- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 200 ศิลาโลกภูตผี
บทที่ 200 ศิลาโลกภูตผี
บทที่ 200 ศิลาโลกภูตผี
บทที่ 200 ศิลาโลกภูตผี
เมื่อเธอได้ยินจ้าวฝู ถัวป้าชิงก็ชักดาบสีแดงโลหิตบนหลังของเธออกมา ดาบเล่มนี้มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก และเป็นดาบสองคมที่มีใบมีดกว้างสามนิ้ว นี่คือรูปแบบที่สองของชุดเซ็ทโลหิต: ถัวป้าชิงเป็นคนที่สองที่ได้ครอบครองมรดกของชุดเซ็ทเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม เธอก็แตกต่างไปจากชาน้อย แม้ว่าเธอจะได้รับมรดก แต่เธอก็ไม่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่เพราะเธอไม่มีประสบการณ์เท่าไรและไม่ได้คุ้นเคยกับการฆ่าฟัน ประสบการณ์ของเธอไม่สามารถเปรียบเทียบกับชาน้อยได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจ้าวฝูถึงพาเธอมาด้วยในครั้งนี้
ถัวป้าชิงชักดาบออกมาและเริ่มเดินเข้าหาภูตผีร้ายที่น่าสะพรึงกลัว เพราะเธอยังเป็นแค่เด็กสาว เธอจึงอดรู้สึกกระวนกระวายไม่ได้
ภูตผีร้ายจ้องมองถัวป้าชิงที่กำลังเดินเข้าหามันและแผ่จิตสังหารอันหนาแน่นออกมา มันคำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่เธอด้วยความกระหายเลือด
ภูตผีร้ายรวดเร็วมาก และก็เหมือนกับว่ามันได้หายไปจากจุดที่มันยืนอยู่ มันปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าถัวป้าชิงในวินาทีถัดมา และกรงเล็บอันแหลมคมของมันได้พุ่งเข้าใส่หัวใจของถัวป้าชิง ภูตผีทุกตนชอบกินหัวใจ เนื่องจากหัวใจคือแหล่งอาหารและอาจจะทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของภูตผีร้าย ถัวป้าชิงเริ่มรู้สึกตกใจ แต่เธอก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เธอเหวี่ยงดาบใหญ่สีแดงโลหิตของเธอ และเพราะความแข็งแกร่งอันมหาศาลของเธอ เสียงแหวกอากาศดังลั่นจึงดังออกมา สายลมจากการเหวี่ยงดาบของเธอสามารถรู้สึกออกไปไกลได้ถึง 10 เมตร
เมื่อเห็นการโจมตีอันทรงพลังเช่นนี้ ภูตผีร้ายก็ประหลาดใจมาก มันรีบถอยออกมาเพื่อหลบการโจมตีนี้
