- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 41 โคโบลด์
บทที่ 41 โคโบลด์
บทที่ 41 โคโบลด์
บทที่ 41 โคโบลด์
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา จ้าวฝูก็เดินทางถึงเมืองหนานโกวโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว จากนั้นก็มีรถยนต์ส่วนตัวมารับจ้าวฝูและคนอื่นๆไปยังย่านชนชั้นสูง
ย่านชนชั้นสูงที่จ้าวฝูถูกนำมาเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ของตระกูลอิ๋ง ไม่เพียงแต่ทัศนียภาพรอบๆจะดูดี แต่ความปลอดภัยก็ยังสูงอีกด้วย มีคนอยู่สองพันคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ และทุกคนก็มีสายเลือดของตระกูลอิ๋ง แน่นอนคนเหล่านี้ไม่ได้มาจากสาขาหลักของตระกูลอิ๋ง – คนที่มาจากสาขาหลักจะอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ดีกว่านี้
ที่นี่ จ้าวฝูได้พบกับตายายของเขา หลังจากที่พวกเขากอดกันและร้องไห้สักครู่นึง พวกเขาก็ถามเขาว่าทำไมจ้าวฝูถึงไม่กลับมาอยู่กับพวกเขา
จ้าวฝูรู้สึกปลื้มปิติที่เขาได้เห็นตายายของตน สำหรับเหตุผลที่เขาไม่ได้กลับไปอยู่กับพวกเขานั้นก็เป็นเพราะเขาไม่ต้องการที่จะเป็นภาระให้กับทุกคน พวกเขาค่อนข้างแก่และจ้าวฝูไม่คุ้นเคยกับญาติคนอื่นๆของเขา ญาติฝ่ายแม่ของเขาค่อนข้างเย็นชาต่อเขา ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่ค่อยสนใจที่จะติดต่อกับพวกเขานัก
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็ได้รับบ้านของตัวเอง มันมีเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางเมตรและได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภทและเห็นได้ชัดว่าตระกูลอิ๋งร่ำรวยมากแค่ไหน
หลังจากเปิดคอมพิวเตอร์อันใหม่เอี่ยมของเขา จ้าวฝูได้เข้าสู่ฟอรัมโลกจุติสวรรค์ตามนิสัยเพื่อดูว่ามีข่าวอะไรหรือไม่ ตอนนี้ขุมอำนาจอื่นๆกำลังพัฒนาอย่างช้าๆ เนื่องจากการสร้างองค์กรขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี และไม่สามารถทำได้ในทันที
เนื่องจากภูมิภาคต่างๆถูกแยกออกจากกัน หลายตระกูลอันทรงอำนาจจึงได้แยกส่วนออกจากกันและกัน ดังนั้น พวกเขาจึงจัดตั้งสมาคมเพื่อรับคนปกติเข้ามา แน่นอนคนธรรมดาเหล่านี้ไม่สามารถถูกลงโทษทางวินัยและควบคุมได้เช่นเดียวกับในกองทัพ เพราะใครบ้างจะต้องการโดนทำเช่นนั้นหลังจากได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจในโลกแห่งความเป็นจริง?
นอกจากนี้หลังจากที่ผู้เล่นเสียชีวิต การลงโทษก็เป็นเรื่องที่เป็นภาระมาก ผู้เล่นจะเสียทั้งระดับและอุปกรณ์สวมใส่เมื่อตาย และพวกเขาจะไม่สามารถเข้าโลกจุติสวรรค์ได้ 10 วัน ผู้ที่ไม่ใช่ลอร์ดก็จะถูกสุ่มเกิดในที่ต่างๆ โดยพื้นฐานแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับคัดเลือกจากสมาคมจะไม่ได้รับความไว้วางใจเท่าไรและมีน้อยมากๆที่จะกลายเป็นชนชั้นสูงที่ได้รับการเลี้ยงดูจากตระกูลใหญ่ๆ
นอกเหนือจากตระกูลขนาดใหญ่อันทรงพลังแล้ว ยังมีคนธรรมดาที่มีผลงานอยู่ได้ค่อนข้างดีอยู่ด้วย ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เพียงแต่ตระกูลขนาดใหญ่ที่จะมีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ - ความวุ่นวายมักจะสร้างวีรบุรุษขึ้นมาเสมอ และทุกๆคน โดยไม่คำนึงถึงชาติกำเนิดก็อาจจะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้ แม้กระทั่งคนธรรมดาที่ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ก็สามารถที่จะยกระดับขึ้นเหนือผู้คนได้
"กู่จวินพาผู้เล่นหลายร้อยคนไปถล่มป้อมปราการภูเขาที่มีคนถึง 1,000 คน!"
