็คิดว่ามันพูดถูก ในเมื่อเขามีดาบแล้ว เขาจะเอาอีกเล่มไปทำไม จ้าวฟูจึงคิดว่าจะยกมันให้กับใคร

“ข้าจะทำตามคำสั่งของข้าเท่านั้น” น้ำเสียงที่เย็นชาดังขึ้นในใจของจ้าวฟู เสียงนี้ต้องเป็นของ ราชินีภูตผี ภูตผีแห่งการเข่นฆ่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ จ้าวฟูละความคิดของเขาไป ดาบอสูรนภาได้แต่เสียใจ ในอนาคตถ้าจ้าวฟูได้อะไรดีๆมา จ้าวฟูคงมอบให้กับดาบเล่มใหม่ของเขาแน่

ในขณะที่จ้าวฟูกำลังจะเอาภูตผีแห่งการเข่นฆ่าใส่เข้าไปในแหวนแห่งราชา เสียงของมันก็ได้ดังขึ้นมา   “หาที่เก็บข้าให้ดีๆถ้าเป็นไปได้ก็ของอยู่ตรงเอวเจ้าก็แล้วกัน”

“เฮ้ย! อย่าให้มันมากนัก” ดาบอสูรนภา ตะคอกมาทันทีเมื่อมันรู้สึกว่าที่ของมันกำลังจะถูกแย่ง

ภูตผีแห่งการเข่นฆ่าเมินดาบอสูรนภาและทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร นั้นยิ่งทำให้ ดาบอสูรนภาโกรธขึ้นเข้าไปอีกและสาปแช่งไปที่ภูตผีแห่งการเข่นฆ่า จากนั้นมันก็พุ่งออกมาจากฝักและเริ่มที่จะสู้กับภูตผีแห่งการเข่นฆ่า

จ้าวฟูไม่สามารถช่วยอะไรได้ทำได้เพียงหัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปหยิบหินสีม่วงมา มันเป็นสิ่งที่ราชินีแห่งภูตผีดรอปไว้หลังจากที่หายเข้าไปในดาบโลหิตสีชาด

เจ้าหินก้อนนี้มีรูปร่างเป็นสีเหลี่ยมและใหญ่เท่ากับหินกรวดและผิวมันก็เรียบเนียนแต่เมื่อสัมผัสกับมัน มันรู้สึกเย็น

[หินยกระดับอารามเทพนคร]:หินลึกลับที่สามารถยกระดับให้กับอารามเทพมหานครได้

เมื่อจ้าวฟูเห็นไอเท็มนี้เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก จ้าวฟูเริ่มมองไปยังทีมของเขาที่กำลังจัดการกับพวกภูตผี จ้าวฟูได้เรียกให้เก้อเนี่ยและชาน้อยกลับไปที่กำแพง

หลังจากนั้นก็มีคลื่นพวกภูตผีพุ่งเข้ามาและถูกจัดการโดยต้าฉิน เมื่อแสงอาทิตย์ได้สาดส่องเข้ามาและความมืดได้หายไป มันเป็นสัญญาณว่าเทศกาลแห่งภูตผีได้จบลงแล้ว

ทำให้ทุกๆคนที่อยู่ในพื้นที่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ความทรงจำครั้งนี้มันหนักหนาสาหัสมาก เมื่อใดก็ตามที่กลางคืนกลับมาอีกครั้ง ผู้คนก็จามปิดประตูให้แน่ และไม่ออกไปไหน

จ้าวฟูสั่งให้ลูกน้องของเขาไปเก็บของที่ได้จากคืนที่ผ่านมา พวกเขาได้ 2.5ล้านผลึกภูตผีเนื่องจากพวกภูตผีเริ่มหยุดโจมตีตั้งแต่เทียงคืน ทำให้2.5ล้านที่ได้มานั้นส่วนมากถูกเก็บตั้งแต่ตอนเทียงคืน

นอกจากนี้ ยังมีถุงสมบัติภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนและศิลาเทพนคร และยังมีถุงสมบัติภูตผีจากผีฟ้าอีก 50ใบ

จ้าวฟูได้เก็บผลึกภูตผีและได้ไปที่เมืองออร์คและแลกเปลี่ยนของอีกครั้ง ครั้งนี้เมืองออร์คมีเพียง 50,000 ผลึกภูติเท่านั้นหลังจากที่แลกแล้วจ้าวฟูไม่ได้ออกมาทันที

