- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 111 พลังงานแห่งความว่างเปล่า
บทที่ 111 พลังงานแห่งความว่างเปล่า
บทที่ 111 พลังงานแห่งความว่างเปล่า
บทที่ 111 พลังงานแห่งความว่างเปล่า
หลังจากปรึกษากันมาหลายชั่วโมง พวกเขาก็ได้แนวทางส่วนใหญ่ของต้าฉินแล้ว นอกจากนี้ พวกเขายังได้ปรึกษากันต่อถึงเรื่องของอนาคต ซึ่งมันก็ยังไม่เรียบร้อยเท่าไรนัก
ต่อจากนี้ จ้าวฝูได้เริ่มเตรียมที่จะเปิดเส้นทางไปยังโลกภายนอก เนื่องจากช่องทางการเทเลพอร์ตระดับกลางสามารถเคลื่อนย้ายคนออกไปได้ครั้งละ 50 คน จ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะนำทหารราบ 15 คน ผู้ใช้โล่ 15 คน และนักธนู 10 คนไปด้วย เพราะม้าก็ถูกนับว่าเป็นคน จ้าวฝูจึงไม่ได้นำทหารม้าไปด้วย
สำหรับ 10 คนที่เหลือ จ้าวฝูตัดสินใจที่จะพาบัณฑิตไปด้วย 5 คน ซึ่งจะมีหน้าที่ในการสร้างช่องทางการเทเลพอร์ตให้เร็วที่สุด ส่วน 5 คนสุดท้ายก็เป็นจ้าวฝู ไป่ฉี เดซี่ โดเก้ เก็ทลี่ ออร์คที่จ้าวฝูตัดสินใจที่จะส่งเสริม เขาคือคนที่จ้าวฝูมอบโล่ระดับทองให้
หลังจากเตรียมการเสร็จแล้ว จ้าวฝูก็ใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้หาเมืองออร์คมาก่อน และเขาได้ใช้เดินทางไปยังทิศเหนือ นี่เป็นเพราะหุบเขาน้อย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านต้าฉินที่สุดอยู่ในทิศทางนี้
ทิวทัศน์ด้านหน้าของพวกเขาพร่ามัวในขณะที่พวกเขาปรากฏขึ้นอีกครั้งห่างออกไป 5,000 กิโลเมตร เช่นเดียวกับครั้งก่อน พวกเขาหาที่ซ่อนเพื่อสร้างช่องทางการเทเลพอร์ต ก่อนที่จะทำซ้ำไปเรื่อยๆประมาณ 20 ครั้ง
"ประกาศจากระบบ! บริเวณข้างหน้าเป็นเขตแดนและถูกครอบคลุมโดยพลังงานแห่งความว่างเปล่า และมันไม่สามารถผ่านไปได้โดยใช้ช่องทางการเทเลพอร์ต"
ช่องว่างระหว่างภูมิภาคคือเขตแดนแห่งความว่างเปล่าที่กว้างประมาณ 5,000 กิโลเมตร และช่องทางการเทเลพอร์ตก็ไม่สามารถใช้ได้ภายในเขตแดนที่ว่า ทักษะทางด้านมิติทั้งหมดล้วนถูกจำกัดไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้คนจึงทำได้แค่ใช้การเดินทางทางกายภาพเท่านั้น
เนื่องจากจ้าวฝูได้เตรียมตัวมานานแล้ว เขาได้ไปถามเจ้ากรมกิจการภายในของเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ ฉินหนาน เกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว
นี่คือเหตุผลที่หลายๆฝ่ายยังคงอยู่ภายในภูมิภาคของตน หากไม่มีเขตดินแห่งความว่างเปล่า ใครก็สามารถใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตระดับพื้นฐานเพื่อเดินทางสัก 100 ครั้งจนสามารถออกไปสู่โลกภายนอกได้ นอกจากนี้ มันยังมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายอยู่มากมายภายในเขตแดน และถามโชคร้ายก็อาจจะเจอเข้ากับสัตว์อสูรในระยะที่ 2 หรือสูงกว่า
"ระวังตัว ทุกคน" จ้าวฝูเตือนพวกเขาในขณะที่เขาอธิบายถึงอันตรายให้ทุกๆฟังอย่างคร่าวๆ