"หลิวซิวหมิงนำคนหลายร้อยคนไปทำลายหมู่บ้านต่างเผ่าพันธุ์ถึง 3 หมู่บ้าน!"
"เจียงฉางสุ่ยได้รับการยอมรับจากหมู่บ้าน และกลายเป็นหัวหน้าหมู่บ้านซานเจียง และได้รับชาวบ้าน 600 คน!"
หลังจากมองผ่านหัวข้อเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็กลับไปเข้าในโลกจุติสวรรค์อีกครั้ง เมื่อเทียบกับโลกแห่งความจริง จ้าวฝูมีความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งในโลกจุติสวรรค์มากกว่า
หลังจากกลับมาที่โลกจุติสวรรค์และคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาอ่านบนฟอรัมแล้ว จ้าวฝูรู้สึกถึงความกดดัน เขาตระหนักว่าเขาไม่อาจประมาทได้และเริ่มทำการสำรวจสำมะโนประชากร
ตอนนี้หมู่บ้านต้าฉินมีชาวบ้านอยู่ 1,340 คน และมีหมู่บ้านมนุษย์ 4 หมู่บ้าน หมู่บ้านก็อบลิน 3 หมู่บ้าน และหมู่บ้านโนมส์ 1 หมู่บ้าน
หลังจากไม่กี่วันได้ผ่านพ้นไป หมู่บ้านเหล่านี้ก็ฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ หมู่บ้านมนุษย์ทั้งสี่มีผู้คนรวมกันทั้งสิ้น 524 คน หมู่บ้านก็อบลินทั้งสามมีก็อบลินทั้งหมด 410 ตัว และหมู่บ้านโนมส์ก็มีพวกโนมส์ 189 ตัว
จ้าวฝูไปที่หมู่บ้านต่างๆ และเลือกผู้คนจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนเป็นทหารต้าฉิน ในตอนนี้มีทหารต้าฉินจำนวนทั้งสิ้น 930 คน ทหารก็อบลินจำนวน 150 ตัว และทหารโนมส์ 100 ตัว รวมทั้งหมดเป็นจำนวนทหาร 1,180 คน
อย่างไรก็ตาม พวกต่างเผ่าก็สามารถเปลี่ยนอาชีพของพวกมันเป็นทหารต้าฉินได้ มันไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนของทหารต้าฉิน หรือเผ่าพันธุ์ใดๆ มันมีแค่ขีดจำกัดทหารของแต่ละหมู่บ้าน และทหารที่นอกเหนือจากนั้นจะไม่ได้รับค่าสถานะของหมู่บ้าน
ดังนั้น ทั้งหมดทั้งหมด 1,180 คนจึงเป็นทหารต้าฉิน และพวกเขาก็ได้รับค่าสถานะพิเศษจากอาชีพของจน จากคนพวกนี้จำนวน 35 คนรับผิดชอบในการสำรวจทางเดิน 254 คนรับผิดชอบในการป้องกันหมู่บ้าน และจ้าสฝูได้นำทหารอีก 900 คนไปกับเขา
จ้าวฝูได้นำเหล่าทหาร 900 คนสำรวจบริเวณนอกรัศมี 20 กิโลเมตรโดยรอบ สิ่งที่จะทำให้พวกทหารได้รับความสะดวกมากขึ้นก็คือม้า แต่มีเพียงส่วนน้อยของพวกเขาที่จะรู้วิธีขี่ม้า ดังนั้นทหารส่วนใหญ่ยังคงเดินเท้า - ถึงอย่างไรก็ตามก็มีทหารจำนวน 200 คนที่ขี่ม้าได้
ตอนนี้จ้าวฝูกำลังขี่ดำน้อย ราชาม้าพงไพรทมิฬ โดยนำหน้ากองทัพไปในขณะที่เทาน้อยเดินเคียงข้างพวกเขาและสูดดมกลิ่นไปรอบๆ
ทันใดนั้น เทาน้อยก็ได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่าง มันหอนก่อนที่จะวิ่งไปข้างหน้าและจ้าวฝูก็ขี่ดำน้อยตามหลังมันไป
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ค้นพบหมู่บ้านระดับกลางบนที่ราบ มันเป็นหมู่บ้านต่างเผ่าพันธุ์และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็มีหัวเป็นสุนัขและร่างเป็นมนุษย์ มันดูคล้ายกับพวกโคโบลด์
มันเป็นหมู่บ้านโคโบลด์และมีโคโบลด์ประมาณ 1,000 ตัว มีทหารโคโบลด์ 700 ตัวและอีก 300 ตัวเป็นผู้สูงอายุ หญิง หรือเด็ก
ทหารโคโบลด์ส่วนมากถือกระบี่หรือหอก จ้าวฝูไม่กล้าที่จะเข้าไปสังเกตุใกล้ๆเพราะเป็นไปได้ว่าจมูกของพวกมันอาจจะมีความอ่อนไหวเหมือนกับสุนัขปกติ
โคโบลด์1,000 ตัวเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ ถ้ามีโคโบลด์เพียงแค่ 500 - 600 ตัว พวกเขาอาจรอจนถึงเวลากลางคืนเพื่อซุ่มโจมตีหมู่บ้านได้
"เราควรทำอย่างไรดี?"
