- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน
บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน
บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน
บทที่ 199 โลกที่เต็มไปด้วยปรานหยิน
จ้าวยืนอยู่บนกำแพงเมืองและมองไปที่ฝูงร่างนับพัน พวกมันสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและมีผิวพรรณซีดเซียว ผมเพ้ายุ่งเหยิง และมีใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัว พวกมันแผ่กลิ่นอายแห่งความมืดมิดและน่ากลัวออกมา แต่เพราะพวกมันเป็นแค่ภูตผีธรรมดา พวกมันจึงไม่ได้ทรงพลังอะไรนัก
"ยิง!"
เมื่อออกคำสั่ง พลธนูก็ปลดปล่อยได้ปล่อยลูกศรไม้ที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดไก่ พวกมันแหวกผ่านอากาศและตกลงใส่พวกภูตผี
พวกภูตผีทั่วไปไม่ค่อยฉลาดนัก และเพราะพวกมันมีแค่สัญชาตญาณขั้นพื้นฐาน การเคลื่อนไหวของพวกมันจึงค่อนข้างเชื่องช้าและงุ่มง่าม
ฉึก ฉึก ฉึก...
ลูกศรถูกแทงเข้าใส่ภูตผีทีละตัว หลังจากที่มีเสียงดังออกมา ความสีขาวได้ลอยขึ้นมาจากตัวของพวกมัน ส่งผลให้พวกมันโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ลูกศรพิเศษเหล่านี้จะสร้างความเสียหายเล็กน้อยให้กับคนธรรมดา แต่มีผลต่อภูตผีมาก ภูตผีหลายตนที่ถูกโจมตีเข้าที่จุดสำคัญได้ร้องออกมาก่อนที่พวกมันจะสลายกลายเป็นปรานภูตผีไป หลังจากภูตผีตาย พวกมันก็ดรอปคริสตัลรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีเทาไว้
ภูตผีที่เหลือรอดได้พุ่งเข้าใส่เมืองต้าฉินด้วยความฉุนเฉียว แต่หลังจากระลอกต่อๆมาของลูกศร ภูตผีนับพันก็ถูกสังหารไปหมดสิ้น จ้าวฝูลงจากกำแพงเมืองและสั่งให้คนของเขาเริ่มเก็บคริสตัล
มันมีคริสตัลภูตผีทั้งสิ้น 4,000 อัน ภูตผีเหล่านี้เป็นชนิดที่อ่อนแอที่สุด และพวกมันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรนัก ภูตผีที่ทรงพลังมากกว่าที่จะพบได้ในเขตรกร้างนอกเมืองเท่านั้น
โดยปกติแล้ว ภูตผีทั่วไปจะเดินเตร่ไปทั่วโดยไม่มีจุดหมายแทนที่จะเป็นการรวมตัวกันแบบนี้ คำอธิบายเพียงอย่างเดียวสำหรับภูตผีที่รวมตัวกันมากมายแบบนี้ก็เป็นเพราะราชาภูตผีได้ปรากฏตัวขึ้น
จ้าวฝูจัดทหารทั้ง 20,000 คนของเขาเป็น 10 กลุ่ม และส่งคนพวกนี้ออกไปสำรวจ จ้าวฝูยังได้รวบรวมชาวเมืองอีก 20,000 คนและจัดหาอุปกรณ์ให้กับพวกเขา จากนั้นเขาก็ให้คนพวกนี้ประจำการทั้งภายในและภายนอกหมู่บ้านเพื่อภูตผีทั่วไป
บางครั้ง ภูตผีพิเศษก็จะปรากฏตัวขึ้นภายในหมู่บ้าน เมือง หรือนคร สร้างความตกใจให้กับผู้คน อย่างไรก็ตาม ภูตผีเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วไม่ได้แข็งแกร่งนัก แต่พวกมันก็ยังจำเป็นต้องมีการเตรียมคนไว้เพื่อต่อกรด้วย
สำหรับชาวเมืองที่เหลือ พวกเขาทำได้เพียงแค่อยู่ในบ้านและติดยันต์ไว้ที่ประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้ภูตผีเข้าไป เทศกาลภูตผีนั้นอันตรายมาก และเพื่อให้ชาวเมืองปลอดภัย จ้าวฝูจึงสั่งให้พวกเขาอยู่ในบ้านให้ได้มากที่สุด