หลังจากที่ได้ฟัง ทุกๆคนก็เข้าใจถึงอันตรายที่อยู่เบื้องหน้า และสีหน้าของพวกเขาก็เริ่มจริงจัง ไม่มีใครกล้าประมาท เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของพวกเขา
ต่อจากนั้น หลังจากที่ทุกๆคนได้เตรียมตัวกันแล้ว พวกเขาก็ก้าวเข้าสู่เขตแดนของป่าแห่งความพรั่นพรึง ในขณะที่พวกเขาเดิน พวกเขาก็เห็นต้นไม้ใหญ่รูปร่างแปลกประหลาดน้อยลงเรื่อยๆ และพื้นที่ก็เริ่มว่างเปล่าขึ้นไปเรื่อยๆ
ทุกคนก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง และในช่วงเริ่มแรก พวกเขาก็ไม่ได้เจอเข้ากับอะไร ในตอนเที่ยว จ้าวฝูบอกให้คนของเขาหยุดพักและเตรียมมื้อเที่ยงกันก่อน
ถ้าพวกเขาต้องเดินต่อไปตลอด 5,000 กิโลเมตรเช่นนี้ พวกเขาจะไม่มีทางทำมันได้สำเร็จภายใน 1 เดือนแน่ๆ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าจ้าวฝูและคนของเขาจะเดินไปตลอดทั้งเดือน และไปถึงหุบเขาน้อย พวกเขาก็คงไม่สามารถกลับมาได้โดยใช้ช่องทางการเทเลพอร์ต พวกเขาต้องเดินไปและเดินกลับ
จ้าวฝูได้คิดถึงปัญหานี้มานานแล้ว และเขาก็ไม่เคยคิดที่จะเดินไป เพราะมันใช้ทั้งเวลาและความพยายามมากเกินไป และการเดินทางอันยาวนานเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาไปถึงเป้าหมายได้
แต่มันก็ยังมีไอเทมที่ช่วยแก้ปัญหานี้อยู่ ในบริเวณเขตแดนของภูมิภาคนั้นจะมีสัตว์อสูรประเภทหนึ่งที่ชื่อว่าสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่า เมื่อสังหารมันได้ ผู้สังหารจะได้รับไอเทมที่ชื่อคริสตัลแห่งความว่างเปล่า ซึ่งทำให้คนผู้นั้นสามารถใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตเพื่อข้ามเขตแดนไปได้ นี่คือสิ่งที่จ้าวฝูได้จินตนาการไว้
อย่างไรก็ตาม สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าก็หาได้ยากยิ่ง และการหาพวกมันสักตัวก็ต้องพึ่งพาโชคด้วยจำนวนหนึ่ง มันยากที่จะกล่าวว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการค้นหามัน ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่รีบร้อน
หลังจากที่ทุกๆคนกินข้าวกันแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าต่อ และวันนี้ก็ผ่านพ้นไปด้วยความราบลื่น
วันที่สอง เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า คณะเดินทางก็มุ่งหน้าต่อ โชคดีที่ดวงของพวกเขาดีขึ้นกว่าเมื่อวาน และไม่นานหลังจากที่พวกเขาเดินทาง พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากป่าเบื้องหน้า
ในไม่ช้า สัตว์อสูรขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเขา มันเป็นหมียักษ์ที่มีความสูง 3 เมตร และหลังของมันก็ปกคลุมไปด้วยโลหะ จ้าวฝูตัดสินใจที่จะเรียกมันว่าหมีปีศาจหลังเหล็ก
