- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 182 สหาย
บทที่ 182 สหาย
บทที่ 182 สหาย
บทที่ 182 สหาย
จ้าวฝูที่ในตอนนี้อยู่ในอยู่ในสถานที่อันไม่ปรากฏชื่อได้เบนคะแนนความสำเร็จส่วนใหญ่ในอนาคตไปให้กับไป่ฉี - การแจ้งเตือนที่เรียงง่ายนี้ได้แสดงให้เห็นว่าจ้าวฝูยังมีชีวิตอยู่
เรื่องนี้ทำให้ในที่สุดคนของต้าฉินก็โล่งออกและถอนหายใจออกมาได้ ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ต่างพากันมีความสุขที่จ้าวฝูยังปลอดภัยเพราะจ้าวฝูคือนายเหนือแห่งต้าฉิน และเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของต้าฉิน
ในไม่ช้า สมาชิกระดับสูงของต้าฉินก็ได้มารวมตัวกันและพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ พวกเขาเข้าใจว่าทำไมจ้าวฝูจึงได้เบนคะแนนความสำเร็จส่วนใหญ่มายังไป่ฉี นั่นก็คือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้ ไป่ฉีได้เปิดเส้นทางไปยังภูมิภาคตอนเหนืออย่างต่อเนื่อง และเขาได้สร้างเส้นทางไปยังทั้งหกภูมิภาคในตอนเหนือแล้ว ในตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากดินแดนของเวียดนามไปแค่ภูมิภาคเดียวเท่านั้น
เนื่องจากสถานะของไป่ฉีต่ำเกินไป เขาจึงไม่สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือเปิดร้านอาหารใดๆได้ อย่างไรก็ตาม พันธมิตรวานิชก็ได้เข้าไปยังแต่ละภูมิภาคเหล่านี้แล้ว และได้สร้างผลกำไรจำนวนมากให้กับต้าฉิน
แต่ก็น่าเสียดายที่กำไรส่วนใหญ่ถูกจับจ่ายไปกับการสงคราม ทั้งการซื้อยา ทักษะ และอุปกรณ์สิ้นเปลืองอื่นๆ สิ่งของเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อสนับสนุน
แม้ว่าพวกเขาจะใช้เงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าอัศจรรย์ใจ ในเวลา 20 วันที่ผ่านมา ต้าฉินได้รับคนมามากกว่า 70,000 คน และตัวเลขนี้ก็ใกล้เคียงกับจำนวน 80,000 คน นอกจากนี้ รัศมี 300 กิโลเมตรได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของต้าฉินอย่างเป็นทางการแล้วด้วย
ความเร็วนี้มากยิ่งกว่าก่อนหลายเท่าตัว และแม่ทัพส่วนใหญ่ก็ได้ทะลวงผ่านระยะที่ 1 ไปแล้วด้วย และได้เริ่มฝึกฝนหน่วยทหารพิเศษของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น ทหารบางส่วนยังได้ทะลวงผ่านระยะที่ 1 ไปด้วยเช่นกัน
นี่เป็นเพราะไป่ฉีไม่เพียงแต่จะซื้อยารักษาและยาเพิ่มความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังมียาระดับสูงเป็นจำนวนมากที่สามารถเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้ ซึ่งเขาใช้เป็นรางวัล
และรางวัลเหล่านี้นี่เองก็คอยกระตุ้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของเหล่าทหารและช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจของต้าฉิน
ดั่งคำกล่าวโบราณของต้าฉิน:
เจ้าพูดได้อย่างไรว่าเจ้าไม่มีเสื้อผ้า? ข้าจะแบ่งปันเสื้อคลุมของข้าห้กับเจ้า
กษัตริย์กำลังเตรียมไพร่พล และข้าจะเตรียมหอกและทวนของข้าเพื่อสู้ศึกพร้อมกับเจ้า!
เจ้าพูดได้อย่างไรว่าเจ้าไม่มีเสื้อผ้า? ข้าจะแบ่งปันเสื้อผ้าชั้นในของข้าให้กับเจ้า
กษัตริย์กำลังเตรียมไพร่พล และข้าจะเตรียมหอกและง้าวของข้าเพื่อเดินลงสนามรบไปพร้อมกับเจ้า!
