เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 177 ช่วงเวลาอันมืดมิด

บทที่ 177 ช่วงเวลาอันมืดมิด

บทที่ 177 ช่วงเวลาอันมืดมิด 


บทที่ 177 ช่วงเวลาอันมืดมิด

ภารกิจของจ้าวฝูคือการขุดหลุมทั้งกลางวันและกลางคืน และเขากับก็อบลินได้ขุดหลุมมากขึ้นเรื่อยๆ

................................................

ย้อนกลับมาที่นครศิลาสวรรค์ ซื่อเจี้ยนที่ไม่รู้สึกตัว ในที่สุดก็ตื่นขึ้นมา เขาได้รับบาดเจ็บหนักยิ่งกว่าจ้าวฝู ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาเพิ่งตื่นขึ้นมาในตอนนี้

เมื่อนอนอยู่บนเตียง ซื่อเจี้ยนดูราวกับเขาแก่ขึ้นมาสิบปีในทันใด และมีร่องรอยผมสีขาวประปรายอยู่บนศีรษะของเขา

หลิวเชิงและเยว่หลินผิงได้รออยู่ข้างกายของเขานานแล้ว เยว่หลินผิงได้ฟื้นตัวกลับมาแล้ว และในขณะเดียวกันมือของหลิวเชิงที่ถูกตัดออกโดยจ้าวฝูก็ได้ฟื้นกลับคืนขึ้นมาบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตามการบ่มเพาะของเขาได้ลดลงไปมาก

เมื่อพวกเขาเห็นซื่อเจี้ยนค่อยๆลืมตาขึ้นมา พวกเขาก็เรียกออกมาเบาๆ "ท่านลอร์ด!"

ซื่อเจี้ยนพยักหน้าอย่างอ่อนแรงและวางมือไว้ข้างๆเตียงเพื่อพยายามจะลุกขึ้น หลิวเชิงและเยว่หลินผิงรีบไปช่วยพยุงเขา และพวกเขาได้ประคองให้ซื่อเจี้ยนนั่งพิงหมอน

หลิวเชิงและเยว่หลินผิงเริ่มรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายๆวันที่ผ่านมา ทั้งเรื่องเกี่ยวกับตระกูลเฉียน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ในนครศิลาสวรรค์ และเรื่องเกี่ยวกับลอร์ดน้อยซื่อเหวิน

เมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้ ซื่อเจี้ยนก็ถอนหายใจออกมา "เรียกเหวินเอ๋อเข้ามา ข้าอยากจะคุยกับเขา"

เมื่อซื่อเหวินที่ถูกกักบริเวณไว้หลายวันได้ยินว่าพ่อของเขาเรียกตัวเขา เขาก็มีความสุขมากและรีบวิ่งไปที่ห้องของซื่อเจี้ยน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เห็นสภาพของพ่อตน เขาก็รู้สึกสะเทือนใจมาก เมื่อรวมกับความคับข้องใจที่เขาได้รับมาในช่วงหลายวันนี้ เขาก็วิ่งไปหาซื่อเจี้ยนและร้องไห้ออกมา

หลังจากนั้นสักพัก ซื่อเจี้ยนก็มองไปที่ซื่อเหวินที่กำลังร้องไห้อยู่ด้วยใบหน้าอันเมตตาและตบไหล่ของเขาพร้อมกับพูดออกมาอย่างอ่อนแรง "หลายวันมานี้คงเป็นวันที่ยากลำบากสำหรับเจ้าใช่ไหม?"

ซื่อเหวินเงยหน้ามองพ่อของเขาและเช็ดน้ำตาด้วยมือของเขาพร้อมกับพูดด้วยความรู้สึกผิด "ท่านพ่อ ข้าขอโทษ มันเป็นความผิดของข้าทั้งหมดที่ทำให้ท่านบาดเจ็บหนักขนาดนี้"

หลังจากหลายวันที่ผ่านมา ซื่อเหวินก็ได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เขาเคยคิดว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆจะส่งผลเลวร้ายแบบนี้

