เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 172 ของฉัน

บทที่ 172 ของฉัน

บทที่ 172 ของฉัน


บทที่ 172 ของฉัน

เมื่อจ้าวฝูเห็นใบหน้าอันจริงจังของอู๋ชิงเหนียง เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาและพยักหน้า เพื่อแสดงความเห็นว่าเขาเข้าใจถึงความน่าสะพรึงกลัวของผู้สืบทอดมรดกต้าฉินแล้ว

เมื่อเห็นจ้าวฝูทำแบบนี้ อู๋ชิงเหนียงก็โกรธขึ้นมาและตีแขนของจ้าวฝูในขณะที่เธอกล่าวว่า "ฉันจริงจังแล้วนะ ฉันหวังว่านายจะไม่บอบช้ำหลังจากที่ได้พบกับเขา ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินตัวจริงน่ากลัวมากจริงๆ ฉันได้ประสบกับความน่าสะพรึงกลัวของเขามาด้วยตัวเองแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันจึงเตือนนายแบบนี้ ทำไมนายถึงไม่กังวลอะไรเลย?"

จ้าวฝูหยุดยิ้มและพยักหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้คราวนี้เขามีสีหน้าที่จริงจัง การขอให้เขากลัวตัวเองเป็นสิ่งที่น่าขบขันมากจริงๆ

เมื่อเห็นเช่นนี้ อู๋ชิงเหนียงก็แค่นเสียงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าพวกเขาเกือบจะมาถึงที่พักของจ้าวฝูแล้ว เธอจึงกลัวว่า "จ้าวฝู นายแน่ใจนะว่านายไม่ต้องการความช่วยเหลือของฉัน? มันเป็นการยากนะที่จะสร้างฝ่ายขนาดใหญ่ขึ้นมาด้วยความแข็งแกร่งของตัวนายเอง"

"อืม" จ้าวฝูตอบ "ฉันจะจัดการทุกๆสิ่งด้วยตัวเอง แต่... ขอบคุณนะชิงเหนียง!"

อู๋ชิงเหนียงรู้สึกประหลาดใจมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินจ้าวฝูเรียกชื่อของเธอ อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังมองจ้าวฝูอย่างจริงจังในขณะที่เธอกล่าวว่า "จ้าวฝู ถ้านายต้องการอะไร บอกให้ฉันรู้ได้นะ ฉันจะช่วยนายอย่างสุดความสามารถ จากครั้งแรกที่ฉันได้พบกับนาย ฉันรู้ว่านายจะไม่ใช่คนธรรมดาในอนาคต เนื่องจากฉันมองนายด้วยความชื่นชอบเป็นอย่างมาก และฉันได้เริ่มเห็นนายเป็นของฉันในหัวใจของฉันแล้ว ไม่ว่านายจะเต็มใจหรือไม่ ฉันจะทำให้นายยอมจำนนต่อฉันอย่างสุดหัวใจในวันหนึ่งให้ได้ ในช่วงเวลาที่วุ่นวายและมืดมิดข้างหน้า ฉันต้องการความช่วยเหลือของนายเหมือนกัน"

จ้าวฝูดูประหลาดใจหลังจากได้ฟังคำพูดของอู๋ชิงเหนียง - เขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าทำไมอู๋ชิงเหนียงจึงมองเขาแบบนี้ ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาเป็นคนที่ไม่สลักสำคัญ เป็นตัวตนเล็กๆ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเธอคิดประเมินเขาไว้สูงมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จ้าวฝูจะทันได้พูดอะไร อู๋ชิงเหนียงก็พูดต่อ "ฉันรู้ว่านายต้องการจะพูดอะไร แต่ในโลกใบนี้ คนที่รู้จักวิธีในการตัดสินผู้ชายดีที่สุดคือตระกูลอู๋ ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเราส่วนมากก็มีร่างกายมังกรฟีนิกซ์ นายเป็นคนที่ฉันเลือก ดังนั้นฉันจึงเชื่อว่านายจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวันใดวันหนึ่ง ฉันแน่ใจว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง"

