- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 155 อาณัติแห่งสวรรค์
บทที่ 155 อาณัติแห่งสวรรค์
บทที่ 155 อาณัติแห่งสวรรค์
บทที่ 155 อาณัติแห่งสวรรค์
เมื่อจ้าวฝูรู้สึกถึงกลิ่นอายอันทรงพลัง เขาก็หยุดการเคลื่อนไหวและหันไปมองร่างที่อยู่กลางอากาศ ด้วยพลังอันรุนแรงเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมต้องเป็นลอร์ดแห่งนครศิลาสวรรค์!
ซื่อเจี้ยน ลอร์ดแห่งนครศิลาสวรรค์ได้ยืนอยู่กลางอากาศและมองไปที่ผู้คุ้มกันนครที่บาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนรวมทั้งแม่ทัพใหญ่ทั้งสามคนของเขา คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส คนหนึ่งพิการ และอีกคนตายแล้ว ใบหน้าอันสง่างามและเกรียงไกรของเขาเต็มไปด้วยความโกรธอย่างรุนแรงในขณะที่เขามองไปที่จ้าวฝูและกล่าวว่า "เจ้าสมควรตาย!"
จ้าวฝูเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง คนพวกนี้เป็นคนที่ฆ่าคนของเขาทุกคนอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว และในตอนนี้คนพวกนี้กลับมาตำหนิเขาว่าเขาฆ่าคนของพวกมัน? ในโลกนี้ที่คนอ่อนแอเป็นเหยื่อของคนแข็งแกร่ง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพูดกันด้วยเหตุผล
จ้าวฝูมองไปที่ซื่อเจี้ยนด้วยดวงตาสีแดงโลหิตและพูดด้วยเสียงอันแหลมคมและแหบแห้งว่า "ข้า... สมควร... ตาย? งั้นก็เข้ามาฆ่าข้าสิ! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
หลังจากพูดจบ จ้าวฝูก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งในขณะที่ร่างกายของเขาระเบิดออกมาด้วยพลังงานที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เส้นสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวนับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้นรอบๆร่างกายของจ้าวฝู และพื้นดินในรัศมี 10 เมตรรอบตัวเขาก็ไม่สามารถทานต่อพลังงานอันมหาศาลเช่นนี้ได้และเริ่มยุบตัวลง
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฝู ซื่อเจี้ยนก็รู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น ร่างกายของเขาลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีครามอันร้ายกายที่ครอบคลุมรัศมี 10 เมตรรอบๆตัวของเขา ทำให้เขาดูราวกับดวงอาทิตย์สีคราม แรงกดดันวิญญาณที่เขาแผ่ออกมาดูราวกับจะมีตัวตน และมันได้ครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10,000 โดยรอบเอาไว้ ภายในเปลวเพลิง เสื้อผ้าของซื่อเจี้ยนโบกสะบัดแม้จะไม่มีลม ทำให้เขาดูน่ากลัวและดุร้ายมาก
ปัง!
ซื่อเจี้ยนชักกระบี่ยาวออกมาจากเอวของเขา และเท้าของเขายันอากาศ และพุ่งตัวเข้าใส่จ้าวฝู เขามาถึงตัวจ้าวฝูในชั่วพริบตา และฟันเขาด้วยกระบี่ยาวของตน
จ้าวฝูหัวเราะอย่างเย็นชาและจับดาบอสูรนภาไว้ในขณะที่เขาสกัดการโจมตีไว้ด้วยพลังทั้งหมดของเขา
ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมาในขณะที่สองขุมพลังเข้าปะทะกัน และมันก็เปลี่ยนเป็นแรงกระแทกทำลายล้างอันรุนแรง ในขณะที่มันแผ่ออกไปรอบๆ พื้นดินก็แตกออกและต้นไม้จำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกทำลายในขณะที่สิ่งมีชีวิตมากมายได้ถูกสังหาร