เมื่อเธอเห็นภูตผีร้ายถอยไป ถัวป้าชิงได้ก้าวไปข้างหน้าและยกดาบใหญ่ขึ้นด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ เธอเอนตัวไปข้างหน้าในขณะที่เธอตวัดดาบลงมาเพื่อปลดปล่อยลำแสงดาบสีแดงโลหิตอันทรงพลัง ใบหน้าของภูตผีร้ายเริ่มทวีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้นและมันได้กระโจนออกไปด้านข้าง การโจมตีของถัวป้าชิงรุนแรงมาก เธอคือนักรบอาวุธหนักโดยแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะอาชีพของเธอคือนักฆ่า ไม่ใช่นักรบ แม้ว่าเธอจะปลดปล่อยพลังคลั่งจากมรดก แต่เธอก็ไม่ได้ใช้ความคล่องตัวและการสังหารในพริบตาอันเป็นลักษณะพิเศษของนักฆ่าเลย
ภายในสมรภูมิ ถัวป้าชิงโจมตีภูตผีร้ายอย่างต่อเนื่องด้วยการโจมตีอันรุนแรงและกดดันมันไปเรื่อยๆ ภูตผีร้ายใช้การเคลื่อนไหวแปลกๆที่ไม่อาจคาดเดาได้ของมันเพื่อหลบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถัวป้าชิงไม่สามารถจัดการกับมันได้เลย
เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูจึงกล่าวออกมา "ชิงน้อย ถอยก่อน"
เมื่อได้ยิน ถัวป้าชิงได้มองไปที่จ้าวฝูและถอยออกมาจากการต่อสู้ ถัวป้าชิงรู้ว่าการแสดงฝีมือของเธอไม่ได้ทำให้จ้าวฝูพึงพอใจ และเธอก็รู้สึกผิดหวังมาก
จ้าวฝูลงมาจากดำน้อยและเดินเข้าไปยังสมรภูมิ พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงแนะนำว่า "ชิงน้อย จำไว้ว่าเจ้าคือนักฆ่า! ดูให้ดี นี่คือเส้นทางที่เจ้าต้องเดิน"
จ้าวฝูเดินเข้าหาภูตผีร้ายและยื่นมือที่มีแหวนสามวงออกมาช้าๆ พร้อมกับตะโกนเบาๆว่า "พลังแห่งผู้กวัดแกว่งโลหิต!"
แหวนลอร์ดแห่งนักฆ่าเปล่งแสงสีแดงโลหิตออกมาในทันที ซึ่งมันได้ซึมเข้าสู่ร่างกายของจ้าวฝู พลังจากชุดเซ็ทโลหิตได้เข้าสู่ร่างกายของจ้าวฝู ทำให้กลิ่นอายสีแดงโลหิตพวยพุ่งขึ้นมาจากตัวเขา และจ้าวฝูก็เริ่มขยับมืออีกครั้ง
ชิ้ง!
ดาบสีแดงโลหิตขนาดใหญ่เปล่งเสียงครวญครางในขณะที่มันบินเข้ามาในมือของจ้าวฝู เพราะจ้าวฝูมีแหวนลอร์ดแห่งนักฆ่า เขาจึงสามารถใช้งานพลังของชุดเซ็ททั้งสิบสองได้
ดาบสีแดงโลหิตเล่มโตเข้ามาอยู่ในมือของจ้าวฝู จากนั้นเขาได้หายตัวไปในทันทีและมาอยู่ตรงหน้าของภูตผีร้าย เขาเหวี่ยงดาบด้วยพลังเท่ากับที่ถัวป้าชิงมี และสายลมได้ส่งเสียงโหยหวนในขณะที่มันฟันเข้าใส่ภูตผีร้าย
ภูตผีร้ายตกใจมากและร้องออกมาแปลกๆ กรงเล็บของมันท่อประกายด้วยแสงสีแดงโลหิตในขณะที่มันพยายามสกัดการโจมตี
ปัง!
เสียงอันหนักหน่วงดังออกมา และภูตผีร้ายได้กระเด็นออกไปนับสิบเมตร มันกระอักเลือดสีเขียวออกมา แต่ในทันทีที่มันตกลงมาบนพื้น จ้าวฝูก็ได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของมัน และยกดาบขึ้นฟันมันด้วยพลังที่รุนแรงพอจะแยกภูเขา
ฉึก!
