- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 119 สัญญาโลหิต
บทที่ 119 สัญญาโลหิต
บทที่ 119 สัญญาโลหิต
บทที่ 119 สัญญาโลหิต
พวกเขาคิดว่ามันคงจะว่างเปล่าเหมือนเดิม แต่หลังจากเดินเข้าไปที่กรง พวกเขาก็เห็นแมวตัวเล็ก ๆ อยู่ในกรง แมวตัวน้อยมีขนสีขาวนวลซึ่งดูอ่อนนุ่มและให้ความรู้สึกที่ต้องการสัมมผัส มันดูคล้ายสัตว์ตัวเล็กน่ารัก ๆ และเพราะตอนนี้มันอยู่ในกรงแล้วปิดตา มันดูเหมือนจะหลับอยู่
อย่างไรก็ตามสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างสิ่งมีชีวิตนี้กับแมวก็คือมันมีรูปผลึกรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนบนหน้าผากซึ่งเป็นผลึกแห่งความว่างเปล่า เห็นได้ชัดว่าแมวน้อยตัวนี้เป็นสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่า
เมื่อได้เห็นเรื่องนี้ จ้าวฝูรู้สึกดีใจ หลังจากค้นหามานานในที่สุดเขาก็ได้พบกับมันในวันนี้ ทุกคนเดินมาที่กรงและเมื่อแมวตัวน้อยได้ยินเสียงก็เปิดตาสีขาวใสขึ้น เมื่อเห็นคนจำนวนมากยืนอยู่รอบ ๆ มันก็กลายเป็นหวาดกลัวอย่างมากและเริ่มที่จะวิ่งไปรอบๆกรง อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถหลบหนีได้
"ขอแสดงความยินดีด้วย ฝ่าบาท!" เมื่อเห็นว่าพวกเขาจับสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าได้ ทุกคนยิ้มและแสดงความยินดีต่อจ้าวฝู
จ้าวฝูพยักหน้าและยิ้มขณะที่เขามองไปที่สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าที่พยายามจะหลบหนี เขาเหยียดมือของเขาเข้าไปในกรงและสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าถูกดึงเข้ามาใส่ที่จับไว้
สัตว์ร้ายที่ต่อสู้อย่างรุนแรงภายในที่จับของจ้าวฝูและหอนขึ้น มันรู้สึกรู้สึกอันตราย คนที่สวมเสื้อคลุมสีดำที่อยู่ข้างหน้ามันดูเหมือนจะมีเจตนาฆ่ามัน มันจึงพยายามดิ้นรน; แต่ก็ไม่ได้ผล มันไม่มีความสามารถที่จะหลบหนีจากมือที่จับมันไว้ได้
ตอนนี้มืออีกข้างหนึ่งกำอยู่รอบคอของสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าและเขาก็คิดเกี่ยวกับการบีบคอของมันและรับผลึกแห่งความว่างเปล่ามา
รู้สึกถึงมือขนาดใหญ่บนคอของมัน, สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่ารู้ว่าถ้ามือนี้บิดคอมัน ชีวิตของมันจะจบลง ดวงตาของสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังและน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตา มันมองไปที่คนที่สวมเสื้อคลุมสีดำด้วยความปรารถนาที่แสดงออกด้วยความหวังว่าจะปล่อยมันไป
สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าดูคล้ายแมวตัวเล็กและน่ารักมาก ถ้ามันตกลงไปในมือของคนอื่น คนนั้นคงจะรักมันอย่างจริงจังและปฏิบัติกับมันด้วยความรัก
น้ำตาในดวงตาของมันดูเหมือนจะสามารถสะกดใครก็ได้ อย่างไรก็ตามมันเป็นความสงสารที่มันได้ตกอยู่ในมือของจ้าวฝู จ้าวฝูเป็นคนมีเหตุผลมากและเขาจะไม่ปล่อยมันไปเพียงเพราะมันดูน่ารักในขณะที่เขาต้องการผลึกแห่งความว่างเปล่า
มือของจ้าวฝูเริ่มบิดและสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าได้ต่อสู้ด้วยความสิ้นหวังเนื่องจากมีกลิ่นอายแห่งความตายห่อหุ้มมันไว้