ผู้เล่นที่วิ่งหนีออกไปไกลแล้วยังคงรู้สึกถึงแรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวจากเบื้องหลังของพวกเขา และทุกๆคนในนครศิลาสวรรค์ก็สามารถรู้สึกถึงพลังนี้ได้ ทำให้พวกเขาต้องตกใจ ที่ประตูนครทิศใต้ ชาวเมืองได้วิ่งหนีไปจากประตูนครทิศใต้ด้วยความตื่นตระหนกและความสิ้นหวัง ในเวลาเดียวกันก็มีทหารจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามายังสถานที่แห่งนี้
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่จ้าวฝูและซื่อเจี้ยนปะทะกันอย่างรุนแรง ในขณะที่การต่อสู้ถูกลากออกไป พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง และการปรากฏตัวของพวกเขาแต่ละครั้งก็วุ่นวายมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆในขณะที่พวกเขาถูกปกคลุมไปด้วยเลือดมากยิ่งขึ้น
ในเวลานี้ ออร่าสีครามรอบๆกายของซื่อเจี้ยนได้ควบแน่น และเขาได้ตวัดกระบี่ยาวของเขาออกไปด้วยพลังเต็มกำลัง แสงดาบสีครามขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 10 เมตรได้พุ่งออกไป และก่อให้เกิดรอยแยกยาวขึ้นบนพื้นดินในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู
จ้าวฝูอัดพลังแห่งราชาจำนวนมหาศาลลงไปในดาบของเขาและชี้ไปข้างหน้า ภาพของอสูรนภาขนาดใหญ่ยักษ์ซึ่งเกือบจะมีตัวตนขึ้นมาได้พุ่งออกไปจากดาบและกางปีกของมันออกพร้อมกับส่งเสียงคำราม ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่ซื่อเจี้ยน
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังออกมาอีกคราในขณะที่การโจมตีทั้งสองครั้งปะทะกันและเปลี่ยนเป็นแรงกระแทก มันปกคลุมคนทั้งสอง ส่งผลให้พวกเขากระอักเลือดออกมาและกระเด็นไปข้างหลัง
หลังจากที่บิดตัวในอากาศ ซื่อเจี้ยนก็ร่อนลงบนพื้นอย่างมั่นคง เขามองไปที่จ้าวฝูอย่างจริงจัง และหลังจากที่แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากับจ้าวฝูหลายครั้ง เขาก็พบว่าเขาได้ประเมินจ้าวฝูต่ำเกินไป
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายในไม่ช้าและเขาได้ตะโกนใส่จ้าวฝู "อย่าคิดว่าแค่เพราะเจ้ามีอาณัติแห่งสวรรค์และสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองแล้วข้าจะไม่สามารถจัดการกับเจ้าได้ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของลอร์ดแห่งนคร"
ซื่อเจี้ยนคำรามเสียงดัง และนครศิลาสวรรค์ทั้งหมดก็ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนและเปล่งแสงออกมาจางๆ พลังงานไร้รูปร่างได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของซื่อเจี้ยน ส่งผลให้เขาเส้นเลือดของเขานูนออกมา และออร่าสีครามได้เต็มไปทั่วรัศมี 100 เมตรโดยรอบ
อักษรรูนที่ดูลึกซึ้งที่มีขนาดใหญ่ประมาณฝ่ามือได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของซื่อเจี้ยน ทันทีที่อักษรรูนปรากฎขึ้น พลังของซื่อเจี้ยนได้ทะยานขึ้นสู่ขีดจำกัดของมัน และอากาศรอบๆตัวเขาดูราวกับจะระเบิดออกมาในขณะที่แรงกดดันวิญญาณได้พุ่งลงมา ทำให้ซื่อเจี้ยนดูราวกับเทพสงครามไร้ผู้ต้าน
เมื่อจ้าวฝูเห็นเช่นนี้ เขาก็รู้สึกประหลาดใจมาก ซื่อเจี้ยนได้ใช้พลังบางอย่างจากนครศิลาสวรรค์ และความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ก็เหนือล้ำกว่าจ้าวฝูไปแล้ว