หมีปีศาจหลังเหล็กแผ่ระลอกพลังงานอันทรงพลังออกมา และมันต้องทรงพลังกว่าผู้ที่มีการบ่นเพาะในระยะที่ 1 ทั่วไปเป็นแน่ นอกจากนี้มันยังทรงพลังยิ่งกว่าสัตว์อสูรระดับหัวหน้า ดังนั้นมันน่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับลอร์ด การสังหารสัตว์อสูรระดับนี้มีโอกาสที่จะดรอปวัสดุระดับทองและแม้กระทั่งศิลาสร้างเมืองระดับทองก็เป็นได้
หลังจากที่มันปรากฏตัว หมีปีศาจหลังเหล็กก็เริ่มพุ่งเข้าใส่กลุ่มของจ้าวฝูในทันที
ทหารของจ้าวฝูตั้งขบวนรบในทันที และผู้ใช้โล่ก็ยกโล่ของตนขึ้นในขณะที่นักธนูได้รั้งลูกศรขึ้นบนคันธนู
"ยิง!" ไป่ฉีสั่งในขณะที่นักธนูปลดปล่อยลูกศรของตน เสียงอากาศถูกฉีกกระชากดังออกมาในขณะที่ลูกศรพุ่งเข้าใส่หมีปีศาจหลังเหล็กอย่างไรก็ตามมันก็ได้กวาดลูกศรออกไปด้วยกรงเล็บของมันและพลังงานที่มองไม่เห็นก็พุ่งออกมา และส่งให้ลูกศรกระเด็นออกไป ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่พวกมันกระเด็นออกไป ลูกศรหลายอันก็แตกออกเป็นชิ้นๆ
เมื่อเห็นเช่นนี้ ไป่ฉี เดซี่ โดเก้ และเก็ทลี่ก็พุ่งเข้าไปข้างหน้า พวกเขาสามารถบอกได้ว่าหมีปีศาจหลังเหล็กไม่ใช้สิ่งที่ทหารทั่วไปจะสามารถสู้ได้
ตอนนี้พวกทหารที่มีการบ่มเพาะสูงที่สุดก็อยู่แค่ระยะที่ 0-7 เท่านั้น และส่วนมากจะอยู่ในระยะที่ 0-5 ทหารส่วนใหญ่ที่จ้าวฝูนำมาด้วยในเวลานี้อยู่ที่ระยะ 0-5 หรือไม่ก็ 0-6 และพวกเขาก็สามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตในระยะที่ 1 ทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม ต่อหน้าหมีปีศาจหลังเหล็ก พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย
ดังนั้น เพื่อลดการสูญเสีย ไป่ฉีจึงได้นำทั้งสามออกไป การบ่มเพาะของไป่ฉีมาถึงระยะที่ 1-0 แล้ว ส่วนโดเก้และเดซี่อยู่ในระยะที่ 0-9 และเก็ทลี่อยู่ในระยะที่ 0-8 ด้วยอุปกรณ์ระดับสูง พวกเขาจึงสามารถต่อกรกับหมีปีศาจหลังเหล็กได้
ไป่ฉีคือกำลังหลัก และเขาได้เข้าปะทะกับหมีปีศาจหลังเหล็กในขณะที่คนอื่นๆคอยสนับสนุนเขา
หลังจากการปะทะกันหลายครั้ง หมีปีศาจหลังเหล็กก็ได้รับบาดเจ็บไปหลายแห่งด้วยดาบของไป่ฉี ดาบฟาดฟันดวงดาราของไป่ฉีใกล้เคียงกับอาวุธระดับตำนาน ดังนั้นมันจึงสามารถทะลวงผ่านการป้องกันของหมีปีศาจหลังเหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากขนที่หนาของหมี ลูกศรทั่วไปจึงไม่สามารถทะลวงผ่านการป้องกันของมันเข้าไปได้เลย
หมีปีศาจหลังเหล็กในตอนนี้โกรธมาก และมันก็ได้โจมตีไป่ฉีอย่างบ้าคลั่ง ไป่ฉีเองก็โจมตีด้วยพลังเต็มที่ของเขา
ทันใดนั้น หมีปีศาจหลังเหล็กก็อ้าปากของมัน และควบแน่นระเบิดพลังงาน 6 ลูก จากนั้นก็ส่งพวกมันเข้าใส่ไป่ฉี ไป่ฉีหลลพวกมันอย่างรวดเร็ว และระเบิดพลังงานแต่ละลูกก็ปะทะเข้ากับพื้นดินทำให้เกิดหลุมกว้าง 2 เมตร แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยาก แต่ไป่ฉีก็หลบการโจมตีของหมีปีศาจหลังเหล็กได้
ในขณะที่หมีปีศาจหลังเหล็กจะเข้าโจมตีไป่ฉีต่อ อีกสามคนก็เริ่มเคลื่อนไหว