- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 148 ราตรีนิรันดร์
บทที่ 148 ราตรีนิรันดร์
บทที่ 148 ราตรีนิรันดร์
บทที่ 148 ราตรีนิรันดร์
กระบวนการของการเปิดพื้นที่ใหม่เป็นเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้และไม่นาน จ้าวฝูก็มาถึงทุ่งหญ้าตะวันออก โขดหินบนพื้นดินปกคลุมด้วยมอสสีเขียวและมีต้นไม้ต้นเล็กและลำห้วยหลายแห่ง มีบางครั้งที่จะมีหมอกในอากาศทำให้สถานที่นี้ดูเหมือนในฝันและสวยงาม
ทุ่งหญ้าตะวันออกมีนครหลัก 4 นครคือ นครแสงใต้, นครศิลาสวรรค์, นครเก้าสุริยันและนครเสมือนวารี
เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ จ้าวฝูเดินไปรอบนครหลักและพบว่าสิ่งพิเศษที่นี่คือชนิดของปลาน้ำจืด ปลาเหล่านี้พบมากที่สุดในลำธารของทุ่งหญ้าตะวันออกและดูเหมือนปลาคาร์พปกติ แต่เล็กกว่าเล็กน้อย เนื้อของพวกมันมีรสชาติอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อและเป็นที่รักของคนมากมาย
หลังจากดูสินค้าในนครหลักแล้ว จ้าวฝูก็ไปซื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเปิดร้านอาหาร เขาไปที่สี่นครหลักและพบว่ามีผู้เล่นในนครศิลาสวรรค์น้อยกว่าสามนครอื่น ๆ แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไม
หลังจากซื้ออสังหาริมทรัพย์แล้ว จ้าวฝูได้จ้างคนมาเริ่มปรับปรุงและเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดกิจการ หลังจากดูแลเรื่องเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูได้ส่งแผนกข่าวกรองของเขา ราตรีนิรันดร ออกไปและปลูกฝังบุคคลในนครหลักต่างๆ
คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือหลิวเหมยเนื่องจากปกติจ้าวฝูจะจำกัดเธออย่างมาก กั่วปิงหลิน, หวังเอ้อกั๋วและสมาชิกระดับสูงอื่น ๆ ของแผนกข่าวกรองสามารถใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตได้ตามดุลพินิจของตน แต่จ้าวฝูจำกัดหลิวเหมยในเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงดูไม่พอใจนักเมื่อเธอเจอเขา
ตอนนี้จ้าวฝูไม่ได้จำกัดตัวเธออีกต่อไปแล้ว ในที่สุดเธอก็สามารถใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตได้ตามที่เธอต้องการและไปยังนครหลักตต่างๆเมื่อใดก็ตามที่เธอต้องการที่จะดูแลผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นเธอจึงมีความสุขอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูเตือนเธอว่าเขาจะจำกัดเธออีกครั้งถ้าเธอไม่ทำงานของเธออย่างจริงจังหรือสร้างปัญหาให้กับเขา
ในการตอบสนอง หลิวเหมยทำหน้าที่อย่างเชื่อฟังและทำให้จ้าวฝูยกย่องอย่างต่อเนื่อง
ข้างๆเธอ แม้แต่หวังหวังเอ้อกั๋วก็ไม่สามารถช่วยได้ แต่อับอายพลางสงสัยในใจว่า นายหญิงสามที่กดขี่และหยิ่งทะนงหายไปไหนแล้ว - ตอนนี้เธอดีกว่าที่เขาเยินยอตอนก่อนด้วยซ้ำ
ราตรีนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของแต่ละนครหลักโดยมีคนประมาณ 10 คนต่อหนึ่งนครหลัก เพื่อปกปิดตัวตนของพวกเขา จ้าวฝูสั่งให้พวกเขาไม่ให้เข้ามาติดต่อกับเรื่องต่างๆที่ต้าฉินในนครหลัก ตอนนี้พวกเขาให้ความสำคัญกับการเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารเนื่องจากยังไม่มีเป้าหมายในการลอบสังหารอีกแล้ว
ต่อจากนั้น จ้าวฝูหยิบแผนที่โลกจุติสวรรค์ขึ้นมาและเริ่มมองดูอย่างจริงจังตอนนี้เขาได้เปิดเส้นทางเหนือ ใต้ ตะวันออกและตะวันตกของป่าแห่งความพรั่นพรึงแล้ว เขาจำเป็นต้องวางแผนและวางกลยุทธ์เพิ่มเติม
....................................... ..