ในเวลานั้นเอง ซื่อเจี้ยนได้เตะพื้นดินออกมา ทำให้มันแตกร้าว เขาเปลี่ยนร่างเป็นแสงสีครามและพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู
ใบหน้าของจ้าวฝูแปรเปลี่ยนเป็นป่าเถื่อน และเขาได้ใช้ดาบอสูรนภาเฉือนไปที่ฝ่ามือของเขาก่อนที่จะปักมันลงดิน ปรานอสูรนภาจำนวนมหาศาลมุดลงไปในดิน ย้อมให้มันเป็นสีดำ ความมืดไปแผ่กระจายออกไป ก่อเกิดขึ้นเป็นเขตแดนกว้าง 1,000 เมตรในทันที
ซื่อเจี้ยนรวดเร็วมาก และเขาได้เข้ามาในระยะ 500 เมตรของจ้าวฝูในพริบตา เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็กดฝ่ามือที่ย้อมไปด้วยเลือดของเขาเข้ากับพื้นดินในทันที
หอกโลหิตที่หน้ายิ่งกว่าก่อนได้ปะทุขึ้นมาจากพื้นดิน และกระแทกเข้าใส่ซื่อเจี้ยน
“ฮึ่ม!” ซื่อเจี้ยนแค่นเสียงอย่างเยือกเย็น และอักษรรูนสีครามที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขาก็ดูเหมือนมีชีวิตเป็นของมันเองและลอยเข้าสู่กระบี่ของเขา
ในทันที กระบี่ยาวของเขาได้กลายเป็นกระบี่หินสีครามที่แผ่แสงเจิดจ้าออกมา กลิ่นอายของมันเฉียบคมขึ้น และเพียงแค่มองไปที่มัน ดวงตาของผู้มองก็ได้รับบาดเจ็บแล้ว ซื่อเจี้ยนแกว่งกระบี่หินของเขา และแสงดาบสีครามยาว 1,000 เมตรได้สาดซัดออกมา
ปัง! ปัง! ปัง...
เมื่อหอกโลหิตขนาดใหญ่ถูกทำลาย จ้าวฝูก็กระอักเลือดออกมาและกระเด็นไปข้างหลัง บาดแผลลึกได้ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขา
เมื่อซื่อเจี้ยนเห็นจ้าวฝูกระเด็นถอยหลังไปและปะทะเข้ากับพื้นดิน ซื่อเจี้ยนก็พุ่งทะยายข้ามผ่านระยะทางระหว่างพวกเขาถึง 100 เมตรในพริบตาและมาถึงที่ด้านข้างของจ้าวฝู
จ้าวฝูนอนอยู่บนพื้น กลิ่นอายของเขาอ่อนลงมาก การโจมตีอันทรงพลังจากซื่อเจี้ยนได้สร้างอาการบาดเจ็บให้เขาอย่างรุนแรง และเขาได้กระอักเลือดออกมาอีกคำในขณะที่เขามองไปที่ซื่อเจี้ยนที่กำลังยกกระบี่ของตนขึ้นอย่างช้าๆด้วยดวงตาสีแดงโลหิตของเขา
กระบี่หินที่น่าสะพรึงกลัวนั้นได้เปล่งลำแสงกระบี่ยาว 10 เมตรออกมาและดูทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่มังกรที่ทรงอำนาจก็คงจะตายจากการโจมตีเช่นนี้!
"ตาย!" ซื่อเจี้ยนคำรามออกมาอย่างเย็นชาในขณะที่เขาตวัดดาบลงมาอย่างรุนแรง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่ฆ่าแม่ทัพและผู้คุ้มกันนครของเขาไปอย่างแน่นอน ในเวลานี้ เขารู้สึกถึงร่องรอยแห่งความสุขจากการได้แก้แค้นของเขาแล้ว
กระบี่พุ่งมาพร้อมกับลำแสงกระบี่ในขณะที่มันฟาดลงมาที่จ้าวฝู และมันกำลังจะกลืนกินร่างกายของเขา
ตู้ม!!
ในเวลานั้นเอง เสียงระเบิดอันน่าตกตะลึงก็ดังออกมา เสาสีทองเจิดจ้าได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ในเวลานั้น ลอร์ดอีกสามคนในทุ่งหญ้าตะวันออกก็รู้สึกถึงความตกตะลึงและมองไปทางนครศิลาสวรรค์
ซื่อเจี้ยนเองก็รู้สึกสับสนและถูกส่งให้กระเด็นออกไปนับสิบเมตรโดยพลังงานนี้
ร่างๆหนึ่งได้ลุกขึ้นภายในเสาแสงสีทองอย่างช้าๆ เมืองต้าฉินไม่ได้มีแค่สิบสองยักษ์โลหะแต่มันยังมีลัญจกรที่มีมังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าสลักอยู่ด้วยลัญจกรเริ่มส่งเสียงดัง และแผ่แสงสีทองอันทรงพลังออกมา