ทันใดนั้น จ้าวฝูก็ยั้งมือเพราะจำได้ว่าเขาได้รับรังสัตว์ครอบจักรวาลมา คำอธิบายได้กล่าวว่าถ้าสิ่งมีชีวิตได้สามารถกำราบมันได้ มันจะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตนั้นๆต่อๆมา บางทีมันอาจจะเกิดเป็นสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าได้
ผลึกแห่งความว่างเปล่าอันเดียวสามารถให้ช่อง เทเลพอร์ตได้ครั้งเดียวเพื่อเชื่อมต่อกับโลกภายนอกซึ่งหมายความว่าผลึกแห่งความว่างเปล่านี้สามารถเปิดเส้นทางได้ทางเดียวได้เท่านั้น หากจ้าวฝูต้องการที่จะไปที่อื่น เขาจะต้องมีผลึกแห่งความว่างเปล่าเพิ่มอีก เส้นทางที่เขาอยากจะเปิดมันหลายครั้งมันจำเป็นต้องใช้ผลึกแห่งความว่างเปล่ามากขึ้น
อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าผลึกแห่งความว่างเปล่าหาได้ยาก มันจึงเป็นการยากที่จะได้รับผลึกแห่งความว่างเปล่าเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามถ้าจ้าวฝูสามารถให้กำเนิดสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าโดยใช้รังสัตว์ครอบจักรวาลได้ ผลประโยชน์ที่จ้าวฝูจะได้รับนั้นมีจำนวนมาก
จ้าวฝูนำสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่ากลับเข้าไปในกรงและหยิบกระดาษออกมา สัญญานี้เหมือนกับสัญญาที่หลิวเหมยใช้อยู่ ย้อนกลับไปเมื่อหลิวเหมยใช้สัญญามีชีวิตอยู่หรือตาย จ้าวฝูสนใจในเรื่องนี้มากและตั้งแต่นั้นมาเขาก็ซื้อมันมาหลายอัน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะใช้มัน
จ้าวฝูกรีดนิ้วและปล่อยให้นิ้วของเขาหยดเลือดลงและตกอยู่ในสัญญา หลังจากที่ดูดซับเลือดแล้ว สัญญาฉบับนี้กลายเป็นแสงสีแดงโลหิตนับไม่ถ้วนซึ่งไหลเข้าสู่ร่างกายของจ้าวฝูและเข้าไปในร่างกายของสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่า เมื่อเห็นแสงไฟเข้ามาใกล้ ๆ สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่านั้นไม่สามารถต้านทานได้และปิดตาเอาไว้
สัญญาเสร็จสมบูรณ์!
จ้าวฝูเปิดกรง แต่สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่ายังคงมีความหวาดกลัวในสายตาอันขาวสะอาดและมองมายังจ้าวฝูอย่างสงสาร อย่างไรก็ตามมันไม่ได้พยายามที่จะวิ่งหนีมันเพราะรู้ว่ามันจะไม่สามารถหลบหนีได้ด้วยสัญญาที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
จ้าวฝู ยิ้มและหยิบมันขึ้นมา เวลานี้ จ้าวฝูเป็นมิตรกับมันมากและเขากอดมันไว้ในอ้อมแขนของเขา เขาค่อย ๆ ลูบหัวของมัน พยายามทำให้มันสงบลงให้มากที่สุด
"ไปกันเถอะ!" เป้าหมายของพวกเขาคือการจับสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าและตอนนี้พวกเขาจับได้แล้ว มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้พวกเขาอยู่ที่นี่อีกต่อไป
สามวันต่อมา กลุ่มของจ้าวฝูก็กลับมาที่หมู่บ้านต้าฉิน ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา หมู่บ้านต้าฉินได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ประการแรกคือมีงานที่รับสมัครทำมากมายบนกำแพง ตอนนี้ ด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันตกของกำแพงเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว กำแพงนี้สูง 10 เมตรและมีสีขาวบริสุทธิ์ ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และสง่างาม