เจ้าพูดได้อย่างไรว่าเจ้าไม่มีเสื้อผ้า? ฉันจะแบ่งปันกางเกงของข้าให้กับเจ้า
กษัตริย์กำลังเตรียมไพร่พล และข้าจะเตรียมชุดเกราะและอาวุธของข้าและกรีธาทัพไปพร้อมกับเจ้า!
นี่คือสิ่งที่ไป่ฉีจินตนาการถึงทหารของต้าฉิน อุปกรณ์ ทักษะ การบ่มเพาะ และอาชีพล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกลับเป็นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ไป่ฉีต้องการสร้างกองทัพที่สามารถพิชิตและเข่นฆ่าศัตรูทั้งหมดได้ให้กับจ้าวฝู
ในปัจจุบัน ยาหลักของต้าฉินคือยาจิตวิญญาณต่ำต้อย พวกเขายังคงเพาะปลูกหญ้าร้อยต้นกำเนิดอยู่ ดังนั้นพวกมันจึงยังไม่สามารถนำมาใช้ทำเป็นยาร้อยต้นกำเนิดได้
แม้ว่าการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนจะทำให้ต้าฉินพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีบรรยากาศที่กดดันอยู่ทั่วทั้งต้าฉิน บนท้องถนน ทุกๆคนดูเร่งรีบ และพวกเขาก็ต่างมีสีหน้าที่จริงจัง
นี่เป็นเพราะทุกๆคนมีสิ่งที่ต้องรีบทำ และทุกๆคนก็แทบจะไม่มีเวลาเลย มันราวกับว่าไม่มีใครพอมีเวลาคุยกันสัก 2 - 3 นาทีเลย ถึงแม้ว่าประชากรของต้าฉินจะเพิ่มขึ้น แต่ก็มีสิ่งที่ต้องทำเพิ่มขึ้นเช่นกัน
และเมื่อข่าวที่จ้าวฝูยังมีชีวิตอยู่ได้ถูกเผยแพร่ออกมา มันก็ราวกับว่ามีแสงสีเงินได้ส่องทะลุหมอกอันมืดมิดเข้ามา!
...............
ณ ที่แห่งอื่น จ้าวฝูได้พิชิตหมู่บ้านและเลือก [ย้าย] ซึ่งก็ได้รับค่าประสบการณ์และน้ำตาของชนเผ่าแมน น้ำตาของชนเผ่านี้ก็มีผลคล้ายกับน้ำตาเซียนเปย
ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็หยิบศิลาสร้างเมืองออกมา
จ้าวฝูมองไปรอบๆและเลือกที่วางศิลาสร้างเมือง จากนั้นคลื่นแสงสีครามได้ทอประกายออกมาในขณะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้ปรากฏขึ้น หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่าหมู่บ้านภูผาเดียวดาย และจ้าวฝูได้ตั้งให้มันเป็นหมู่บ้านสาขาของเมืองต้าฉิน
ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูก็ได้เลือกชาวแมนคนหนึ่งมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านระดับคราม และมันได้รับโบนัสค่าสถานะจากการเป็นหมู่บ้านสาขาของเมืองต้าฉิน มันจึงถือกำเนิดชาวบ้านออกมาวันละ 6 - 7 คน ในอีก 1 เดือน หมู่บ้านก็จะมีประชากรเท่าเดิม
จ้าวฝูทิ้งอุปกรณ์ไว้ 300 ชุดให้กับพวกเขา - นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่มาจากกู่เฟิง แต่เป็นจากเขาเอง พวกมันเป็นอุปกรณ์ระดับครามที่ถูกหลอมสร้างจากสำริดเข้มข้น
จ้าวฝูเรียกหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ที่เป็นชายชราเข้ามา เพราะหนุ่มๆส่วนมากที่มีความสามารถถูกก็อบลินสังหารไปแล้วและคนที่เหลืออยู่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก เขาจึงเลือกชายชราผู้นี้ที่มีประสบการณ์ในการจัดการสิ่งต่างๆมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน
