เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน

บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน

บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน 


บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน

จ้าวยืนอยู่บนกำแพงเมืองและมองไปที่ฝูงร่างนับพัน พวกมันสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและมีผิวพรรณซีดเซียว ผมเพ้ายุ่งเหยิง และมีใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัว พวกมันแผ่กลิ่นอายแห่งความมืดมิดและน่ากลัวออกมา แต่เพราะพวกมันเป็นแค่ภูตผีธรรมดา พวกมันจึงไม่ได้ทรงพลังอะไรนัก

"ยิง!"

เมื่อออกคำสั่ง พลธนูก็ปลดปล่อยได้ปล่อยลูกศรไม้ที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดไก่ พวกมันแหวกผ่านอากาศและตกลงใส่พวกภูตผี

พวกภูตผีทั่วไปไม่ค่อยฉลาดนัก และเพราะพวกมันมีแค่สัญชาตญาณขั้นพื้นฐาน การเคลื่อนไหวของพวกมันจึงค่อนข้างเชื่องช้าและงุ่มง่าม

ฉึก ฉึก ฉึก...

ลูกศรถูกแทงเข้าใส่ภูตผีทีละตัว หลังจากที่มีเสียงดังออกมา ความสีขาวได้ลอยขึ้นมาจากตัวของพวกมัน ส่งผลให้พวกมันโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ลูกศรพิเศษเหล่านี้จะสร้างความเสียหายเล็กน้อยให้กับคนธรรมดา แต่มีผลต่อภูตผีมาก ภูตผีหลายตนที่ถูกโจมตีเข้าที่จุดสำคัญได้ร้องออกมาก่อนที่พวกมันจะสลายกลายเป็นปรานภูตผีไป หลังจากภูตผีตาย พวกมันก็ดรอปคริสตัลรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีเทาไว้

ภูตผีที่เหลือรอดได้พุ่งเข้าใส่เมืองต้าฉินด้วยความฉุนเฉียว แต่หลังจากระลอกต่อๆมาของลูกศร ภูตผีนับพันก็ถูกสังหารไปหมดสิ้น จ้าวฝูลงจากกำแพงเมืองและสั่งให้คนของเขาเริ่มเก็บคริสตัล

มันมีคริสตัลภูตผีทั้งสิ้น 4,000 อัน ภูตผีเหล่านี้เป็นชนิดที่อ่อนแอที่สุด และพวกมันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรนัก ภูตผีที่ทรงพลังมากกว่าที่จะพบได้ในเขตรกร้างนอกเมืองเท่านั้น

โดยปกติแล้ว ภูตผีทั่วไปจะเดินเตร่ไปทั่วโดยไม่มีจุดหมายแทนที่จะเป็นการรวมตัวกันแบบนี้ คำอธิบายเพียงอย่างเดียวสำหรับภูตผีที่รวมตัวกันมากมายแบบนี้ก็เป็นเพราะราชาภูตผีได้ปรากฏตัวขึ้น

จ้าวฝูจัดทหารทั้ง 20,000 คนของเขาเป็น 10 กลุ่ม และส่งคนพวกนี้ออกไปสำรวจ จ้าวฝูยังได้รวบรวมชาวเมืองอีก 20,000 คนและจัดหาอุปกรณ์ให้กับพวกเขา จากนั้นเขาก็ให้คนพวกนี้ประจำการทั้งภายในและภายนอกหมู่บ้านเพื่อภูตผีทั่วไป

บางครั้ง ภูตผีพิเศษก็จะปรากฏตัวขึ้นภายในหมู่บ้าน เมือง หรือนคร สร้างความตกใจให้กับผู้คน อย่างไรก็ตาม ภูตผีเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่พวกมันก็ยังจำเป็นต้องมีการเตรียมคนไว้เพื่อต่อกรด้วย

สำหรับชาวเมืองที่เหลือ พวกเขาทำได้เพียงแค่อยู่ในบ้านและติดยันต์ไว้ที่ประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้ภูตผีเข้าไป เทศกาลภูตผีนั้นอันตรายมาก และเพื่อให้ชาวเมืองปลอดภัย จ้าวฝูจึงสั่งให้พวกเขาอยู่ในบ้านให้ได้มากที่สุด