จ้าวฝูฟังคำพูดของอู๋ชิงเหนียงและพูดอะไรไม่ออกต่อความเอาแต่ใจของเธอ แม้ว่าเขาจะอ่อนแอในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะยอมจำนนต่อเธอ ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็คือผู้ปกครองแห่งต้าฉิน แม้กระนั้น เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่ไม่ดีใดๆต่อเธอ เนื่องจากเธอได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเขา ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแบบนี้ แต่ในความรู้สึก เธอได้ทำแบบนี้เพื่อช่วยเหลือตัวเอง จ้าวฝูจึงไม่อาจคิดอะไรแย่ๆต่อเธอได้

ตอนนี้ที่อู๋ชิงเหนียงได้บอกความตั้งใจของเธออย่างชัดเจนแล้ว เธอจึงยิ้มออกมาในขณะที่เธอกล่าวว่า "จ้าวฝู ฉันจะให้เวลานายได้พัฒนาหน่อย แต่หลังจากช่วงเวลานั้นแล้ว ฉันจะเริ่มก้าวเข้ามา"

จ้าวฝูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนหายและยอมแพ้ไปชั่วคราว "เอาเถอะ!"

"อย่าต่อต้านมากขนาดนั้นเลย - นายรู้ไหมว่ามีผู้ชายมากแค่ที่ต้องการสิ่งนี้แต่ก็ไม่มีโอกาส?" อู๋ชิงเหนียงยิ้มเล็กน้อยในขณะที่เธอกอดแขนของจ้าวฝูอย่างนุ่มนวล

อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา อู๋ชิงเหนียงได้โน้มตัวเข้ามาและสูดกลิ่นจ้าวฝูอย่างฉับพลัน จากนั้นก็ถามด้วยความสงสัย "จ้าวฝู ฉันมีเป้าหมายที่จะถามนายอยู่เสมอ - นายทำอะไรอยู่ตลอดเวลาในโลกจุติสวรรค์? ฉันรู้เหมือนว่าร่างกายของฉันที่ถูกดึงดูดโดยตัวนายเริ่มเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ"

คำถามนี้สร้างความตกใจให้กับจ้าวฝูเพราะเหอเซียนหลูได้เตือนเขาว่าเขาไม่สามารถซ่อนโชคชะตาของตนในโลกแห่งความเป็นจริงได้ จ้าวฝูยังสงสัยว่าร่างกายของอู๋ชิงเหนียงนั้นเกี่ยวพันกับโชคชะตา และเขาได้ตัดสินใจว่าหลังจากกลับไปที่โลกจุติสวรรค์ เขาจะถามเหอเซียนหลูเกี่ยวกับเรื่องของร่างกายมังกรฟินิกซ์

จ้าวฝูทำได้เพียงแค่ถอนตัวไปจากอู๋ชิงเหนียงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหาข้ออ้างเพื่อกลับไปที่ห้องของเขา

ณ ที่แห่งอื่น ซูหยูหยวนได้พูดคุยกับอิ๋งอู๋และได้เข้าไปในรถหรู

ในเวลานั้น เธอก็ได้รับโทรศัพท์ หลังจากหยิบมันขึ้นมา เธอก็ได้พูดอย่างจังจังว่า "พี่สาว ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินเป็นตัวปลอมจริงๆ เขาเป็นแค่โล่ที่ถูกผลักดันออกมาโดยตระกูลอิ๋ง อย่างไรก็ตาม เขาดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจที่จะยอมจำนนต่อตระกูลอิ๋งอย่างเต็มที่ ดัังนั้นเขาอาจจะมีค่าอยู่บ้าง"

เสียงที่เป็นผู้ใหญ่ดังออกมาจากปลายสาย "ฉันเข้าใจแล้ว เอาล่ะ ฉันจะปล่อยให้เธอจัดการฟอรัมโลกจุติสวรรค์ของสามหัวเมือง มีตระกูลลับหลายตระกูลที่ดูเหมือนจะกำลังออกมาจากที่ซ่อน ดังนั้นให้ความสนใจกับเรื่องนี้ด้วย"

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะพี่สาว" ซูหยูหยวนพูดด้วยความพึงพอใจหลังจากได้ฟังคำพูดจากปลายสาย

..................