จ้าวฝูบอกให้เขาสร้างระบบป้องกันโดยใช้ซากอารยะธรรมขึ้นมาหลังจากที่พวกเขามีคนมากขึ้น และได้บอกเล่าถึงสิ่งต่างๆที่เขาควรต้องระวัง จ้าวฝูไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับมาที่นี่เมื่อไร ดังนั้นเขาจึงต้องทำให้มั่นใจว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะสามารถเตรียมพร้อมสำหรับอันตรายทุกๆประเภทได้
ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูได้ส่งให้ก็อบลินของเขาทุกตัวรั้งอยู่ที่นี่เพื่อคอยปกป้องซากอารยะธรรมพร้อมกับชาวแมน ผลประโยชน์ที่ได้จากซากอารยะธรรมนั้นมีมากมายมหาศาล และจ้าวฝูก็ยังไม่ได้สำรวจป่าแห่งความมืดมนไปมากมายเท่าไร นั่นหมายความว่าคุณค่าที่แท้จริงของมันยังมีมากกว่าที่เขาเห็น ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับที่แห่งนี้
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูและภูติดอกไม้ทั้งสามก็ได้มุ่งหน้าไปยังนครเก้าตะวัน
วันรุ่งขึ้นในตอนเที่ยววัน จ้าวฝูกำลังเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ มันมีเมฆไม่มากเท่าไรบนท้องฟ้าสีคราม และสายลมเบาๆได้ตีเข้าที่หน้าของเขา
ภูติดอกไม้ทั้งสามได้นั่งอยู่บนไหล่ของจ้าวฝู และแต่ละคนกำลังกอดผลไม้พงไพรทมิฬเอาไว้ในขณะที่พวกเธอกินมันอย่างมีความสุข จ้าวฝูมองไปที่แผนที่ในขณะที่เขาเดินต่อไป
เขารู้สึกหลงทางอยู่บ้างและเร่ร่อนออกไปจากทิศทางของนครเก้าตะวัน ดังนั้นเขาจึงหาที่สองและมองไปรอบๆเพื่อพยายามพาที่ที่เขาอยู่
มันเป็นตอนเที่ยงแล้ว และจ้าวฝูก็หิวมาก เขาตัดสินใจที่จะจับสัตว์ป่ามากิน แต่ในทันใดนั้นเองเขาก็เห็นร่างสีดำพุ่งเข้าใส่เขาจากทางพุ่มหญ้า
ม่านตาของจ้าวฝูหดตัว และเขาได้ปล่อยหมัดออกไปอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของจ้าวฝูจะถูกข่มไว้ด้วยพลังงานสีคราม แต่หลังจากฟื้นตัวขึ้นมา ความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ใกล้เคียงกับระยะที่สองแล้ว ถ้าเขามีความแข็งแกร่งที่จุดสูงสุด เขาก็คงจะอยู่ใกล้กับระยะที่สาม
ร่างสีดำกระเด็นออกไป แต่ก็น่าแปลกใจที่มันดูจะไม่เป็นอะไร มันกระโจนเข้าใส่จ้าวฝูอีกครั้ง สร้างความประหลาดใจให้กับเขา ร่างสีดำร่างนี้รวดเร็วมาก และมันก็มาถึงตัวของจ้าวฝูในพริบตา
คราวนี้จ้าวฝูกำหมัดแน่นขึ้น ส่งผลให้กระดูกของเขาส่งเสียงดังลั่นในขณะที่เขาปล่อยหมัดออกไปด้วยพลังที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และกระแทกร่างๆนั้นออกไปไกลกว่า 10 เมตร
หลังจากนั้นจ้าวฝูก็ได้เห็นร่างนั้นอย่างชัดเจน มันเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 7 - 8 ปีที่มีผมยาวและสวมหนังสัตว์เอาไว้ รูปร่างหน้าตาของเขาค่อนข้างน่ากลัว ม่านตาของเขามีสีดำสนิท และฟันของเขาก็แหลมคมมากร่างของเขาได้ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ด และเขาได้คลานอยู่บนพื้นเหมือนกับสัตว์ป่าในขณะที่มองมายังจ้าวฝู
แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยังเป็นเด็ก แต่เขาได้โจมตีจ้าวฝูก่อนและได้แผ่จิตสังหารออกมา อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็เข้าใจถึงสายตาของเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ เด็กคนนี้กำลังมองว่าเขาเป็นอาหาร!