ภายในนครหลักส่วนใหญ่ ทุกประตูหน้าต่างถูกปิดไว้ด้วยยันต์ ถนนเงียบงันและแสงไฟก็สลัวมาก ลมหนาวโบกพัด และด้วยดวงจันทร์ภูตผีบนท้องฟ้า มันก็ทำให้ทุกๆนครดูราวกับนครผีสิงอันน่าสะพรึงกลัว

ชาวเมืองส่วนใหญ่ไม่ได้คิดที่จะเข้าร่วมในเทศกาลนี้เพราะมันน่ากลัวและอันตรายเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะเข้านอนเร็วๆเพื่อรอวันรุ่งขึ้น ภูตผีมักจะกลัวแสงแดด ดังนั้นพวกมันมักจะซ่อนตัวระหว่างกลางวันและออกมาในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม ภูตผีที่ทรงพลังบางตัวก็สามารถทนทานต่อแสงแดดได้

อย่างไรก็ตาม บางคนได้รวบรวมความกล้าหาญและเดินออกไปตามท้องถนน ตอนนี้โลกดูเหมือนจะเต็มไปด้วยปรานหยินและภูตผี เปลี่ยนโลกทั้งใบกลายเป็นโลกแห่งภูตผี มันน่าขนลุกเป็นอย่างมากกับการเดินบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบนั้น "หัวหน้า กลับกันเถอะ! เทศกาลภูตผีนี้น่ากลัวเกินไป มันมีภูตผีอยู่จริงๆนะ" หนึ่งในคนที่ดูเป็นลูกน้องพูดในขณะที่เขาตัวสั่นและมองไปรอบๆตัว

ชายหนุ่มร่างกำยำที่อยู่ข้างหน้าพ่นลมหายใจออกมาในขณะที่เขาตอบ "เจ้ากลัวอะไร? เจ้าจำไม่ได้เหรอว่าภูตผีที่เราเห็นในหนังมันพูดว่ายังไง? ข้าอยากจะเจอผีสาวจริงๆ และจะปล้ำเธอสักสองสามครั้ง!"

ลูกน้องคิดย้อนกลับไปถึงผีที่เขาเห็นในหนังและระลึกได้ถึงร่างกายอันทรงเสน่ห์ของผีสาว และพวกเขาก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอีก พวกเขายังหัวเราะออกมาด้วย

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของพวกเขาได้แข็งค้างขึ้นมาในทันใดเมื่อพวกเขาเห็นร่างสีแดงปรากฏขึ้นหลังหัวหน้าของพวกเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ชายร่างกำยำยังไม่รู้ตัวเพราะเขากำลังติดอยู่ในจินตนาการของตนอยู่ เขาหัวเราะด้วยความยินดี และเมื่อเขาได้สติกลับมา เขาก็ตระหนักได้ว่าลูกน้องของเขาเงียบผิดปกติ เขาจึงหันกลับไปมอง

เขาอ้าปากค้างออกมาในทันที - ด้านหลังเขามีผีสาวที่มีผมสียาวอยู่ในชุดสีแดงอยู่ อย่างไรก็ตามใบหน้าของเธอดูก็ผิดเพี้ยนและดูน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ

ชายหนุ่มร่างกำยำตกใจมากและรีบเหวี่ยงกระบี่ของเขา อย่างไรก็ตาม ภูตผีด้านหลังก็ไม่ได้หลบ และเธอก็ไม่เป็นอะไรเลยเมื่อกระบี่ตัดผ่าน เนื่องจากอาวุธปกติไม่สามารถทำอันตรายกับภูตผีได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะสามารถปล่อยพลังงานโจมตีได้ อย่างเช่นลำแสงกระบี่ หรือไม่พวกมันก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ต่อต้านภูตผี

"ฮีฮีฮีฮีฮี..." ผีสาวหัวเราะอย่างเยือกเย็นและน่าขนลุก และทุกคนที่ได้ยินมันต่างพากันสั่นสะท้าน เมื่อเห็นแบบนี้ ชายหนุ่มร่างกำยำก็วิ่งหางจุกตูดไปในทันที และโยนความคิดอันหยาบโลนของเขาทิ้งไป อย่างไรก็ตาม ผีสาวได้ไล่ตามเขา และเสียงกรีดร้องบาดหัวใจก็ดังออกมาในค่ำคืนอันมืดมิดหลายต่อหลายครั้ง ทำให้บรรยากาศทวีความน่าขนลุกมากยิ่งขึ้น

