- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 210 สึนามิภูตผี
บทที่ 210 สึนามิภูตผี
บทที่ 210 สึนามิภูตผี
บทที่ 210 สึนามิภูตผี
สำหรับสองจุดสุดท้าย จ้าวฝูได้ตัดสินใจมองพวกมันให้กับลี่ฉินเฉียนและหลิวซูไป่ ลี่ฉินเฉียนจะเป็นแหล่งสนับสนุนหลักของจ้าวฝูในฝั่งเวียดนามในอนาคต ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางป้องกันตัวเองให้กับเธอ หลี่ซูไป่ก็เหมือนกัน - เธอเป็นเจ้าเมืองคนแรกที่เข้าร่วมกับต้าฉิน ดังนั้นกธอจึงไม่สามารถไร้พลังต่อไปแบบนี้ได้
ผู้หญิงทั้งสองคนนี้ไม่เหมาะกับการต่อสู้โดยตรง ดังนั้นอาชีพนักลวงตาร้อยภูตผีจึงเป็นอาชีพที่เหมาะกับพวกเธอเป็นอย่างมาก
หลิวซูไป่มาถึงก่อน และเธอได้ทำตามคำสั่งของจ้าวฝูและกลายเป็นนักลวงตาร้อยภูตผี หลิวซูไป่ทั้งตกใจและมีความสุขที่ได้รับอาชีพที่ดีขนาดนี้จนเธอโผเข้ากอดแขนของจ้าวฝูด้วยความปิติยินดี
หลังจากนั้น ลี่ฉินเฉียนก็มาถึง และเห็นผู้หญิงที่งดงามอีกคน เธอจึงตระหนักได้ว่าเธอเข้าใจจ้าวฝูผิดมานับตั้งแต่ตอนนั้น ทำไมเขาถึงจะต้องมองเธอด้วยในเมื่อเขายังไม่ได้สนใจอะไรกับผู้หญิงที่งดงามมากมายซึ่งอยู่รายล้อมรอบตัวเขา?
ในตอนนี้ ลี่ฉินเฉียนได้เรียนรู้ภาษาจีนผ่านแผ่นศิลาภาษาแล้ว และแม้ว่าเธอจะยังไม่ชำนาญ แต่มันก็เพียงพอแล้วต่อการสื่อสารกับคนอื่น หลังจากมาถึง ลี่ฉินเฉียนได้แสดงความเคารพต่อจ้าวฝูในขณะที่เธอกล่าว "ฝ่าบาท!"
เมื่อเธอเห็นว่ามีสาวงามอีกผู้หนึ่งมาถึง หลิวซูไป่ก็รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอคิดถึงตัวตนของจ้าวฝู เธอก็รู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องรู้สึกแบบนั้น ดังนั้นเธอจึงยิ้มอย่างสุภาพให้กับลี่ฉินเฉียน
ลี่ฉินเฉียนลดความระวังลงและรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อจู่ๆหลิวซูไป่ก็ยิ้มให้กับเธอ เธอรีบส่งยิ้มกลับไป และความสัมพันธ์ก็พวกเธอก็เริ่มต้นไปในทางที่ดีในทันที
จ้าวฝูไม่ได้สังเกตอะไรพวกนี้เลย และเขาได้จากไปหลังจากลี่ฉินเฉียนเปลี่ยนอาชีพแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างรอให้เขาไปทำ
หลังจากนั้นเขาก็ได้รับข่าวดีอีกข่าว บัณฑิตได้วิจัยช่องทางการเทเลพอร์ตระดับสูงสำเร็จแล้ว
ช่องทางการเทเลพอร์ตระดับสูงสามารถส่งผู้คนได้มากที่สุด 300 คนไปยังพื้นที่ห่างออกไป 50,000 กิโลเมตร และพวกมันก็ดีกว่าช่องทางการเทเลพอร์ตระดับกลางนับสิบเท่า ด้วยช่องทางการเทเลพอร์ตระดับสูง สิ่งต่างๆจะเอื้ออำนวยให้กับต้าฉินมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ต่อจากนั้น จ้าวฝูได้บอกให้ไป่ฉานและคนอื่นๆค้นคว้าเรื่องช่องทางการเทเลพอร์ตระดับพิเศษ ซึ่งเป็นระดับที่ดียิ่งกว่า และเพราะพวกมันมีประโยชน์มากในอนาคต จ้าวฝูจึงบอกให้พวกบัณฑิตค้นคว้าเรื่องของช่องทางการเทเลพอร์ต
จากนั้นจ้าวฝูก็ไปจัดการกับอีกหลายเรื่องและเตรียมพร้อมอีกหลายสิ่ง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า ดวงอาทิตย์ก็ตกลง และปรานภูตผีอันน่าขนลุกได้แผ่ออกมาจากพื้นดินอีกครั้งเพื่อส่งสัญญาณว่าโลกแห่งภูตผีกำลังจะกลับมา