เมื่อเขาเห็นว่าลูกชายของตนรู้สึกเสียใจต่อการกระทำของตัวเอง ซื่อเจี้ยนก็รู้สึกมีความสุขในหัวใจเล็กน้อย เขารู้สึกสบายใจขึ้นมา และเขาได้รู้สึกว่าอาการบาดเจ็บเหล่านี้คุ้มค่าแล้ว ซื่อเจี้ยนกล่าวว่า "ในตอนนี้เจ้าคงรู้แล้วว่าโลกใบนี้โหดร้ายและน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน ถึงแม้ว่าข้าจะถูกเลือกโดยจักรพรรดิให้เป็นลอร์ด แต่ข้าก็ไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน

"ตอนนี้มีเหล่าชาวต่างโลกที่ทรงพลังได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว พวกเรามั่นใจได้เลยว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต เจ้าไม่สามารถจินตนาการได้ว่าในอนาคตมันจะโหดร้ายแค่ไหน มันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความมืดมิดและการเข่นฆ่าอันไร้ที่สิ้นสุด

"ข้าทำได้เพียงแค่ปกป้องเจ้าได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถปกป้องเจ้าไปได้ตลอดชีวิต หากเจ้ายังใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้ต่อไป มันเป็นไปได้ว่าเจ้าจะถูกสังหารโดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นในอนาคต

"ในช่วงเวลาที่มืดมิดเหล่านี้ ถ้าเจ้ามีชีวิตรอดด้วยโชค เจ้าก็อาจจะกลายเป็นคนที่อยู่ต่ำกว่าผู้อื่นและอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าสุนัขหรือสุกร เป็นไปได้ว่าการตายจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เจ้าสามารถปรารถนาได้"

"ท่านพ่อ อนาคตจะน่ากลัวแบบนั้นจริงๆหรือ?" เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันจริงจังของพ่อ ซื่อเหวินก็ถามด้วยความไม่เชื่อเล็กน้อย

ซื่อเจี้ยนพยักหน้าในขณะที่เขายิ้มอย่างข่มขื่นและกล่าวว่า "ทุกๆสิ่งที่เจ้าเห็นนั้นเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เจ้าจะเข้าใจเมื่อถึงเวลา อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลามาถึง โลกใบนี้ก็จะกลายเป็นขุมนรกแล้ว!"

ซื่อเหวินพยักหน้าอย่างจริงจัง

เมื่อเห็นเช่นนี้ รอยยิ้มเล็กๆได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซื่อเจี้ยนและเขารู้สึกสบายใจขึ้นมาและกล่าวว่า "ข้าจะปล่อยเรื่องของตระกูลเฉียนให้เจ้าจัดการละกัน!"

ในตอนนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในหัวใจของซื่อเหวินแล้ว ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าเขาสามารถทำทุกๆสิ่งได้ตามต้องการโดยไม่ต้องเกรงกลัวอะไรเพราะตำแหน่งของพ่อ แต่ในตอนนี้เมื่อสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนความคิดของตัวเอง

ในโลกที่อำนาจอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง เขาไม่ต้องการเป็นคนที่อยู่ต่ำกว่าผู้อื่น ในตอนนี้ที่ซื่อเจี้ยนได้รับบาดเจ็บหนัก สิ่งนี้ได้ทำให้ซื่อเหวินต้องตื่นตัวขึ้นมา

เมื่อเขาคิดถึงตระกูลเฉียน ความมุ่งมั่นก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา และเขาได้เงยหน้าขึ้นมองซื่อเจี้ยนพร้อมกับกล่าวว่า "ท่านพ่อ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้เลย ข้าสัญญาว่าจะทำให้ท่านพึงพอใจ"

หลังจากพูดเช่นนี้แล้ว ซื่อเหวินก็จากไปและหยิบดาบของเขาออกมา เขาเดินไปยังห้องๆหนึ่งที่มีสาวงามอยู่ภายในหลายคน - หญิงสาวเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงที่ตระกูลเฉียนมอบให้กับเขา

แม้ว่าผู้เล่นจะสามารถออกไปจากโลกจุติสวรรค์ได้ตามปกติเมื่อพวกเขาต้องการ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถออกไปได้เมื่ออยู่ในการต่อสู้หรือถูกคุมขัง ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาตายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาตายแล้ว พวกเขาจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป ดังนั้นคนของตระกูลเฉียนจึงไม่เต็มใจที่จะฆ่าตัวตาย ดังนั้น พวกเธอจึงรออยู่ในที่คุมขังอยู่ตลอดเวลา และหวังว่าซื่อเหวินจะช่วยพวกเธอไว้

อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ประเมิณความโหดเหี้ยมของซื่อเหวินต่ำเกินไป หลังจากเข้ามาในห้อง สาวๆก็ลูบผมของพวกเธอและต้องการที่จะยั่วยวนซื่อเหวินอย่างที่พวกเธอเคยทำมาเพื่อขอให้เขาปล่อยตระกูลเฉียนไป

ฉึก!

