- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 211 นักอัญเชิญภูตผี
บทที่ 211 นักอัญเชิญภูตผี
บทที่ 211 นักอัญเชิญภูตผี
บทที่ 211 นักอัญเชิญภูตผี
"แคว๊กกก!!"
ทันใดนั้นเอง ในช่วงเวลาสำคัญได้มีเสียงร้องของนกดังกึกก้องออกมา และดูราวกับจะทะลวงผ่านก้อนเมฆและแผ่พุ่งออกไปทุกทิศทาง
ทั่วทั้งเมืองต้าฉินเปล่งแสงสีขาวในขณะที่ร่างที่ไม่ได้ใหญ่มากได้สยายปีกออกมาและบินขึ้นจากใจกลางเมือง
มันเป็นนกที่เหมือนกับอีกาที่มีปีกกว้างประมาณ 2 เมตร ซึ่งถูกปกคลุมด้วยขนสีทอง มันมีเท้าสามข้าง และร่างกายทั้งร่างของมันกำลังลุกไหมด้วยเปลวเพลิงสีทอง และแผ่ความร้อนที่หนาแน่นจนดูราวกับจะบิดเบือนมิติ
นี่คืออีกาทองคำ - ตำนานกล่าวไว้ว่ามันคือดวงอาทิตย์ที่กลายเป็นนก อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่อีกาทองคำที่แท้จริง แต่เป็นอีกาทองคำที่ถูกสร้างขึ้นจากค่ายกล ค่ายกลเวทมนตร์นี้คือค่ายกลจักรพรรดิตะวันสาดแสงอมตะ มันเป็นสิ่งที่จ้าวฝูซื้อมาด้วยคะแนนภูตผี 2 ล้านคะแนน
อีกาทองคำได้มาพร้อมกับกลิ่นอายอันเร่าร้อนที่ทำให้ภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนต้องหยุดนิ่ง - พวกมันเกลียดชังกลิ่นอายแบบนี้เข้ากระดูกดำ ในเวลานั้นเองอีกาทองคำได้บินขึ้นสู่ฟากฟ้าและเปล่งแสงอันเจิดจ้าออกมา มันดูราวกับดวงตะวัน และภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้แต่หวาดกลัว
"แคว๊กกกกก!!" อีกาทองคำร้องออกมาอีกครั้งในขณะที่มันสยายปีก ส่งผลให้เพลิงทองคำรอบๆร่างกายของมันแผ่ขยายออกไปและระเบิดออกมาด้วยพลังอัคคีอันทรงพลัง เปลวเพลิงนี้ดูเหมือนกับลูกแก้วแสงที่อยู่รายล้อมรอบร่างกายของมัน และในทันทีที่มันก่อตัวขึ้น มันได้แผ่ความร้อนระอุและดูราวกับดวงตะวันที่บดทำลายความมืดมิด
"อ๊ากกก!!!!" ภายใต้แสงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ควันสีขาวได้พวยพุ่งขึ้นมาจากร่างกายของพวกภูตผีในขณะที่พวกมันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พวกมันถูกแผดเผาด้วยลำแสง ซึ่งมีอุณหภูมิหลายพันองศา และพวกเขาได้กลิ้งไปมาอยู่บนพื้นที่พยายามจะลดความเจ็บปวด ในไม่ช้า ร่างกายของพวกมันได้กลายเป็นปรานภูตผีในขณะที่คริสตัลภูตผีล่วงหล่นลงกับพื้น
ในตอนนี้ อีกาทองคำได้กลายเป็นดวงตะวันที่มีความกว้างหลายสิบเมตรและลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า แผ่ลำแสงที่ปกคลุมพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตร มันเด่นเป็นสง่ามากๆ และทำให้มันดูเหมือนกับเป็นเวลากลางวัน ส่งผลให้แม้แต่กลิ่นอายที่น่าขนลุกก็ยังต้องถอยหนี
อีกาทองคำทำลายล้างสึนามิภูตผีไปหมดสิ้น - ภูตผีทั่วไปตกตายภายใต้ลำแสง ในขณะที่ภูตผีที่แข็งแกร่งกว่าบางตัวก็ยังพอมีความแข็งแกร่งเหลืออยู่และใช้มันเพื่อหลบหนีไปอย่างหมดท่า อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูจะปล่อยพวกมันไปได้อย่างไร? เขาสั่งให้คนของเขาไล่ตามสังหารพวกมันในทันที