ลำแสงดาบสีแดงโลหิตจำนวนมหาศาลเปล่งประกายออกมา และตัดผ่าร่างของภูตผีร้ายออกเป็นสองส่วน ส่งผลให้เลือดสีเขียวสาดกระเซ็นออกมา
ต่อจากนั้น ร่ายกายของภูตผีร้ายได้ทรุดตัวลง และเปลี่ยนเป็นปรานปีศาจจำนวนมากมาย คริสตัลรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีแดงโลหิต ถุงรุ่งริ่งสีดำขนาดเล็ก และก้อนหินอีกก้อนได้ตกลงกับพื้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่วินาที - จ้าวฝูได้สังหารภูตผีร้ายอย่างง่ายดายโดยใช้พลังแห่งผู้กวัดแกว่งโลหิต ถัวป้าชิงเดินเข้ามาด้วยความตกตะลึงและมองมาที่จ้าวฝูด้วยความนับถือในขณะที่เธอพูดออกมา "ฝ่าบาท ท่านทรงพลังมาก! ข้ารู้แล้วว่าข้าควรทำเช่นไร"
จ้าวฝูยิ้มและส่งดาบให้กับเธอ พร้อมกันนั้นเขาได้กล่าวว่า "ดีมาก! ข้าหวังกับเจ้ามากนะ"
ใบหน้าของขึ้นสี และเธอได้พยักหน้าด้วยความเขินอาย
อย่างไรก็ตาม สายตาของจ้าวฝูก็ไม่ได้อยู่ที่เธอแต่เป็นไอเทมทั้งสามที่ภูตผีร้ายดรอป เขาหยิบพวกมันขึ้นมาดู อันแรกคือคริสตัลสีแดงโลหิต
คริสตัลภูตผีร้าย: ไอเทมงานเทศกาลภูตผีที่สามารถแลกเป็นคะแนนภูตผี ณ นครหลักได้ 1,000 คะแนน คะแนนภูตผีสามารถใช้เพื่อแลกเปลี่ยนไอเทม ณ แผ่นศิลาแลกเปลี่ยนได้
เช่นเดียวกับน้ำตาบุปผา คริสตัลภูตผีก็มีอันที่มีค่ามากกว่าปกติ
ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็มองไปที่ไอเทมชิ้นที่สอง มันเป็นถุงรุ่งริ่งสีดำที่ดูเก่าแก่
ถุงสมบัติภูตผี: ถุงเล็กๆลึกลับที่ถูกเก็บไว้โดยภูตผี หลังจากเปิดมันจะได้รับสมบัติบางอย่าง
จ้าวฝูสนใจกับถุงใบนี้และเปิดมัน แสงสีดำได้พุ่งออกมาและกริชสีดำได้ปรากฏขึ้น กริชสีดำลอยตรงอยู่หน้าจ้าวฝูในขณะที่ถุงใบนั้นได้กลายเป็นละอองแสงและหายไป จ้าวฝูมองไปที่ค่าสถานะของกริช: กริชเงาภูตผี: ระดับ: เงิน ค่าสถานะ: STR+2 AGI+2 รายละเอียด: กริชที่บรรจุปรานภูตผีเอาไว้ มันเป็นหนึ่งในไอเทมในถุงสมบัติภูตผี
ค่าสถานะของอุปกรณ์ค่อนข้างธรรมดา แต่มันก็ยังเป็นผลกำไรที่ไม่คาดฝัน จ้าวฝูเก็บมันไปอย่างลวกๆก่อนที่จะมองไปยังไอเทมชิ้นสุดท้าย
มันคือหินสีเทาที่มีรูปร่างเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส สัมผัสของมันค่อนข้างหยาบ แต่เนื้อสัมผัสของมันก็ค่อนข้างเย็น ทำให้ขนของคนจับตั้งชันขึ้นมาได้
ศิลาเทพนคร: หนึ่งในศิลาโลกภูตผี เมื่อรวบรวมศิลาเทพนครทั้งสิบอันจะส่งผลให้คนผู้นั้นได้รับวิหารเทพนครที่สามารถปกป้องชาวเมืองและปัดเป่าความชั่วร้ายได้
"ศิลาเทพนคร?" ข้อมูลเกี่ยวกับวิหารเทพนครปรากฏขึ้นในใจของจ้าวฝู ในขณะเดียวกันมันก็คล้ายคลึงกับวิหารปฐพีที่ป้องชาวเมืองได้เหมือนกัน และมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย
จ้าวฝูรู้สึกสนใจในตัววิหารนี้ขึ้นมาและต้องการที่จะสร้างมันขึ้นเพื่อดูค่าสถานะของมัน ดังนั้นเขาจึงออกค้นหาภูตผีต่อ