ภายในนครหลักส่วนใหญ่ ทุกประตูหน้าต่างถูกปิดไว้ด้วยยันต์ ถนนเงียบงันและแสงไฟก็สลัวมาก ลมหนาวโบกพัด และด้วยดวงจันทร์ภูตผีบนท้องฟ้า มันก็ทำให้ทุกๆนครดูราวกับนครผีสิงอันน่าสะพรึงกลัว
ชาวเมืองส่วนใหญ่ไม่ได้คิดที่จะเข้าร่วมในเทศกาลนี้เพราะมันน่ากลัวและอันตรายเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะเข้านอนเร็วๆเพื่อรอวันรุ่งขึ้น ภูตผีมักจะกลัวแสงแดด ดังนั้นพวกมันมักจะซ่อนตัวระหว่างกลางวันและออกมาในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม ภูตผีที่ทรงพลังบางตัวก็สามารถทนทานต่อแสงแดดได้
อย่างไรก็ตาม บางคนได้รวบรวมความกล้าหาญและเดินออกไปตามท้องถนน ตอนนี้โลกดูเหมือนจะเต็มไปด้วยปรานหยินและภูตผี เปลี่ยนโลกทั้งใบกลายเป็นโลกแห่งภูตผี มันน่าขนลุกเป็นอย่างมากกับการเดินบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบนั้น "หัวหน้า กลับกันเถอะ! เทศกาลภูตผีนี้น่ากลัวเกินไป มันมีภูตผีอยู่จริงๆนะ" หนึ่งในคนที่ดูเป็นลูกน้องพูดในขณะที่เขาตัวสั่นและมองไปรอบๆตัว
ชายหนุ่มร่างกำยำที่อยู่ข้างหน้าพ่นลมหายใจออกมาในขณะที่เขาตอบ "เจ้ากลัวอะไร? เจ้าจำไม่ได้เหรอว่าภูตผีที่เราเห็นในหนังมันพูดว่ายังไง? ข้าอยากจะเจอผีสาวจริงๆ และจะปล้ำเธอสักสองสามครั้ง!"
ลูกน้องคิดย้อนกลับไปถึงผีที่เขาเห็นในหนังและระลึกได้ถึงร่างกายอันทรงเสน่ห์ของผีสาว และพวกเขาก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอีก พวกเขายังหัวเราะออกมาด้วย
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของพวกเขาได้แข็งค้างขึ้นมาในทันใดเมื่อพวกเขาเห็นร่างสีแดงปรากฏขึ้นหลังหัวหน้าของพวกเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ชายร่างกำยำยังไม่รู้ตัวเพราะเขากำลังติดอยู่ในจินตนาการของตนอยู่ เขาหัวเราะด้วยความยินดี และเมื่อเขาได้สติกลับมา เขาก็ตระหนักได้ว่าลูกน้องของเขาเงียบผิดปกติ เขาจึงหันกลับไปมอง
เขาอ้าปากค้างออกมาในทันที - ด้านหลังเขามีผีสาวที่มีผมสียาวอยู่ในชุดสีแดงอยู่ อย่างไรก็ตามใบหน้าของเธอดูก็ผิดเพี้ยนและดูน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ
ชายหนุ่มร่างกำยำตกใจมากและรีบเหวี่ยงกระบี่ของเขา อย่างไรก็ตาม ภูตผีด้านหลังก็ไม่ได้หลบ และเธอก็ไม่เป็นอะไรเลยเมื่อกระบี่ตัดผ่าน เนื่องจากอาวุธปกติไม่สามารถทำอันตรายกับภูตผีได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะสามารถปล่อยพลังงานโจมตีได้ อย่างเช่นลำแสงกระบี่ หรือไม่พวกมันก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ต่อต้านภูตผี
"ฮีฮีฮีฮีฮี..." ผีสาวหัวเราะอย่างเยือกเย็นและน่าขนลุก และทุกคนที่ได้ยินมันต่างพากันสั่นสะท้าน เมื่อเห็นแบบนี้ ชายหนุ่มร่างกำยำก็วิ่งหางจุกตูดไปในทันที และโยนความคิดอันหยาบโลนของเขาทิ้งไป อย่างไรก็ตาม ผีสาวได้ไล่ตามเขา และเสียงกรีดร้องบาดหัวใจก็ดังออกมาในค่ำคืนอันมืดมิดหลายต่อหลายครั้ง ทำให้บรรยากาศทวีความน่าขนลุกมากยิ่งขึ้น