กำแพงเหล่านี้อยู่ในระดับของกำแพงเมืองแล้วและเนื่องจากไม่มีข้อจำกัดอะไร จ้าวฝูสามารถสร้างกำแพงตามแบบที่เขาชอบได้ แน่นอนว่ากำแพงเหล่านี้ไม่ใช่รูปแบบสุดท้ายของกำแพงเมืองของหมู่บ้านต้าฉิน เนื่องจากหมู่บ้านต้าฉินพัฒนาแล้ว กำแพงเหล่านี้ก็จะได้รับการอัพเกรด
ขณะที่10 กรมใหญ่ของหมู่บ้านต้าฉินเริ่มต้นทำงาน หมู่บ้านต้าฉินมียอดการสั่งซื้อมากขึ้นกว่าก่อนหน้าและจัดการได้ง่ายขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างจากถนนไปถึงบ้าน มันสะอาดและเรียบร้อยกว่าแต่ก่อนมาก
หมู่บ้านต้าฉินตอนนี้เหลือค่าประสบการณ์อีกเพียง 2,000 แต้มเท่านั้นก่อนที่จะเลื่อนระดับขึ้นเป็นเมือง ซึ่งไม่มากนัก บางทีมันอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้
นอกเหนือจากการพัฒนาหมู่บ้านแล้ว จางต้าหูยังได้กลายเป็นแม่ทัพระยะที่ 1 และเขาได้เริ่มฝึกฝนอาชีพทางทหารที่ไม่เหมือนใครของเขา จางต้าหูไม่ได้เลือกหน่วยทหารเหยี่ยวโลหะของหมู่บ้านต้าฉิน เขาได้ฝึกฝนการประกอบอาชีพทางทหารที่ไม่เหมือนใครของเขาซึ่งเรียกว่า กองทหารกระบี่พยัคฆ์
กองทหารกระบี่พยัคฆ์นั้นใช้กระบี่และเชี่ยวชาญทั้งทหารราบและทหารม้าศึก การพัฒนากองทหารกระบี่พยัคฆ์จะถูกทิ้งให้จางต้าหูจัดการอย่างสมบูรณ์
สิ่งที่ทำให้จ้าวฝูแปลกใจคือการที่หลี่ซือได้ตัดผ่านไปสู่ระยะที่ 1 แล้ว จ้าวฝูนั้นปรึกษากับหลี่ซือเป็นเจ้ากรมกิจการภายในเสมอและนอกเหนือจากการพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องของรัฐบาล จ้าวฝูม่เคยถามเขาเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังของเขาเลย ตอนที่เขาได้ยินมาว่าหลี่ซือได้ตัดผ่านเข้าสู่ระยะที่ 1 เขาก็ตกตะลึง
ในความเป็นจริง ระดับของหลี่ซือค่อนข้างสูง ระดับ SS และเขาก็อยู่กับจ้าวฝูมาตั้งแต่การสร้างหมู่บ้านต้าฉิน
เขาไม่ใช่แม่ทัพ มันจึงไม่ได้ปลดล็อคอาชีพทหารที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามเขาได้ปลดล็อกความสามารถที่ทำให้เขาสามารถส่งเสริมและฝึกอบรมบุคลากรในการจัดการกิจการภายในได้ แม่ทัพสามารถพิชิตดินแดนและรักษาความสงบเรียบร้อย แม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง แต่ก็ไม่สามารถใช้สำหรับการปกครองได้
สำหรับเจ้ากรม พวกเขาไม่มีความสามารถในการสู้รบใด ๆ แต่ความสามารถในการปกครองของเพวกเขานั้นแม่ทัพไม่สามารถเทียบได้
หนึ่งแข็งหนึ่งอ่อน พวกมันต่างกันไปเช่นหยินและหยาง ดังนั้นจ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะพัฒนาทั้งเจ้ากรมและแม่ทัพ
นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือสถาบันการศึกษาได้สร้างเสร็จสิ้นแล้ว สถาบันการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 เฮกตาร์และมีห้องสอนอยู่ 12 ห้อง มันสามารถรองรับนักเรียนกว่า 800 คนได้และหลังจากที่มันสร้างเสร็จแล้ว มันยังรอจ้าวฝูไปมอบชื่อให้มันอยู่