จ้าวฝูก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างและมองไปที่เทาน้อย เทาร้อยผู้ซึ่งทำงานลุล่วงเรียบร้อยแล้วและนอนราบลงบนพื้นรู้สึกหนาวสั่นและหันไปมองจ้าวฝูที่มองมายังตนอย่างชั่วร้าย ทันทีที่เทาน้อยรู้สึกตัว มันเตรียมที่จะวิ่งหนีไป
คราวนี้จ้าวฝูไม่จำเป็นต้องทำอะไร ดำน้อยเหยียบหางเทาน้อยเป็นการแก้แค้นให้กับการกลั่นแกล้งจากครั้งก่อน มันจะให้โอกาสแก้แค้นนี้หลุดรอดไปได้อย่างไร?
เทาน้อยหันกลับมาและหอนบอกให้ดำน้อยปล่อยมันไป เทาน้อยรู้สึกว่าเจ้านายของตนนั้นกำลังมีความคิดที่ชั่วร้ายอยู่
ดำน้อยเองก็ร้องออกมาในขณะที่มันเหยียบหางเทาน้อยไว้และมันก็ยิ้มออกมาจนเห็นฟันสีขาวของมัน ดูราวกับว่ามันกำลังพูดว่า "ฮีฮีฮี คนที่ประสบปัญหาคือเจ้า ไม่ใช่ข้า ข้าแค่เป็นเด็กดีและเชื่อฟัง!"
เทาน้อยโกรธอย่างมากและหันไปกัดดำน้อย เจ้าม้าไร้ยางอาย! อย่างไรก็ตาม ดำน้อยก็เหยียบมันไว้และหลบไปมา
จ้าวฝูอดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้และกล่าวว่า "เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองหยุดได้แล้ว!"
ในความเป็นจริง จ้าวฝูไม่ต้องการให้เทาน้อยทำอะไรเหมือนครั้งก่อน กลับกัน มันเป็นเพราะเขาจำได้ว่าจมูกของเทาน้อยนั้นมีปฏิกิริยาดีแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม ข้อดีอาจกลายเป็นข้อเสียหากมันใช้ผิดจุด โคโบลด์ส่วนใหญ่มีจมูกที่มีความรู้สึกอ่อนไหวมาก ดังนั้นจ้าวฝูจึงคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร จ้าวฝูพาทหารกลับไปที่หมู่บ้านต้าฉินเพื่อไม่พวกโคโบลด์ตื่นตัวโดยไม่จำเป็น
หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านต้าฉินแล้ว จ้าวฝูก็สั่งให้ทุกคนทำงานสิ่งหนึ่ง: เก็บพริก แล้วอบแห้งโดยเตา ก่อนจะบดเป็นผง จ้าวฝูและทหารของเขาได้เตรียมพริกป่นไว้หลายร้อยกิโลกัรม ก่อนที่จะกลับไปที่หมู่บ้านโคโบลด์ด้วยความมั่นใจ
*** ประกาศชี้แจงหน่อยนะครับ สำหรับคนที่ตามยาวๆ ตอนนี้ทางเพจได้เปิดกลุ่มลับขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะลงไวกว่าในนี้และราคาถูกกว่า (ณ ตอนนี้ลงถึงตอนที่ 58 แล้ว) ใครสนใจก็ตามเข้ามาในเพจได้เลย >>The Lord's Empire - นิยายแปล
ส่วนในไทยโนเวลจะลงประมาณวันละ 2 ตอนครับ (ในเพจวันละ 3 ตอนบ่อยๆ)