- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 83 อาชีพราชา
บทที่ 83 อาชีพราชา
บทที่ 83 อาชีพราชา
บทที่ 83 อาชีพราชา
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้สวมใส่แหวนแห่งราชา พลังของราชาโบราณได้เข้าสู่ร่างกายของท่านแล้ว"
"ประกาศจากระบบ! การเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จักเกิดขึ้นกับร่างกายของท่าน"
หลังจากที่จ้าวฝูสวมแหวนแล้ว มันก็ปลดปล่อยแสงสีทองและปกคลุมร่างกายของจ้าวฝูทั้งหมด เขารู้สึกว่าคลื่นแห่งพลังงานได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา และเขารู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไปในร่างกายของเขา
"ประกาศจากระบบ! พลังของราชาโบราณได้ทำให้ร่างกายของท่านเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่อาจทราบได้"
"ประกาศจากระบบ! เนื่องจากพลังของราชาโบราณได้เข้าสู่ร่างกายของท่าน และท่านมีมรดกของจักรวรรดิและมรดกแห่งโชคชะตา ท่านได้ปลดล็อคอาชีพราชาก่อนที่จะสร้างประเทศ และท่านได้รับพลังแห่งราชาของตัวเอง"
หลังจากได้ยินประกาศจากระบบอันสุดท้าย จ้าวฝูก็รู้สึกสับสน ดังนั้นเขาจึงเปิดหน้าสถานะของตนขึ้นและมองไปที่อาชีพราชา
[ราชา]: ระดับ: ราชา รายละเอียด: อาชีพที่ปลดล็อกหลังจากสร้างประเทศ และมันสามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้ มันเหนือล้ำกว่าระดับของอาชีพทหารและแสดงถึงอำนาจของราชา ผล: ได้รับ [พลังแห่งราชา]
หลังจากอ่านมันแล้ว จ้าวฝูก็มองไปที่ค่าสถานะของเขา แต่ก็เห็นว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เขาแบมือออกและลูกแก้วแสงสีทองอ่อนๆก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา - นี่ไม่ใช่พลังแห่งราชาโบราณจากแหวน แต่เป็นพลังแห่งราชาที่เป็นของเขาเอง
อาชีพราชาแตกต่างจากอาชีพทางทหารทั่วไป อาชีพราชาไม่ได้มีทักษะหรือได้รับโบนัส เพราะผู้ครอบครองอาชีพต้องพัฒนาอาชีพราชาของตนขึ้นไป มันเป็นอาชีพที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆเมื่อผู้ใช้ก้าวหน้าขึ้น ดังนั้นในช่วงแรกๆ มันจึงไม่แข็งแรงมากนัก แต่ในระยะต่อๆมา มันอาจจะไม่อ่อนแอไปกว่าวิตวิญญาณเทพเจ้าเลย
จ้าวฝูรู้สึกเจ็บปวดมากหลังจากที่ใช้โชคชะตาไปมากมาย แต่ดูเหมือนว่ามันจะคุ้มค่า เศษดาบนี้มีค่ามากกว่าโชคชะตาที่เขาใช้ไป ตราบเท่าที่เขาไม่ได้ใช้โชคชะตาของเขามากเกินไปมันก็จะค่อยๆฟื้นตัว
ในอนาคต มันจะมีการสู้รบระหว่างสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองแน่ๆ และคู่ต่อสู้เหล่านั้นคงจะไม่ด้อยไปกว่าการต่อสู้ระหว่างจิตวิญญาณเทพเจ้าเลย ถึงอย่างไรก็ตาม การต่อสู้เหล่านั้นจะเป็นสงครามที่รุนแรงระหว่างทั้งประเทศทั้งหมด
แน่นอนสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองไม่ใช่สิ่งที่ประเทศทั่วไปจะมีได้ หลังจากที่มีการตั้งราชวงศ์ขึ้นมาแล้วจะมีการสร้างสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองขึ้น ดังนั้นคงไม่มีประเทศไหนที่จะมีสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองมากไปกว่าประเทศจีน
จีนเป็นศูนย์กลางของโลกยุคโบราณ และอาจกล่าวได้ว่าประเทศจีนเป็นที่รวมตัวกันของโชคชะตาไว้มากที่สุด นั่นคือเหตุผลที่มีราชวงศ์และสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อจ้าวฝูได้รับแหวนแห่งราชามาและได้รับบัฟมากมาย มันจึงมีหลายสิ่งที่เขาต้องจัดการ ยกตัวอย่าง เช่นตอนนี้ที่ขีดจำกัดของคนที่มีอาชีพพิเศษได้ถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จ้าวฝูจึงสามารถเลือกคนเพื่อมาเปลี่ยนเป็นอาชีพเหล่านั้นได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้โอกาสในการอัญเชิญชาวบ้านระดับ A หรือสูงกว่าได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หมู่บ้านต้าฉินจึงสามารถถือกำเนิดชาวระดับ S ได้ราวๆ 4 คนในทุกๆเดือน
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้ ชายวัยกลางคนที่ดูเรียบง่ายและตรงไปตรงมาก็เดินเข้ามาหาจ้าวฝูพร้อมกับไวน์ 3 ขวด และกล่าวด้วยความเคารพว่า "ฝ่าบาท พวกเราหมักไวน์ร้อยบุปผาสำเร็จแล้ว"
ชายคนนี้ชื่อ ซุนอี้ และเขาเคยเป็นชาวนาที่ชอบบ่มไวน์ในช่วงเวลาว่างเขาได้ยกระดับทักษะการบ่มไวน์ขึ้นเป็นระดับสูง และเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการโรงกลั่นไวน์ เขาเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการผลิตไวน์ และไวน์ในมือของเขาก็คือไวน์ร้อยบุปผาที่เขาบ่มจากสูตรที่จ้าวฝูมอบให้เขา
จ้าวฝูมองไปที่ไวน์สามขวด และซุนอี้ได้อธิบายอย่างรวดเร็วว่า "ฝ่าบาท ไวน์เหล่านี้บ่มจากดอกไม้หลากหลายชนิด ชุดแรกใช้ดอกไม้ 8 ชนิด; ชุดที่สองใช้ดอกไม้ 16 ชนิด; และชุดที่สามใช้ดอก 32 ชนิด ทุกชนิดมีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกัน โปรดชิมพวกมันเถิดฝ่าบาท"
จ้าวฝูไม่รู้เรื่องไวน์นัก เขาเปิดขวดไวน์ทั้งสามขวด ส่งผลให้กลิ่นหอมของไวน์ลอยออกมา กลิ่นหอมของขวดที่สามเข้มข้นที่สุด และดูมากยิ่งกว่าไวน์ทั้งหลาย มันดูราวกับน้ำหอมราคาแพงก็ไม่ปาน
จ้าวฝูรับแก้วที่ซุนอี้ยื่นให้เขาและรินไวน์จากขวดที่สาม ก่อนที่จะลองชิมมัน ไวน์ทั้งนุ่มนวลและกลมกล่อม และเขาก็รู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งสรรพางค์กายของเขาได้แผ่กลิ่นหอมออกมาจางๆ
ต่อจากนั้น จ้าวฝูได้ลองชิมไวน์อีกสองขวดและพบว่ารสชาติไม่ดีเท่าขวดที่สาม แต่พวกมันยังคงเป็นไวน์ชั้นสูง จ้าวฝูตั้งชื่อชุดแรกว่า ไวน์กลิ่นบุปผา, ชุดที่สอง ไวน์บุปผาจันทรา และชุดที่สาม ไวน์บุปผาเมามาย
ไวน์ทั้งสามประเภทนี้จะเป็นไวน์ชั้นนำของร้านอาหารอาทิตย์อัสดงในอนาคต ร้านอาหารของระบบหลายแห่งเมื่อเห็นว่าร้านอาหารอาทิตย์อัสดงประสบความสำเร็จได้อย่างไร พวกเขาจึงได้เริ่มจ้างเชฟผู้เล่นมาบ้าง ซึ่งก็ส่งผลต่อกิจการของจ้าวฝูอยู่บ้าง
จ้าวฝูไม่อาจยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป หลังจากที่ผู้เล่นสามารถเริ่มต้นซื้อที่ดินและเริ่มต้นธุรกิจของตนเองได้ การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น ถ้าเขาต้องการที่จะเหนือกว่าคนอื่น เขาต้องมีบางสิ่งที่คนอื่นไม่มี จ้าวฝูถามซุนอี้ว่าไวน์เหล่านี้มีการบ่มกันนานเพียงใด และเมื่อได้ยินว่ามีหลายขวดที่เสร็จสิ้นแล้ว จ้าวฝูจึงเอาพวกมันไปที่ร้านอาหารอาทิตย์อัสดง ก่อนอื่นเขาจะขอให้คนอื่นชิมพวกมันและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมัน!
ทุกคนวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าอันสงสัย กลิ่นหอมของไวน์ที่ลอยออกมาเป็นที่ชื่นชอบของหญิงสาวแน่ๆ เมื่อจ้าวฝูเห็นหน้าตาที่มีความสุขและพึงพอใจของทุกๆคนหลังจากลิ้มรสไวน์ไปแล้ว เขาก็เข้าใจถึงมูลค่าของมัน
ในขณะนั้น เหอเซียนหลูที่สวมผ้าคลุมหน้าไว้และแผ่กลิ่นอายของสาวงามก็ได้เดินเข้ามา อย่างไรก็ตาม เมื่อดวงตาของเธอกระทบลงบนร่างของจ้าวฝู ลำแสงสีทองสองสายก็พุ่งเข้าหาเธอและทะลวงเข้าไปในดวงตาของเธอ ความเจ็บปวดทำให้เธอต้องถอยออกไปโดยสัญชาตญาณ
จ้าวฝูสังเกตเห็นสิ่งนี้และถามว่า "มันคืออะไร?"
เหอเซียนหลูส่ายหัวและค่อยๆฟื้นตัว เธอมองจ้าวฝูด้วยดวงตาที่เปื้อนเลือดของเธอและกล่าวว่า "จ้าว! ข้าต้องการพูดกับท่าน"
จ้าวฝูรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลก แต่เขาก็ยังพยักหน้าและตกลง
พวกเขาเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวและเหอเซียนหลูได้ทำความเคารพต่อจ้าวฝู ก่อนที่จะกล่าวว่า "ขอแสดงความยินดีด้วยฝ่าบาทสำหรับการได้รับพลังแห่งราชา!"
จ้าวฝูตกใจมาก แต่เมื่อเขานึกถึงปฏิกิริยาของเธอตั้งแต่แรกที่เข้ามาครั้งแรก เขาก็ลอบถอนหายใจ "ผู้คนจากร้อยสำนักแห่งความคิดเป็นคนที่พิเศษจริงๆ!"
จ้าวฝูพยักหน้ายอมรับสิ่งที่เซียนหลูกล่าว
เหอเซียนหลูกล่าวต่ออีกว่า "ฝ่าบาท ท่านต้องการฟังข้อเสนอแนะจากผู้น้อยผู้นี้ไหม?"
จ้าวฝูคิดเรื่องนี้ก่อนจะตอบว่า "มันคืออะไร?"
"ฝ่าบาท พลังแห่งราชาของท่านยังไม่ได้หลอมรวมกับโชคชะตาของท่าน พลังแห่งราชานั้นทรงพลังมากมายมหาศาล มันมีพลังที่จะรวมประเทศและทำให้ผู้ครอบครองไม่ต้องกลัวแม้กระทั่งจิตวิญญาณเทพเจ้า แต่คนผู้นั้นจำเป็นต้องหลอมรวมพลังแห่งราชาเข้ากับโชคชะตาแห่งสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนสรวงสวรรค์และปฐพี"
จ้าวฝูค่อนข้างสับสนเพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้สักนิดเดียวอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจพลังนี้อยู่บ้างและรู้วิธีใช้มัน
ต่อจากนั้น จ้าวฝูและเหอเซียนหลูจึงเริ่มคุยเรื่องนี้กันอย่างละเอียด จ้าวฝูถามเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาไม่แน่ใจ และเหอเซียนหลูก็ตอบทุกอย่างด้วยความลึกซึ้ง
หลังจากนั้นหลายชั่วโมง จ้าวฝูก็รู้สึกว่าเขาได้รับความเข้าใจมาเป็นอย่างมาก และทัศนคติของเขาต่อเหอเซียนหลูก็เปลี่ยนไปอย่างมากด้วย