ในความเป็นจริง ภูตผีพยาบาทชนิดนี้จะถูกสร้างขึ้นจากความคิดพยาบาท นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมใบหน้าของพวกมันจึงบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว อย่างไรก็ตาม ลำแสงกระบี่ ลำแสงดาบ และอาวุธที่มียันต์ติดอยู่ก็ยังสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย

ณ ที่แห่งอื่น จ้าวฝูได้นำกลุ่มทหาร 50 คน ซึ่งมีถัวป้าชิงรวมอยู่ด้วยออกคนหาภูตผี จ้าวฝูได้นำเทาน้อยและดำน้อยมาด้วย

แสงค่อนข้างสลัวทำให้มองเห็นได้ยาก กลุ่มคนที่มาด้วยได้ถือคบเพลิงไว้ในขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้า และจ้าวฝูได้ดำน้อยนำหน้าในขณะที่ถัวป้าชิงได้รับอนุญาตให้ขี่เทาน้อย

ในเวลานั้นเอง เทาน้อยได้หยุดลงในทันใดและโน้มตัวลงกับพื้น มันดูเหมือนกับว่ามันได้เตรียมต่อสู้ และมันได้หอนออกมา ความรู้สึกของสัตว์เหนือล้ำกว่าของมนุษย์ และจ้าวฝูได้ยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้หยุด ต่อจากนั้น พวกเขาก็ค้นพบภูตผีตรงหน้ากว่า 30 ตัว

ส่วนใหญ่เป็นภูตผีธรรมดา แต่ก็มีตัวที่แตกต่างออกไป ภูตผีตัวนี้ดูเหมือนกับผู้อาวุโสและมีเว้ยผมสีขาวบางๆอยู่บนศีรษะของมัน ร่างของมันผอม และดวงตาของเขาดูเหมือนกับจะหลุดออกมา ทำให้มันดูน่ากลัวมาก

นอกจากนี้ เล็บของมันยังยาวยิ่งกว่านิ้วมือและเป็นสีเลือด ร่างกายของมันเปล่งประกายระยิบระยับ และอย่างน้อยมันก็ดูแข็งแกร่งกว่าภูตผีทั่วไปมากกว่า 10 เท่า แม้จะอยู่ห่างออกไป แต่พวกเขาก็สามารถรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากมัน

นี่ไม่ใช่ภูตผีทั่วไป - มันคือภูตผีร้าย

ภูตผีร้ายแข็งแกร่งมากกว่าภูตผีทั่วไปหลายเท่าตัว จ้าวฝูชูมือขึ้น และนักธนูด้านหลังของเขาได้ชักคันธนูของตัวเอง ในทันทีที่จ้าวฝูลดมือลง ลูกศรก็พุ่งออกไป

ฉึก ฉึก ฉึก...

ลูกศรที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าได้พุ่งเข้าใส่ภูตผีตัวแล้วตัวเล่า ลูกศรเหล่านี้ทำจากไม้พีชและส่งผลต่อภูตผีอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็พบในไม่ช้าว่าลูกศรเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลอะไรมากต่อภูตผีร้าย

เมื่อเผชิญหน้ากับลูกศร ภูตผีก็โบกมือของมัน และลำแสงสีโลหิตห้าเส้นที่มีความเฉียบคมเป็นอย่างยิ่งได้พุ่งออกมาและสกัดลูกศรเบื้องหน้าของมันไว้ ภูตผีร้ายตัวนี้ทรงพลังมาก ดังนั้นจ้าวฝูจึงหันมาหาถัวป้าชิงและกล่าวว่า "เจ้าไปจัดการกับมันซะ!"

จ้าวฝูพาถัวป้าชิงมาด้วยเพราะเขาต้องการให้เธอได้รับประสบการณ์ ในตอนนี้ ถัวป้าชิงได้ใส่อุปกรณ์ของอาชีพนักฆ่าแล้ว และเพราะว่ามันค่อนข้างแน่น มันจึงขับส่วนโค้งเว้าของเธอออกมาเป็นพิเศษ ทำให้เธอดูสวยงามจนน่าตกตะลึง


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน

คัดลอกลิงก์แล้ว