ต้าฉินัจดการกับคลื่นแห่งภูตผีก่อนเที่ยงคืนได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ดวงจันทร์ภูตผีบนท้องฟ้าก็เปล่งแสงสีแดงโลหิตออกมาอีกครั้ง มันไม่ได้ดูเลือนลางอีกต่อไป กลับกัน มันกลายเป็นสีแดงโลหิตอันบริสุทธิ์
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนคำรามออกมารุนแรงมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม และมันก็ดังจนถึงจุดที่เสียงคำรามของพวกมันดังก้องไปถึงสรวงสวรรค์ ทุกคนที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ต่างพากันสะพรึงกลัว และนี่ก็เป็นสิ่งที่รับประกันว่านี่เป็นอีกคนที่หลายๆคนจะไม่สามารถนอนหลับได้
อาซานี่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองและนำขลุ่ยโหยหวนความตายออกมาแตะที่ริมฝีปากของเธอและบรรเลงเพลงออกมาอย่างนุ่มนวล
"โฮกกกก!!!! โฮกกก!! โฮกกกกก!!!!"
ภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนดูจะได้รับผลกระทบจากมัน และคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันพุ่งทะยานเข้ามาราวกับคลื่นสึนามิ ส่งผลให้พื้นดินต้องสั่นสะเทือน ที่ไหนก็ตามที่สึนามิสีเทาพาดผ่าน ต้นไม้จะพังทลายลง และสิ่งมีชีวิตก็จะดับดิ้นไป
จ้าวฝูตกใจมากเมื่อเขาเห็นสึนามิทำลายล้างลูกนี้ และเขาได้สั่งให้โจมตีในทันที!
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ลูกศรอันทรงพลังจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงออกไปด้วยพลังอันมหาศาล
ฉึก ฉึก ฉึก...
ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนสาดเทเข้าใส่ภูตผีหลังสังหารพวกมันไปตนแล้วตนเล่า อย่างไรก็ตาม ลูกศรเหล่านี้ก็ดูแทบไม่มีผลกับคลื่นสึนามิสีเทาเลย
คลื่นสึนามิที่น่าสะพรึงกลัวมาพร้อมกับเสียงคำรามอันน่าสยดสยอง และภูตผีทั้งหลายก็ถาโถมเข้ามายังเมืองต้าฉินอย่างต่อเนื่อง และต้องการฉีกกระชากแนวป้องกัน
"ค่ายกลออร่าทหาร!" ไป่ฉีตะโกนออกมาอย่างเยือกเย็นในขณะที่เขาอัญเชิญอินทรีสีแดงโลหิตตัวใหญ่ยักษ์ออกมาอีกครั้ง ซึ่งทำให้เกิดลมพายุอันบ้าคลั่งในขณะที่มันพุ่งทะยานเข้าใส่คลื่นสึนามิอันน่าสะพรึงกลัว
ฉึก ฉึก ฉึก...
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรวดเร็ว และลมพายุอันบ้าคลั่งก็เป็นเหมือนดั่งใบมีดจำนวนนับไม่ถ้วนที่กวาดเข้าใส่พวกภูตผี ภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนถูกทะลวงโดยคมมีดมากมาย ส่งผลให้พวกมันเลือนหายไปกลายเป็นปรานภูตผีในทันที
อย่างไรก็ตาม คลื่นสึนามิภูตผีก็ไม่ได้อ่อนแอ ภูตผีหิวกระหายหกวิถีได้อ้าปากของพวกมันออกมาและยิงระเบิดปรานภูตผีเข้าใส่อินทรีสีแดงโลหิต
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีมากมาย อินทรีสีแดงโลหิตก็ได้บิดร่างกายของมัน และโฉบไปรอบๆพวกภูตผีให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม การโจมตีของภูตผีก็มีมากเกินไป และมันก็ไม่สามารถหลบได้ทั้งหมด ระเบิดปรานภูตผีกว่า 10 ลูกได้ปะทะเข้าใส่อินทรีและระเบิดออก ส่งผลให้อินทรีแทบร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า
หลังจากบินเป็นวงกลมอยู่สักพักและฝ่าออกมาได้ อินทรีสีแดงโลหิตได้มองลงมาด้วยความฉุนเฉียว มันสยายปีกออกและเอนตัวไปข้างหน้าก่อนที่จะพุ่งดิ่งลงมาพร้อมด้วยจิตสังหารจำนวนมหาศาล
ปัง ปัง ปัง...