เมื่อยืนอยู่บนกำแพงเมือง จ้าวฝูมองไปที่ผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของค่ายกลตะวันสาดแสงอมตะและเผยรอยยิ้มอันพึงพอใจอยู่บนใบหน้า เมื่อเขาเห็นว่าคนของตัวเองเข่นฆ่าภูตผีส่วนใหญ่ได้แล้ว เขาจึงตัดสินใจหยุดค่ายกล
ถึงอย่างไรก็ตาม ค่ายกลนี้ก็ต้องใช้หินพลังงาน - ในเวลาเพียงแค่สิบนาที มันได้ใช้หินพลังงานไปหลายพันก้อน ซึ่งเป็นราคาหลายหมื่นเหรียญทอง ราคาของการใช้มันมากมายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเว้นเสียแต่ว่ามันจะเป็นวิกฤต จ้าวฝูจะไม่ใช้มันเลย หลังจากซื้อไอเทมป้องกันมาเป็นจำนวนมาก ต้าฉินในตอนนี้กำลังขาดแคลนเงิน
หลังจากเวลาเที่ยงคืนได้ผ่านไป ดวงจันทร์ภูตผีบนท้องฟ้าก็กลับสู่สภาพเดิม คลื่นระลอกถัดมาของเหล่าภูตผีไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป และพวกมันก็ถูกทำลายไปอย่างง่ายดายโดยต้าฉิน
ดวงอาทิตย์ค่อยๆลอยขึ้นทางทิศตะวันออกเพื่อส่งสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาถึงแล้ว จ้าวฝูสั่งให้คนของเขาพบของที่ได้ในคืนนี้ คราวนี้พวกเขาได้รับคริสตัลภูตผีมา 2.6 ล้านอัน ซึ่งมากยิ่งกว่าคืนก่อน - ส่วนใหญ่มันมาจากคลื่นสึนามิภูตผีนั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีถุงสมบัติภูตผีอีก 10,000 อัน และจ้าวฝูก็ได้ศิลาอัพเกรดเทพนครมาจากผีฟ้าอีก 8 ก้อน
จ้าวฝูจำเป็นต้องใช้เพียง 5 ก้อนเท่านั้นเพื่อยกระดับอารามเทพนครเป็นระดับทอง แต่จ้าวฝูก็ไม่ได้อัพเกรดมันในทันที เนื่องจากจ้าวฝูมีคริสตัลภูตผีอยู่ 2.6 ล้านอัน ซึ่งเท่ากับคะแนนภูตผี 26 ล้านแต้ม และอาชีพในลำดับที่สองก็มีราคาเพียงแค่ 23 ล้านคะแนนภูตผีเท่านั้น
จ้าวฝูรู้สึกตื่นเต้นมากและไปที่นครแสงศักดิ์สิทธิ์ในทันที เขาไปที่แผ่นศิลาแลกเปลี่ยนก่อน และเตรียมที่จะซื้ออาชีพอันดับที่สอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้จ้าวฝูประหลาดใจก็คืออาชีพอันดับที่สอง พรายกระซิบ ได้หายไปแล้ว ใครได้รับมันไป? ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถประมาทได้เลย มันเป็นวันที่สามของเทศกาลภูตผีแล้ว และเขาก็ไม่ใช่แค่คนเดียวที่ได้รับโอกาส เขาไม่ควรที่จะประหลาดใจเลยเมื่ออาชีพในอันดับที่สองได้หายไป
ดังนั้นจ้าวฝูจึงเลือกอาชีพอันดับที่สาม นักอัญเชิญภูตผี ที่มีราคา 21 ล้านคะแนนภูตผี จ้าวฝูยังค่อนข้างพอใจกับสิ่งนี้ และหลังจากที่เขาจัดการแล้ว เขาก็กลับมายังเมืองต้าฉิน
การหายไปของอาชีพอันดับที่สองและสามส่งผลให้ฝ่ายอื่นๆรู้สึกตรึงเครียดเป็นอย่างมาก และพวกเขาก็เริ่มคิดหาวิธีต่างๆเพื่อให้ได้รับคะแนนภูตผีมากยิ่งขึ้น
หลังจากกลับมาที่เมืองต้าฉินแล้ว จ้าวฝูได้มองไปที่อาชีพนักอัญเชิญภูตผี อาชีพนี้สมควรแล้วที่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่สาม เรื่องจากค่าสถานะอันทรงพลังของมัน
ตามที่คาดไว้ นักอัญเชิญภูตผีคืออาชีพด้านการอัญเชิญที่สามารถอัญเชิญภูตผีทุกชนิดมาจากโลกแห่งภูตผีได้ พวกเขาสามารถอัญเชิญทหารหยินและแม่ทัพหยินออกมาได้ ซึ่งล้วนทรงพลังเป็นอย่างมาก ถ้าอาชีพนี้ได้รับการพัฒนาไปจนถึงจุดสูงสุด พวกเขาจะสามารถอัญเชิญภูตผีออกมาได้หลายพัน หรือไม่ก็หลายหมื่นตนเลย