หลังจากที่จ้าวฝูกลับมาที่ห้องของเขา เขาก็ไม่เสียเวลาในโลกแห่งความเป็นจริงอีก และได้เข้าสู่โลกจุติสวรรค์อีกครั้ง

หลังจากเข้ามาสู่โลกจุติสวรรค์แล้ว จ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่าเพราะหนึ่งวันในโลกแห่งความเป็นจริงเท่ากับสามวันในโลกจุติสวรรค์ ภูติดอกไม้ทั้งสามจึงได้รอเขาอยู่นาน ดังนั้นเขาจึงยิ้มขอโทษและกล่าวว่า "ขอโทษนะที่ทำให้พวกเธอทั้งสามรอนาน"

“ฮึ่ม!”  โรสโรสกอดอกและแค่นเสียงเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง "จ้าว เจ้าบอกว่าเจ้าจะกลับมาเร็วๆ แต่เจ้าทำให้พวกเราตต้องรอนานมาก ข้าคิดว่าเจ้าลืมพวกเราไปแล้ว!"

"โรสโรส จ้าวน่าจะมีเรื่องที่ทำให้เขาไม่สามารถหนีออกมาได้" ลิลลี่ลิลลี่พูดอย่างสุภาพก่อนที่จ้าวฝูจะทันได้ตอบ เธอเข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีกว่าคนอื่นๆ

“อืมมม!” พีชที่หน้าแดงเองก็พยักหน้าออกมาด้วย

นิสัยของโรสโรสค่อนข้างง่ายๆ และเมื่อเธอได้ยินเพื่อนๆพูดเช่นนี้ เธอจึงไม่โกรธอีก กลับกัน เธอได้ยิ้มออกมาและกล่าวว่า "ก็ได้ จ้าว ข้าไม่โกรธเจ้าแล้ว"

เมื่อเห็นถึงความบริสุทธิ์และความเรียบง่ายของเธอ จ้าวฝูก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ และเขาได้เอาผลไม้จิตวิญญาณออกมาสามลูกเพื่อเป็นสิ่งชดเชย ต่อจากนั้น เขาได้เดินหน้าสังหารพวกก็อบลินต่อ

เขายังคงใช้วิธีการเดิม ใช้เสียงของเขาหรือก้อนกรวดเพื่อดึงดูดกลุ่มของก็อบลินเข้ามา ด้วยประสบการณ์ของเขาจากครั้งก่อน จ้าวฝูได้เลือกสถานที่ที่มีโครงสร้างอยู่มากมายและวิ่งไปรอบๆโครงสร้าง จากนั้นก็จัดการแต่ละกลุ่มที่เข้ามาอย่างช้าๆ

เขาจัดการกลับกลุ่มที่สอง กลุ่มที่สาม และกลุ่มที่สี่

จ้าวฝูคิดว่าการฆ่าก็อบลินทั้งหมดที่อยู่ที่นี่จะเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มจัดการกับกลุ่มที่ห้า

เขาปรากฎตัวออกมาจากด้านข้างอย่างฉับพลัน และสังหารก็อบลินทั้งสามตัวในทันที อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นหนึ่งในก็อบลินได้หยิบเอาแตรสีดำออกมาและเริ่มเป่ามัน

เสียงแตรดูจะพิเศษและเสียงที่ออกมาจากมันก็ไม่ได้ดังมาก อย่างไรก็ตาม ก็อบลินทุกตัวก็สามารถได้ยินมัน และพวกมันถูกดึงดูดโดยมันทุกตัว

ทันทีที่แตรเป่าออกมา ก็อบลินจำนวนนับไม่ถ้วนได้พุ่งออกมาตามทางในทันที ก่อให้เกิดเสียงดังกึกก้อง เส้นผมของจ้าวฝูตั้งชัน และเขาก็วิ่งออกไปโดยไม่ลังเล

สถานการณ์พลิกกลับในทันที และพวกก็อบบลินได้วิ่งไล่จ้าวฝูอย่างบ้าคลั่ง ในท้ายที่สุด จ้าวฝูก็ทำได้เพียงแค่พึ่งพาความคล่องตัวและทักษะของเขาเพื่อหลบหนีจากซากอารยะธรรมโรแลนไปอย่างน่าสงสาร

ประมาณครึ่งวันหลังจากนั้น จ้าวฝูจึงกล้าที่จะเสี่ยงเข้าไปในซากอารยะธรรมอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในตอนนี้พวกก็อบลินได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 20 ตัว และพวกมันดูตื่นตัวขึ้นมา มันยากมากยิ่งขึ้นในตอนนี้ที่จะลอบสังหารพวกมัน

จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัดสินใจที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ของเขาเป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 172 ของฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว