- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 110 ทวีปแผ่นดินกลาง
บทที่ 110 ทวีปแผ่นดินกลาง
บทที่ 110 ทวีปแผ่นดินกลาง
บทที่ 110 ทวีปแผ่นดินกลาง
แม้ว่าผู้อาวุโสโล๊คจะเป็นพวกต่างเผ่า แต่จ้าวฝูก็ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ว่ามันจะเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้ หรือในอนาคต เขาก็มองว่าทุกเผ่าพันธุ์นั้นเท่าเทียมกัน ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติต่ออาวุโสโล๊คเป็นอย่างดี จ้าวฝูเรียกอาวุโสโล๊คเข้ามา และจ้าวฝูก็เห็นว่าอาวุโสโล๊คดูหนุ่มกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย - บางทีนี่อาจจะเป็นผลจากการเพิ่มอายุไขของเขาไปอีก 10 ปี
หลังจากคุยกับอาวุโสโล๊ค จ้าวฝูก็พบว่าเขาได้กลายเป็นแม่ทัพระดับที่ 1 แล้ว เขาจึงสามารถเลือกหน่วยทหารพิเศษจากทั้งสามตัวเลือกได้
ตัวเลือกแรกคือการพัฒนาอาชีพใหม่ เพราะอาชีพของอาวุโสโล๊คคือนักบวชปีศาจ มันจึงเป็นไปได้ที่อาชีพของเขาจะมีพลังของปีศาจ แม้ว่ามันจะค่อนข้างอ่อนแอก็ตาม
ตัวเลือกที่สองคือการเลือกกองทหารเหยี่ยวโลหะชั้นยอด เพราะมันไม่ได้เป็นหน่วยทหารพิเศษของไป่ฉีเท่านั้น แต่เป็นของต้าฉิน ทำให้แม่ทัพของต้าฉินสามารถเลือกพัฒนาอาชีพนี้ได้
ตัวเลือกที่สามคือการเลือกอาชีพของก็อบลิน อย่างเช่นนักรบก็อบลิน
จ้าวฝูถามอาวุโสโล๊คว่าเขาสามารถฝึกฝนกองทหารประเภทนักเวทย์ขึ้นมาได้ไหม แต่อาวุโสโล๊คก็ตอบว่าไม่ ถ้าอาวุโสโล๊คมีอาชีพเกี่ยวกับนักเวทย์ มันก็อาจจะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม อาชีพของอาวุโสโล๊คคือนักบวชปีศาจ ซึ่งเป็นอาชีพทางศาสนา ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถพัฒนากองทหารประเภทนักเวทย์ขึ้นมาได้
หลังจากฟังคำอธิบายของอาวุโสโล๊ค จ้าวฝูก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมา และเขาได้ถามว่า "อาวุโสโล๊ค เจ้าจะเลือกอะไร?"
อาวุโสโล๊คได้คิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะไม่สามารถเปลี่ยนความคิดได้เมื่อตัดสินใจ หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็คำนับจ้าวฝูก่อนจะตอบว่า "ฝ่าบาท ค่าเลือกนักรบก็อบลินเป็นหน่วยทหารพิเศษของข้า"
จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมากเนื่องจากไป่ฉีและอาวุโสโล๊คไม่ได้เลือกที่จะพัฒนาอาชีพใหม่
การพัฒนาอาชีพของตัวเองนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก และมันค่อนข้างจะอ่อนแอในช่วงเริ่มแรก แต่อาชีพที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยตัวเองนั้นก็จะมีความแข็งแกร่งและทักษะเป็นของตัวเองเมื่อมันตั้งตัวได้แล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็มีความไม่แน่นอนอยู่หลายประการ
อย่างไรก็ตาม อาชีพที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยแม่ทัพระดับที่ 1 ก็ไม่น่าจะอ่อนแอไปกว่าอาชีพในประวัติศาสตร์หรืออาชีพของเผ่าพันธุ์ต่างๆในระยะยาว พวกมันล้วนมีข้อได้เปรียบเป็นของตัวเอง และเนื่องจากไป่ฉีและอาวุโสโล๊คได้ตัดสินใจหลังจากคิดมาดีแล้ว จ้าวฝูจึงไม่ได้พยายามที่จะแทรกแซงการตัดสินใจของพวกเขา
จ้าวฝูพยักหน้าและตอบ "อืม งั้นก็ไปจัดการเรื่องนี้ซะ!"
อาวุโสโล๊คประสานมือคำนับ เขาเพิ่งทะลวงระดับมา และได้มาหาจ้าวฝูในทันที ตอนนี้มีหลายสิ่งที่เขาต้องจัดการ
ไม่นานหลังจากที่อาวุโสโล๊คจากไป ไป่ฉานก็เข้ามารายงานด้วยความสุข "ฝ่าบาท พวกเขาค้นคว้าเรื่องช่องทางการเทเลพอร์ตระดับกลางเสร็จสิ้นแล้ว!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็รู้สึกดีใจ ช่องทางการเทเลพอร์ตระดับกลางสามารถขนส่งผู้คนได้สูงสุด 5,000 กิโลเมตรและสามารถขนส่งคนได้ 50 คนพร้อมกัน ด้วยช่องทางการเทเลพอร์ตระดับกลาง จ้าวฝูจึงสามารถดำเนินแผนการของเขาในการเปิดเส้นทางไปยังภูมิภาคอื่นได้
เขาบอกให้ไป่ฉานทำการค้นคว้าช่องทางการเทเลพอร์ตระดับสูง ก่อนที่จะบอกให้ทหารเรียกไป่ฉีเข้ามา เขาได้กางแผนที่โลกจุติสวรรค์ที่แลกมาจากงานเทศกาลหมื่นบุปผาลงบนโต๊ะและมองไปที่ป่าแห่งความพรั่นพรึง
ในแผนที่ โลกจุติสวรรค์ถูกแยกออกเป็น 4 ทวีปหลัก ซึ่งถูกแยกออกจากกันโดยมหาสมุทรที่มีเกาะอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ทวีปที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดใหญ่มากและใหญ่กว่าทวีปอื่นๆสองทวีปรวมกัน
ทวีปแห่งนี้มีชื่อว่าทวีปแผ่นดินกลาง ซึ่งเป็นที่ที่ประเทศจีนอยู่ อีกสามทวีปคือทวีปตะวันตกมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นที่ที่ฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ตั้งอยู่ ทวีปพงไพรใต้ ซึ่งเป็นที่ที่ฝั่งแอฟริกาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ และเกาะเหนือเยือกแข็ง ซึ่งเป็นที่ที่อเมริกาและประเทศอื่นๆตั้งอยู่
นอกจากนี้ยังมีเกาะอีกเป็นจำนวนมากทางทิศตะวันออก ซึ่งมีชื่อเรียกว่า 'ภูมิภาคเกาะแดนตะวันออก' โดยจะมีประเทศน้อยใหญ่อยู่อีกมากมาย
นี่คือจุดที่ตั้งของประเทศต่างๆจากโลกแห่งความเป็นจริงในโลกจุติสวรรค์ หลังจากได้แผนที่นี้มา จ้าวฝูก็ได้ใช้ข้อมูลที่เขาได้รับมาจากฟอรัมโลกจุติสวรรค์เพื่อประมาณการคร่าวๆว่าประเทศใดตั้งอยู่ที่ใดในโลกจุติสวรรค์บ้าง
อันดับแรก ทวีปแผ่นดินกลาง
ทวีปแผ่นดินกลางเป็นศูนย์กลางของแผนที่ และมันก็เป็นทวีปที่มีประเทศอยู่มากที่สุด ศูนย์กลางของทวีปแผ่นดินกลางคือประเทศที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในทวีปแห่งนี้ มันเหมือนกับมังกรตัวใหญ่ ในขณะที่ประเทศโดยรอบเหมือนกับสัตว์ร้ายที่หิวโหยซึ่งไม่อาจจับมังกรตัวใหญ่ได้ ประเทศที่ทรงอิทธิพลที่ว่าก็คือประเทศจีน!
ในสมัยโบราณ จีนเป็นศูนย์กลางของอารยะธรรม และในตอนนี้ มันก็เป็นศูนย์กลางของทวีปแผ่นดินกลาง และกลายมาเป็นศูนย์กลางของโลกจุติสวรรค์
ด้วยประชากรจำนวนมหาศาลของจีนและมรดกอันเก่าแก่นับไม่ถ้วน มันไม่มีประเทศไหนอีกแล้วที่สามารถแย่งชิงตำแหน่งนี้ไปจากจีนได้ตั้งแต่เริ่มต้น จ้าวฝูก็รู้แล้วว่าจีนจะต้องเป็นพื้นที่สงครามที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นแน่
ตอนนี้จ้าวฝูได้มุ่งเน้นมาที่พื้นที่โดยรอบป่าแห่งความพรั่นพรึง จ้าวฝูมองไปที่ตำแหน่งของป่าแห่งความพรั่นพรึงบนแผนที่ - มันอยู่ด้านข้างของพื้นที่ที่จีนเข้ายึดครองในทวีปแผ่นดินกลาง ในช่วงแรกๆหลังจากที่เขาเข้ามาในโลกจุติสวรรค์ เขา ไป่ฉี และหลี่ซือก็ต่างได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังเวียดนามให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะออกจากภูมิภาคที่ประเทศจีนอยู่ในตอนนี้
เวียดนามอยู่ห่างจากป่าแห่งความพรั่นพรึงไปราวๆ 7 ภูมิภาค ในโลกแห่งความเป็นจริง เวียนนามไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่อะไร และในตอนนี้ มันก็อยู่ในสายตาของจ้าวฝูแล้ว ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นโชคร้ายเลยทีเดียว
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไปในอนาคต สิ่งแรกที่จ้าวฝูต้องดูก่อนก็คือภูมิภาคทั้งสี่รอบๆป่าแห่งความพรั่งพรึง พวกมันคือที่ราบพลัมสีชาด ร้อยไผ่ หุบเขาน้อย และทุ่งหญ้าตะวันออก
จ้าวฝูมองไปที่ที่หมู่บ้านต้าฉินอยู่ และเขาก็พบว่าภูมิภาคที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านต้าฉินมากที่สุดคือหุบเขาน้อย
ในตอนนั้นเอง ไป่ฉีก็ได้มาถึงและเห็นจ้าวฝูมองไปที่แผนที่อย่างจริงจัง เขาเข้าใจได้ทันทีว่าจ้าวฝูเรียกเขามาทำไมเนื่องจากเขาได้ยินเรื่องที่พวกบัณฑิตค้นคว้าช่องทางการเทเลพอร์ตระดับกลางสำเร็จแล้ว
ส่วนใหญ่เป็นเพราะไป่ฉาน - เมื่อใดก็ตามที่เขาค้นคว้าอะไรบางอย่างได้ เขาจะวิ่งตะโกนเกี่ยวกับมันไปรอบๆ ดังนั้นข่าวนี้จึงแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ไป่ฉีประสานมือและทักทายจ้าวฝู "ฝ่าบาท!"
จ้าวฝูเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าไป่ฉีมาถึงแล้ว จ้าวฝูยิ้มและกล่าวว่า "ไป่ฉี ถึงเวลาที่เราจะร่างแผนการระยะยาวกัน"
ไป่ฉียิ้มในขณะที่เขาตอบว่า "ขอแสดงความยินดีด้วยฝ่าบาท!"
"เอาล่ะ ไม่ต้องมากพิธี ลองดูแผนที่อันนี้ ในอนาคต พื้นที่ใดควรจะใช้เป็นรากฐานของหมู่บ้านต้าฉิน และพื้นที่ใดควรจะใช้เป็นปราการ?" จ้าวฝูถาม
ไป่ฉีเดินเข้ามาและมองไปที่แผนที่ ก่อนที่จะคุยกับจ้าวฝูถึงแผนการในอนาคตของต้าฉิน