ในความเป็นจริง ภูตผีพยาบาทชนิดนี้จะถูกสร้างขึ้นจากความคิดพยาบาท นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมใบหน้าของพวกมันจึงบิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว อย่างไรก็ตาม ลำแสงกระบี่ ลำแสงดาบ และอาวุธที่มียันต์ติดอยู่ก็ยังสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย
ณ ที่แห่งอื่น จ้าวฝูได้นำกลุ่มทหาร 50 คน ซึ่งมีถัวป้าชิงรวมอยู่ด้วยออกคนหาภูตผี จ้าวฝูได้นำเทาน้อยและดำน้อยมาด้วย
แสงค่อนข้างสลัวทำให้มองเห็นได้ยาก กลุ่มคนที่มาด้วยได้ถือคบเพลิงไว้ในขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้า และจ้าวฝูได้ดำน้อยนำหน้าในขณะที่ถัวป้าชิงได้รับอนุญาตให้ขี่เทาน้อย
ในเวลานั้นเอง เทาน้อยได้หยุดลงในทันใดและโน้มตัวลงกับพื้น มันดูเหมือนกับว่ามันได้เตรียมต่อสู้ และมันได้หอนออกมา ความรู้สึกของสัตว์เหนือล้ำกว่าของมนุษย์ และจ้าวฝูได้ยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้หยุด ต่อจากนั้น พวกเขาก็ค้นพบภูตผีตรงหน้ากว่า 30 ตัว
ส่วนใหญ่เป็นภูตผีธรรมดา แต่ก็มีตัวที่แตกต่างออกไป ภูตผีตัวนี้ดูเหมือนกับผู้อาวุโสและมีเว้ยผมสีขาวบางๆอยู่บนศีรษะของมัน ร่างของมันผอม และดวงตาของเขาดูเหมือนกับจะหลุดออกมา ทำให้มันดูน่ากลัวมาก
นอกจากนี้ เล็บของมันยังยาวยิ่งกว่านิ้วมือและเป็นสีเลือด ร่างกายของมันเปล่งประกายระยิบระยับ และอย่างน้อยมันก็ดูแข็งแกร่งกว่าภูตผีทั่วไปมากกว่า 10 เท่า แม้จะอยู่ห่างออกไป แต่พวกเขาก็สามารถรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากมัน
นี่ไม่ใช่ภูตผีทั่วไป - มันคือภูตผีร้าย
ภูตผีร้ายแข็งแกร่งมากกว่าภูตผีทั่วไปหลายเท่าตัว จ้าวฝูชูมือขึ้น และนักธนูด้านหลังของเขาได้ชักคันธนูของตัวเอง ในทันทีที่จ้าวฝูลดมือลง ลูกศรก็พุ่งออกไป
ฉึก ฉึก ฉึก...
ลูกศรที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าได้พุ่งเข้าใส่ภูตผีตัวแล้วตัวเล่า ลูกศรเหล่านี้ทำจากไม้พีชและส่งผลต่อภูตผีอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็พบในไม่ช้าว่าลูกศรเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลอะไรมากต่อภูตผีร้าย
เมื่อเผชิญหน้ากับลูกศร ภูตผีก็โบกมือของมัน และลำแสงสีโลหิตห้าเส้นที่มีความเฉียบคมเป็นอย่างยิ่งได้พุ่งออกมาและสกัดลูกศรเบื้องหน้าของมันไว้ ภูตผีร้ายตัวนี้ทรงพลังมาก ดังนั้นจ้าวฝูจึงหันมาหาถัวป้าชิงและกล่าวว่า "เจ้าไปจัดการกับมันซะ!"
จ้าวฝูพาถัวป้าชิงมาด้วยเพราะเขาต้องการให้เธอได้รับประสบการณ์ ในตอนนี้ ถัวป้าชิงได้ใส่อุปกรณ์ของอาชีพนักฆ่าแล้ว และเพราะว่ามันค่อนข้างแน่น มันจึงขับส่วนโค้งเว้าของเธอออกมาเป็นพิเศษ ทำให้เธอดูสวยงามจนน่าตกตะลึง