ในนครแสงศักดิ์สิทธิ์ เจียงเฟิงเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าของเจียงโหรวและมองไปที่เธอที่ทำบัญชีอยู่ เขาพูดด้วยความรู้สึกห่วงใย "น้องโหรว ปล่อยให้คนอื่นทำเถอะ เจ้ามีงานจำนวนมากอยู่แล้ว ไม่ต้องรับเข้ามาทำเพิ่มหรอก "
เจียงโหรวหยุดและเงยหน้าขึ้นมองเจียงเฟิงพร้อมขมวดคิ้ว เธอรู้ว่าพี่ใหญ่ของเธอจะไม่มาหาเธอหากเขาไม่ต้องการอะไรจากเธอ เธอรู้ว่าเขากำลังทำท่าดูแลเรื่องเธอ ดังนั้นเธอจึงถามอย่างใจเย็นว่า "พี่ใหญ่ ท่านมาหาข้ามีหรือ?"
เพราะเจียงโหรวไม่เข้าใจทัศนคติจอมปลอมของเขา เจียงเฟิงมองอย่างอึดอัดขณะที่เขาพูด "มันไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่อยากจะถามว่าร้านขายเสื้อผ้านั้นเป็นยังไงบ้าง "
"มันทำได้ดีทีเดียว! มันมีชื่อเสียงมากและหลายคนในสังคมชั้นสู ได้เริ่มสั่งเสื้อผ้าจากที่นี่ เรามีรายได้ประมาณ 50 เหรียญทองต่อวัน "เจียงโหรวตอบอย่างห้วนๆ
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ เจียงเฟิงรู้สึกดีใจมากและกล่าวว่า " น้องโหรว เจ้าควรรู้ไว้ว่าความสัมพันธ์ของตระกูลเจียงและตระกูลโจวเริ่มตึงเครียดมากขึ้นและเป็นเหตุผลว่าทำไมตระกูลโจวจึงได้รับมรดกของประเทศ
ตระกูลเจียงอยู่ในจุดที่อันตรายมาก - ข้าได้ยินมาว่าจ้าวซินไม่มาพบเจ้าหลายวันแล้วและข้าต้องการซื้อชุดอุปกรณ์ระดับครามจำนวน 500 ชุดสำหรับชนชั้นสูงของตระกูลเจียง กรุณาพูดคุยกับจ้าวซินกี่ยวกับเรื่องนี้! "
เจียงโหรวสามารถบอกได้ว่าพี่ชายคนโตของเธอต้องการอะไร เขาต้องการผลักดันเธอเข้าหาจ้าวซินเพื่อใช้พลังขอจ้าวซินในการพัฒนตระกูลเจียงและปกป้องจากตระกูลโจว เขาต้องการให้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอและจ้าวซินในขณะที่เขายังได้รับผลประโยชน์บางอย่าง
ชุดอุปกรณ์ประกอบด้วยอาวุธและเกราะ ดังนั้นชุดอุปกรณ์ 500 ชุดหมายถึงอุปกรณ์ระดับตรามจำนวน 1,000 ชิ้น ตอนนี้อุปกรณ์ระดับครามชิ้นเดียวมีราคาประมาณ 300-500 เหรียญเงิน
อุปกรณ์ระดับคราม 1,000 ชิ้นจะเป็นเหรียญเงินอย่างน้อย 300,000 เหรียญเงินและแม้กระทั่งตระกูลจะต้องใช้เงินจำนวนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือราคาต่ำสุด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการให้เธอพูดคุยกับจ้าวซินโดยตรง
"ข้าจะไม่ทำมัน!" เจียงโหรวกล่าวอย่างเย็นชาเมื่อรู้ว่าเจียงเฟิงต้องการอะไร เธอโกรธมากที่ตระกูลเจียงต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ แต่เธอก็ไม่ต้องการให้จ้าวฝูคิดถึงเธอในฐานะผู้หญิงที่พยายามจะใช้เขา
เจียงเฟิงไม่ได้ตื่นตระหนกเมื่อเจียงโหรวปฏิเสธและเริ่มใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเช่นตระกูล พ่อแม่และตระกูลโจวเพื่อชักจูงให้เธอ
ในท้ายที่สุด เจียงโหรวได้แค่ยอมรับเท่านั้น ได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงโหรวขณะที่เขาหันหลังจากไป เจียงโหรวก้มหน้าลงต่ำเช็ดขอบน้ำตาอย่างเงียบๆ
......... ..