จ้าวฟูกล่าวถึงข้อเสนอระหว่างเมืองออร์คและต้าฉิน เพื่อแลกเปลี่ยนของกัน พวกออร์คมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ทำให้อุปกรณ์ใหม่ของพวกเขาไม่ได้ใช้เพื่อป้องกันแต่ใช้เพื่อสงคราม หลังจากพวกออร์คได้อุปกรณ์ใหม่ๆจากจ้าวฟู พวกมันคงแข็งแกร่งขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตาม จ้าวฟูต้องการกองกำลังเพื่อจัดการปัญหาเมื่อตัวเขาไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง

นี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมจ้าวฟูสนับสนุนพวกออร์คให้ไปทำสงคราม เพราะว่าเขาจะได้เชลยจำนวนมากจากออร์ค

พวกออร์คปกติพวกมันจะฆ่าคนที่อ่อนแอกว่าพวกมัน สังหารพวกนอกถิ่นอย่างโนมส์แต่พวกมันฆ่ามนุษย์เป็นเรื่องปกติ

สำหรับจ้าวฟู เขายอมรับการแข่งขันที่ชาญฉลาดและส่งผลดีต่อเขา

กูนาดอร์ไม่ยอมรับโดยตรง เขาไม่ได้เป็นคนโง่ เขารู้ว่ามันเป็นประโยชน์แต่ก็ต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตามจ้าวฟูก็เอาของระดับเงินมาล่อเพื่อโน้มนาวให้กูนาดอร์ยอมรับ

หลังจากจัดเรื่องนี้ได้ จ้าวฟูค่อนข้างที่จะมีความสุข เขาได้เอาผลึกภูตผีไปที่แลกเปลี่ยนและดูว่าเหลืออะไรให้เขาบ้าง

หลังจากดูของที่เหลืออยู่มันไม่ค่อยมีอะไรที่เตะตาของจ้าวฟูเลย แต่เขาก็จำได้ว่าหอกบดขยี้ปีศาจนั้นมีประโยชน์มากสำหรับเขา เมื่อเขาเช็คของดูกับพบว่าเขาเหลือเพียงแค่ 6 อันเท่านั้น เขารู้ว่าในอนาคตเขาจะต้องได้ใช้แน่จ้าวฟูจึงซื้อมาอีก 20อัน และซื้อของจิปาถะที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไรอีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากกลับไปที่เมืองต้าฉินจ้าวฟูได้นำดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าออกมาตอนนี้จ้าวฟูได้ทำฝักดาบมาแล้ว มันทำมาจากไม้โลหิตทมิฬ ซึ่งเป็นของระดับเงินซึ่งรูปร่างของมันเหมาะกับดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าเป็นอย่างมาก

จ้าวฟูได้เอาหินสีเทาออกมาหินนั้นปลดปล่อยพลังของปรานภูตผีออกมา นี้คือศิลายกระดับภูตผีแน่ๆเพราะว่าดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าใกล้ถึงขั้นมหากาพย์ จ้าวฟูจึงจะใช้ศิลายกระดับภูตผีในการทะลวงไปขั้นต่อไป

หลังจากใช้ศิลาก้อนแรกไปมันการเป็นปรานผีและเข้าไปในดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่า แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จ้าวฟูจึงใช้ไปอีกสองก้อน ครั้งนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าก็ยังไม่ได้ทะลวงระดับอยู่ดี

เมือดาบอสูรนภาได้เห็นมันก็รู้สึกอิจฉา แต่ก็น่าสงสารที่หินพวกนี้ที่คุณสมบัติมันซ้ำกันทำให้ไม่สามารถที่จะใช้พวกมันได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

จ้าวฟูจึงใช้หินไปเรื่อยๆจนดาบเริ่มที่จะพลังงานบางอย่างรอยอยู่บนอากาศ มันเริ่มที่จะมีสีแดงเลือดและสีเทาห่อไปที่ดาบภูตผีแห่งเข่นฆ่า

ทันใดนั้น ก้อนเมฆบนท้องฟ้าและพลังภูตผีเริ่มที่จะปรากฏออกมา ดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าเริ่มที่จะรอยขึ้นและดูดพลังปรานรอบๆ สีเทาบนตัวดาบเริ่มจะหายไปแทนที่ด้วยสีแดงเลือด

ในตอนนั้นเองวิญญาณภูตผีปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ช่างเป็นภาพคล้ายกับดวงดาวนับไม่ถ้วนกำลังล้อมรอบดวงจันทร์ ทำให้สิ่งมีชีวตภายใน 10กิโลเมตร เกิดความหวาดกลัวว่าเทศกาลภูตผียังไม่จบอีกรึ

ในที่สุดดาบภูตผีแห่งการเข่นฆ่าค่อยๆรอยลงมาอย่างช้าๆ และท้องฟ้าเริ่มจะกลับเป็นปกติจ้าวฟูหยิบดาบขึ้นมาและดูค่าสถานะทันที

จบบทที่ บทที่ 218 ไม้โลหิตทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว