- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 170 ครองโลก
บทที่ 170 ครองโลก
บทที่ 170 ครองโลก
บทที่ 170 ครองโลก
หลังจากนั้น ผู้คุ้มกันก็กลับมาพร้อมเนื้อวัวพร้อมกับพริกผัดและข้าวชามใหญ่ จ้าวฟูจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และเตรียมตัวที่จะกลับเข้าไปใน โลกจุติสวรรค์
ในตอนนี้ อู๋ชิงเหนียงเดินมาพร้อมกับผู้คุ้มกันหญิงอีกประมาณ2-3 คน เมื่อเธอเจอจ้าวฟูพึ่งกินอาหารเสร็จเธอก็ยิ้มออกมาและพูดว่า “จ้าวฟู มานี้สิให้ฉันจะเปิดหูเปิดตาของนาย”
จ้าวฟูรู้สึกตกใจ “เปิดหูเปิดตารึ”
เมื่อเขาลืมตาเขาก็ตกใจที่อู๋ชิงเหนียงใส่ชุดทางการ แต่งหน้าบางๆและหมัดผมของเธอ จ้าวฟูก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมเธอถึงใส่ชุดแบบนี้ เขาจำได้ว่างานเลี้ยงมีในวันนี้
จ้าวฟูส่ายหัวของเขาและตอบว่า “มันจะดีกว่านี้ถ้าคนอย่างฉันไม่ไปในงานเลี้ยงคร้งนี้”
อู๋ชิงเหนียงหัวเราะเบาๆและพูด “นายกังวลเรื่องนี้หรอ นายไม่ใช่คนประเภทนั้นนิ่ วันนี้วันเป็นเฉลิม ผู้ที่รับมรดกของต้าฉินและตั้งแต่นายก็เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลอิ๋ง อย่าบอกนะว่านายไม่อยากเจอเขา เขาเป็นผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปนะและยังเป็นคนที่ถือพลังที่ยิ่งใหญ่”
จ้าวฟูหัวเราะออกมาเบาๆและพูดว่า “เจ้าคิดจริงๆรึว่าเขาคือผู้ที่รับมรดกของต้าฉินตัวจริง”
อู๋ชิงเหนียงค่อนค้างที่จะตกใจและเดินเข้าไปหาจ้าวฟู และจ้องตาเขาจากนั้นก็พูดว่า “นายรู้อะไรงั้นรึ”
อู๋ชิงเหนียงอยู่ใกล้จ้าวฟูมาก เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย เมื่อเห็นหน้าอู๋ชิงเหนียงที่ใกล้กันมาก จ้าวฟูหันหน้าหนีและตอบไปว่า “งานครั้งนี้มันโจ่งแจ้งมากเกินไปและมันยังแตกต่างกับต้าฉินเมื่อก่อนที่จะเก็บตัวเงียบ ตระกูลอิ๋งน่าจะจัดขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจ”
“ดูเหมือนว่าฉันจะมองนายไม่ผิดนะ” อู๋ชิงเหนียง ยิ้มและดึงแขนของจ้าวฟูพาไปที่เก้าอี้และพูดว่า “ไปกันเถอะ ฉันขาดคนไปด้วยพอดีเลย”
จ้าวฟูพูดไม่ออก เขาไม่ต้องการที่จะไปอย่างไรก็ตามงานเลี้ยงก็แค่เรื่องไร้สาระแต่สุดท้ายเขาก็ถูกอู๋ชิงเหนียงลากไปอยู่ดี
พอมาถึงงานเลี้ยง จ้าวฟูก็พบว่ามีแต่ผู้คนที่ใส่ชุดที่สวยหรูกันทั้งนั้น อู๋งชิงเหนียงใส่ชุดสีแดงทำให้เธอนั้นดูงดงามเป็นอย่างมาก อู๋ชิงเหนียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและเดินควงแขนจ้าวฟูเดินเข้าไปในงาน
แขกที่เข้ามาร่วมงานต่างมองไปที่พวกเขา แต่ถึงแม้จะดูดีแค่ไหน ความธรรมดาของจ้าวฟูทำให้ อู๋ชิงเหนียงดูไม่ค่อยน่าประทับใจนัก
จ้าวฟูไม่มีทางเลือกจึงต้องเก็บตัวเงียบไม่ให้โดดเด่นมากเกินไป เขาจึงทำให้ตัวเองดูธรรมดามากที่สุด เพราะอู๋ชิงเหนียงโดดเด่นมากเกินไป นี่จึงเป็นสิ่งเดี่ยวที่เขาทำได้
ภาพของทั้งคู่ชั่งเหมือนกับ ดอกฟ้ากับหมาวัด ผู้ชายในงานหลายๆคนเริ่มมองไปที่อู๋ชิงเหนียงอย่างหื่นกระหาย มีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักอู๋ชิงเหนียงก็รู้สึกแปลกใจที่จ้าวฟูอยู่กับเธอ พวกเขาเข้าไปทักทายเธอด้วยใบหน้าแปลกๆและมองไปที่จ้าวฟูขณะที่ถามออกมาอย่างเป็นมิตรว่า “กระผมขอถามได้ไหมว่าท่านผู้นี้คือใคร”
เพราะว่าพวกเขาไม่รู้จักจ้าวฟูแต่เห็นจ้าวฟูเดินมากับอู๋ชิงเหนียง พวกเขาจึงคิดว่าจ้าวฟูเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ก็เป็นได้