"มันคืออะไร เจียงโหรว?" จ้าวฝูยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะที่เขานั่งอยู่ตรงข้ามกับเจียงโหรว
"จ้าวซิน, ข้า ... อยาก ... ซื้ออุปกรณ์สักหน่อยน่ะ!" เจียงโหรวกล่าวด้วยความยากลำบากอย่างมาก
จ้าวฝูยิ้มและไม่รังเกียจและเขาพยักหน้าขณะที่เขาตอบว่า "แน่นอน! เจ้าต้องการมันมากแค่ไหน? "
เธอเงยหน้าขึ้นมองจ้าวฝูและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่เธอถามว่า "ข้าต้องการซื้อชุดอุปกรณ์ระดับคราม 500 ชุด; เจ้าสามารถให้ส่วนลดกับข้าหน่อยได้ไหม? "
“ฮ่าฮ่า!” เมื่อเห็นว่าเจียงโหรวรู้สึกอึดอัดและเครียดทำไม จ้าวฝูก็ตระหนักว่านี่เป็นเรื่องอะไรและไม่สามารถช่วยได้ แต่หัวเราะและพูดว่า "แน่นอนข้าจะลดให้เจ้า 40%"
เจียงโหรวโล่งใจและรู้สึกขอบคุณอย่างไม่น่าเชื่อและกล่าวคิดด้วยละอายใจ - จ้าวซินปฏิบัติกับเป็นเธออย่างดี แต่เธอก็ยังกล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากเขา ในไม่ช้าเธอก็เริ่มน้ำตาร่วง
จ้าวฝูถามด้วยท่าทางที่กังวลบนใบหน้าของเขา "มีอะไรผิดพลาดหรือ?"
เจียงโหรวกลั้นน้ำตาและส่ายหัวแสดงว่าไม่เป็นไร
จ้าวฝูรู้สึกว่ามีบางอย่างถูกปิด แต่เขาไม่สามารถจะถามได้ ในขณะนี้ มีทหารมาแจ้งว่ามีเรื่องสำคัญให้เขาดูแล ดังนั้นเขาจึงขออภัยเจียงโหรวและกล่าวอำลา
"ขอบคุณมาก!" เจียงโหรวพูดอย่างฉับพลันขณะที่เธอหัวก้มลง
จ้าวฝูหยุดเดินและพูดว่า "ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก เราเป็นเพื่อนกัน. ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเจ้าและเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าเจ้าเป็นหนี้ข้า บางทีข้าอาจต้องการความช่วยเหลือจากเจ้านอนาคต! "
คำพูดเหล่านี้ได้ตัดปมในหัวใจของเจียงโหรวออกอย่างสมบูรณ์ เธอหวังว่าวันหนึ่ง เธอจะสามารถช่วยจ้าวฝูได้ เธอยกศีรษะขึ้นและยิ้มอย่างสวยงาม
จ้าวฝูผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าเจียงโหรวรู้สึกดีขึ้นแล้ว เขาห่วงใยเจียงโหรวเพราะเธอเป็นเพื่อนคนแรกของเขาดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะช่วยเธอ