คราวนี้ อินทรีสีแดงโลหิตใช้ร่างกายขนาดใหญ่ของมันซึ่งมีความกว้างหลายร้อยเมตรปะทะเข้ากับคลื่นสึนามิสีเทา ส่งผลให้ภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนกระเด็นออกไป อินทรียักษ์บินเรียดไปกับพื้น และไม่อาจถูกหยุดยั้งโดยภูตผีได้เลย มันราวกับรถถังที่ไม่สามารถถูกหยุดได้ และบดขยี้ทุกสิ่งตามรายทางของมัน
สิ่งนี้ได้ทำให้ในที่สุดคลื่นสึนามิอันน่าสะพรึงกลัวก็หยุดไปเล็กน้อย แต่มันก็เท่านั้น อินทรียักษ์ทำได้เพียงแค่หยุดภูตผีส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือได้หลั่งไหลเข้ามายังเมืองต้าฉินต่อ
เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวและเสียงเคลื่อนขบวนที่ดังกึกก้องของพวกภูตผีทำให้คนของต้าฉินหลายคนรู้สึกหวาดกลัว ทุกคนต่างมีสีหน้าที่จริงจังและรู้สึกกังวลมากเพราะทุกๆคนรู้ว่าสถานการณ์มันอันตรายแค่ไหน
ใบหน้าของจ้าวฝูเองก็น่ากลัวในขณะที่เขายืนอยู่บนกำแพงเมืองและสำรวจสนามรบ ในขณะที่เขาเฝ้าดูคลื่นสึนามิอันน่าสะพรึงกลัวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาก็รู้ว่ามันถึงเวลาที่จะใช้มันแล้ว
"เก้อเนี่ย เจ้าสามารถใช้มันได้เลย!"
ข้างๆเขา เก้อเนี่ยได้รับคำสั่งและเริ่มออกคำสั่งทันที ในตอนนี้ คลื่นสึนามิสีเท่าได้เข้ามาอยู่ภายในระยะ 10 เมตรของกำแพงเมือง และในไม่ช้า พวกมันก็ปะทะเข้ากับแผ่นยันต์ที่ติดอยู่บนกำแพง
เมื่อแผ่นยันต์ปะทะกับภูตผี แผ่นยันต์หลายๆแผ่นได้ลุกเป็นไฟและถูกเผาไป เฉพาะยันต์ระดับทองที่ยังคงส่องแสงสีทองอยู่ และต้านทานปรานภูตผีไว้ได้ แต่พวกมันก็ไม่ได้มีผลมากนัก
ภูตผีที่ดูดุร้ายเริ่มปีนขึ้นมาบนกำแพง และพวกเขาได้รวมตัวกันอย่างหนาแน่น ทหารและชาวเมืองที่อยู่บนกำแพงต่างพากันต่อต้านอย่างรุนแรงด้วยการใช้ลูกศร หอก เลือดหยาง และอาวุธอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม มันก็มีภูตผีมากมายเกินไป และไม่ว่าต้าฉินจะต่อต้านอย่างไร ผลที่ได้ก็เล็กน้อยเกินไป เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาฆ่าภูตผีไปตนหนึ่ง มันก็จะมีภูตผีอีกตนหรือกระทั่งสองตนเข้ามาแทนที่
ในตอนนี้ กำแพงเมืองได้ถูกปกคลุมไปด้วยพวกภูตผี และในไม่ช้า ภูตผีก็เริ่มมาอยู่บนกำแพงเมืองแล้ว ถ้าภูตผีขึ้นไปถึงด้านบน มันก็หมายความว่าพวกมันอาจจะสามารถทะลุผ่านเมืองต้าฉินไปได้ - ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็ไม่อาจจินตนาการได้เลย!