ก่อนที่อู๋ชิงเหนียงจะตอบกลับไป พวกตระกูลอิงเริ่มที่จะซุบซิบไปยังคนที่ถาม หลังจากที่พวกเขาได้รู้ว่าจ้าวฟูเป็นเพียงคนธรรมดาที่อยู่ในตระกูลอิง ความคิดของพวกเขาที่มีต่อจ้าวฟูก็เปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตามถึงพวกเขาจะไม่ไว้หน้าจ้าวฟูแต่พวกเขาก็จะต้องไว้หน้าอู๋ชิงเหนียงอยู่ดีถึงจะไม่ได้ล้อจ้าวฟูก็ตามแต่ก็ปิดสายตาที่ดูแคลนของพวกเขาไม่ได้
หลังจากที่เห็นภาพพวกนี้ อู๋ชิงเหนียงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆก็ให้หน้าพวกเขาไว้มากเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ขอพูดมากก็แล้วกัน หลังจากนั้นไม่นาน ผู้คนก็หาข้ออ้างออกจากจ้าวฟูและอู๋ชิงเหนียง
ในขณะนั้นเองอู๋ชิงเหนียงก็ถามจ้าวฟูที่ยังคงไม่สนโลก และถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “จ้าวฟู นายไม่โกรธหรอ”
จ้าวฟูยิ้มและตอบกลับไปว่า “ทำไมฉันต้องโกรธด้วยล่ะ เพราะพวกเขาดูแคลนฉันงั้นหรอ ด้วยฐานะของฉัน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด”
อู๋ชิงเหนียงก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไงจึงทำได้เพียงยิ้มจางๆและพูดว่า “งั้นทำไมนายไม่เปลี่ยนฐานะของนายล่ะ ถึงแม้ตระกูลอิ๋งจะไม่สนับสนุนนาย แต่ฉันสามารถช่วยนายได้ บางทีซักวันหนึ่งนายอาจจะเป็นใหญ่ก็เป็นได้”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของเธอแต่ฉันสามารถทำมันด้วยตัวเองได้” จ้าวฟูตอบอย่างใจเย็นและปลดปล่อยออร่าที่สุดจะพรรณนาออกมา ขึ้นเป็นใหญ่? แค่นั้นมันน้อยเกินไป ข้าต้องการครองโลกนี้ต่างหากเล่า
ออร่าที่จ้าวฟูปล่อยออกมานั้นทำให้หัวใจของอู๋ชิงเหนียงสั่นไหว
อย่างไรก็ตาม อู๋ชิงเหนียงถามจ้าวฟูอย่างจริงจังว่า “จ้าวฟูมีอะไรที่นายปิดบังฉันไว้รึเปล่า”
จ้าวฟูค่อนข้างที่จะตกใจแต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนอะไรมากเขาจึงตอบอย่างมีเลศนัยว่า “ถึงฉันมี มันก็เป็นเรื่องที่เล็กมากสำหรับเธอ”
“จริงรึ” อู๋ชิงเหนียงมองจับผิดจ้าวฟู “ดูถ้าจะเชื่อเขามากไม่ได้แหะ” อู๋ชิงเหนียงคิดในใจ
จ้าวฟูพยักหน้า อู๋ชิงเหนียงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงคนแตกตื่นก็ดังขึ้นมาจากทางเข้า
จ้าวฟูก็มองตามไปด้วยเช่นกันและก็เจอผู้หญิงที่งดงามเดินเข้ามา เธอมีเรือนร่างที่งดงามและสวมชุดสีขาว ผิวของเธอขาวราวหิมะและดูอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีใบหน้าที่งดงาม ผมของเธอสีดำยาวไปจนถึงไหล่ผู้คนที่ได้พบเห็นเป็นต้องหลงไหล
การปรากฏตัวของเธอเป็นดั่งแสงสว่างที่ชวนให้ทุกคนหลงใหล
เมื่อจ้าวฟูฟังเสียงรอบข้างเขาก็รู้ว่าเธอคือซุปเปอร์สตาร์ ซูหยูหยวน จ้าวฟูไม่ได้สนใจอะไรมากจึงละสายตาไป
“ไม่เลวหนิ มองซุปเปอร์สตาร์แค่สามวินาที”เสียงของอู๋ชิงเหนียงดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา
จ้าวฟูหันสายตาไปหาอู๋ชิงเหนียงแล้วตอบว่า “ฉันไม่ใช่คนที่มองคนแค่หน้าตา ทุกๆคนก็มีความคิดเป็นของตัวเองเพราะฉะนั้นอย่าเหมารวมฉันด้วยสิ และอีกอย่างหน้าตาของเธอยังสวยกว่าตั้งเยอะ”
อู๋ชิงเหนียงยิ้มและมองไปที่จ้าวฟูจากนั้นก็พูดออกมาว่า “ฉันเริ่มที่จะชอบนายมากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ”
จ้าวฟูรู้สึกเขินอายและไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี
ในตอนนี้ ผู้คนเริ่มที่จะเสียงดังอีกครั้ง พวกผู้ชายที่มีคนแก่ๆรอบๆข้างเริ่มที่จะเดินเข้าไปในห้องโถง ‘ตัวละครหลัก’ ของงานเริ่มที่จะมากันแล้ว