นอกจากนี้ นักอัญเชิญภูตผียังมีความสามารถอื่นๆอีก: พวกเขาจะได้รับความรักจากภูตผี จะไม่ถูกโจมตีโดยภูตผี และสามารถเข้าใจภูตผีได้ พวกเขายังมีความสามารถพิเศษซึ่งมีชื่อว่าร่างภูตผี ทักษะนี้ทำให้นักอัญเชิญภูตผีสามารถผสานเข้ากับภูตผีที่พวกเขาอัญเชิญออกมา และทำให้นักอัญเชิญภูตผีทรงพลังมากยิ่งขึ้น พลังเช่นนี้แข็งแกร่งมากกว่าพลักของตัวเองหลายเท่าตัว อย่างไรก็ตาม ร่างภูตผีก็มีจุดอ่อนมากมาย เช่นการลดอายุไขของผู้ใช้ไปเล็กน้อยและยากที่จะควบคุม
หลังจากมองดูอาชีพนักอัญเชิญภูตผี จ้าวฝูจึงเลือกคนอีก 300 คนเพื่อมาเปลี่ยนอาชีพและเขาก็ได้บอกให้หนึ่งในนั้นใช้ทักษะร่างภูตผี
ทหารโน้มตัวลงและกดมือของเขาลงกับพื้นในขณะที่เขาเปล่งบทสวดแปลกๆออกมา
ทันใดนั้นเองได้มีปรานภูตผีจำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากพื้นดิน ส่งผลให้สายลมเย็นโบกพัดในขณะที่ร่างที่ดูทรงพลังได้ปรากฏขึ้นข้างๆทหารคนนั้น
ภูตผีมีความสูง 2 เมตร และมีกล้ามเนื้อตึงทั่วร่างกาย ผิวของมันซีดเผือด และมันมีใบหน้าอันโหดเหี้ยมและมีเขาสีดำสองข้างอยู่บนศีรษะของมัน มันแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังออกมาและดูเหมือนจะเป็นภูตผีปีศาจชนิดหนึ่ง
จ้าวฝูร่าเริงมากเมื่อเห็นเช่นนี้ - เนื่องจากพวกเขาสามารถอัญเชิญภูตผีที่ทรงพลังเช่นนี้ได้แล้ว มันจึงหมายความว่าหลังจากที่พวกเขาทรงพลังมากยิ่งขึ้น นักอัญเชิญภูตผีจะสามารถอัญเชิญภูตผีที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้นไปอีก ดูเหมือนว่านักอัญเชิญภูตผีจะเป็นอาชีพที่ดีมากในอนาคต
หลังจากที่ดูสิ่งเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็ไปที่อารามเทพนครอีกครั้งและใช้ศิลาอัพเกรดที่ดรอปมาจากผีฟ้าเพื่ออัพเกรดมัน อารามเทพนครส่องประกายด้วยแสงสีทองอันงดงาม และโครงสร้างของมันก็ดูสง่างามมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
หลังจากเลื่อนระดับขึ้นเป็นระดับทอง ค่าสถานะของอารามเทพนครก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้การยับยั้งความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายเพิ่มขึ้นเป็น 35% และการป้องกันก็แข็งแกร่งขึ้น
นอกจากนี้ อารามเทพนครระดับทองยังปลดล็อคอีกหนึ่งความสามารถ [เฮ่ยไป่อู่ฉาง] ความสามารถนี้ทำให้จ้าวฝูสามารถใช้เหรียญหยินเพื่ออัญเชิญเฮ่ยไป่อู่ฉางออกมาได้
เฮ่ยไป่อู่ฉางถือเป็นเจ้าพนักงานในโลกแห่งภูตผี และพวกมันมีสถานะที่สูงกว่าทหารหยิน พวกมันคือผู้ดูแลที่ดินที่รับผิดชอบในการจับภูตผี และพวกมันก็ทรงพลังมากกว่าทหารหยินมาก
ในฐานะที่เป็นคนจีน จ้าวฝูเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเฮ่ยไป่อู่ฉางมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงใช้เหรียญหยินและอัญเชิญพวกมันออกมา อย่างไรก็ตาม ภาพที่ทักทายเขาก็ทำให้ขากรรไกรของเขาตกลงไปที่พื้น