ซื่อเหวินเริ่มเบื่อพวกเธอมานานแล้ว และเขาได้ใช้ดาบของตัวเองแทงทะลุหัวใจของพวกเธอคนหนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนี้ สาวๆคนที่เหลือก็กรีดร้องออกมาและคุกเข่าอ้อนวอนในทันที อย่างไรก็ตาม ซื่อเหวินก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ และเขาได้สังหารคนที่เหลือด้วยดาบของเขา ต่อจากนั้น ซื่อเหวินก็ได้พากลุ่มผู้คุ้มกันนครไปยังที่พำนักของตระกูลเฉียนด้วยตัวเอง

เมื่อผู้นำตระกูลเฉียนเห็นซื่อเหวิน เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคนอื่นนำผู้คุ้มกันนครมา ตระกูลเฉียนคงจะมีปัญหา แต่กับซื่อเหวิน สถานการณ์นั้นต่างออกไป ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็คิดว่าซื่อเหวินนั้นสามารถจัดการได้ง่ายๆ เขาจะนำสาวงามหลายๆคนออกมามอบให้กับเขา แค่นั้นตระกูลเฉียนก็ปลอดภัยแล้ว

"ท่านลอร์ดน้อยซื่อ โปรดช่วยตระกูลเฉียนด้วย พวกเราถูกใส่ร้ายและไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเลย!"

ผู้นำตระกูลเฉียนผลักความรับผิดชอบทั้งหมดออกไปและทำตัวใสซื่อและน่าสงสารในขณะที่เขาเดินเข้ามาและพูดกับซื่อเหวิน

คนอื่นๆจากตระกูลเฉียนต่างพากันร้องไห้กับซื่อเหวินและบอกเขาว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องและพวกเขาถูกใส่ร้าย จากนั้นก็พยายามที่จะทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคนดี

เมื่อเผชิญหน้ากับคนของตระกูลเฉียน ซื่อเหวินได้หัวเราะออกมาอย่างโหดเหี้ยม ส่งผลให้ผู้นำของตระกูลเฉียนจ้องมองด้วยความประหลาดใจ ในวินาทีต่อมา แสงแห่งดาบก็เปล่งประกาย และหัวของผู้นำตระกูลเฉียนได้กลิ้งหลุดจากคอ

"สังหารพวกมันให้หมด อย่าปล่อยไปแม้แต่คนเดียว!" ซื่อเหวินสั่งให้ผู้คุ้มกันนครเริ่มสังหารหมู่ตระกูลเฉียน

ในเวลาเดียวกัน ซื่อเหวินก็มองไปที่ภรรยาผู้งดงามและสูงส่งของผู้นำตระกูลเฉียน และรอยยิ้มลามกได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาลากเธอเข้าไปในห้อง และเสียงร้องอันน่าสงสารได้ดังออกมา หลังจากนั้นไม่นาน ซื่อเหวินก็เดินออกมาพร้อมด้วยใบหน้ากระเซอะกระเซิง รอยยิ้มอันพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในขณะที่เขาเดินออกมา และทิ้งซากศพที่เปลือยเปล่าไว้ในห้อง

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตระกูลเฉียนซึ่งเคยครองนครศิลาสวรรค์ก็ถูกขุดรากถอนโคนออกมา ข่าวนี้ทำให้หลายๆคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและรู้สึกมีความสุขมาก ในที่สุดหนามร้ายก็ถูกถอนออกไปแล้ว

หลังากซื่อเหวินจากไป ซื่อเจี้ยนก็เผยสีหน้าอันจริงจังและกล่าวว่า "ในตอนนี้ที่นครศิลาสวรรค์ได้สร้างศัตรูกับคนผู้นั้นแล้ว เขาคงจะกลับมาในไม่ช้าก็เร็ว เมื่อนครศิลาสวรรค์ต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติเช่นนี้ พวกเราคงต้องทำอะไรสักอย่าง!"


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 177 ช่วงเวลาอันมืดมิด

คัดลอกลิงก์แล้ว