เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 โคโบลด์

บทที่ 41 โคโบลด์

บทที่ 41 โคโบลด์


บทที่ 41 โคโบลด์

 

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา จ้าวฝูก็เดินทางถึงเมืองหนานโกวโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว จากนั้นก็มีรถยนต์ส่วนตัวมารับจ้าวฝูและคนอื่นๆไปยังย่านชนชั้นสูง

ย่านชนชั้นสูงที่จ้าวฝูถูกนำมาเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ของตระกูลอิ๋ง ไม่เพียงแต่ทัศนียภาพรอบๆจะดูดี แต่ความปลอดภัยก็ยังสูงอีกด้วย มีคนอยู่สองพันคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ และทุกคนก็มีสายเลือดของตระกูลอิ๋ง แน่นอนคนเหล่านี้ไม่ได้มาจากสาขาหลักของตระกูลอิ๋ง – คนที่มาจากสาขาหลักจะอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ดีกว่านี้

ที่นี่ จ้าวฝูได้พบกับตายายของเขา หลังจากที่พวกเขากอดกันและร้องไห้สักครู่นึง พวกเขาก็ถามเขาว่าทำไมจ้าวฝูถึงไม่กลับมาอยู่กับพวกเขา

จ้าวฝูรู้สึกปลื้มปิติที่เขาได้เห็นตายายของตน สำหรับเหตุผลที่เขาไม่ได้กลับไปอยู่กับพวกเขานั้นก็เป็นเพราะเขาไม่ต้องการที่จะเป็นภาระให้กับทุกคน พวกเขาค่อนข้างแก่และจ้าวฝูไม่คุ้นเคยกับญาติคนอื่นๆของเขา ญาติฝ่ายแม่ของเขาค่อนข้างเย็นชาต่อเขา ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่ค่อยสนใจที่จะติดต่อกับพวกเขานัก

หลังจากนั้น จ้าวฝูก็ได้รับบ้านของตัวเอง มันมีเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางเมตรและได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภทและเห็นได้ชัดว่าตระกูลอิ๋งร่ำรวยมากแค่ไหน

หลังจากเปิดคอมพิวเตอร์อันใหม่เอี่ยมของเขา จ้าวฝูได้เข้าสู่ฟอรัมโลกจุติสวรรค์ตามนิสัยเพื่อดูว่ามีข่าวอะไรหรือไม่ ตอนนี้ขุมอำนาจอื่นๆกำลังพัฒนาอย่างช้าๆ เนื่องจากการสร้างองค์กรขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี และไม่สามารถทำได้ในทันที

เนื่องจากภูมิภาคต่างๆถูกแยกออกจากกัน หลายตระกูลอันทรงอำนาจจึงได้แยกส่วนออกจากกันและกัน ดังนั้น พวกเขาจึงจัดตั้งสมาคมเพื่อรับคนปกติเข้ามา แน่นอนคนธรรมดาเหล่านี้ไม่สามารถถูกลงโทษทางวินัยและควบคุมได้เช่นเดียวกับในกองทัพ เพราะใครบ้างจะต้องการโดนทำเช่นนั้นหลังจากได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจในโลกแห่งความเป็นจริง?

นอกจากนี้หลังจากที่ผู้เล่นเสียชีวิต การลงโทษก็เป็นเรื่องที่เป็นภาระมาก ผู้เล่นจะเสียทั้งระดับและอุปกรณ์สวมใส่เมื่อตาย และพวกเขาจะไม่สามารถเข้าโลกจุติสวรรค์ได้ 10 วัน ผู้ที่ไม่ใช่ลอร์ดก็จะถูกสุ่มเกิดในที่ต่างๆ โดยพื้นฐานแล้ว ผู้เล่นที่ได้รับคัดเลือกจากสมาคมจะไม่ได้รับความไว้วางใจเท่าไรและมีน้อยมากๆที่จะกลายเป็นชนชั้นสูงที่ได้รับการเลี้ยงดูจากตระกูลใหญ่ๆ

นอกเหนือจากตระกูลขนาดใหญ่อันทรงพลังแล้ว ยังมีคนธรรมดาที่มีผลงานอยู่ได้ค่อนข้างดีอยู่ด้วย ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เพียงแต่ตระกูลขนาดใหญ่ที่จะมีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ - ความวุ่นวายมักจะสร้างวีรบุรุษขึ้นมาเสมอ และทุกๆคน โดยไม่คำนึงถึงชาติกำเนิดก็อาจจะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้ แม้กระทั่งคนธรรมดาที่ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ก็สามารถที่จะยกระดับขึ้นเหนือผู้คนได้

"กู่จวินพาผู้เล่นหลายร้อยคนไปถล่มป้อมปราการภูเขาที่มีคนถึง 1,000 คน!"

"หลิวซิวหมิงนำคนหลายร้อยคนไปทำลายหมู่บ้านต่างเผ่าพันธุ์ถึง 3 หมู่บ้าน!"

"เจียงฉางสุ่ยได้รับการยอมรับจากหมู่บ้าน และกลายเป็นหัวหน้าหมู่บ้านซานเจียง และได้รับชาวบ้าน 600 คน!"

หลังจากมองผ่านหัวข้อเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็กลับไปเข้าในโลกจุติสวรรค์อีกครั้ง เมื่อเทียบกับโลกแห่งความจริง จ้าวฝูมีความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งในโลกจุติสวรรค์มากกว่า

หลังจากกลับมาที่โลกจุติสวรรค์และคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาอ่านบนฟอรัมแล้ว จ้าวฝูรู้สึกถึงความกดดัน เขาตระหนักว่าเขาไม่อาจประมาทได้และเริ่มทำการสำรวจสำมะโนประชากร

ตอนนี้หมู่บ้านต้าฉินมีชาวบ้านอยู่ 1,340 คน และมีหมู่บ้านมนุษย์ 4 หมู่บ้าน หมู่บ้านก็อบลิน 3 หมู่บ้าน และหมู่บ้านโนมส์ 1 หมู่บ้าน

หลังจากไม่กี่วันได้ผ่านพ้นไป หมู่บ้านเหล่านี้ก็ฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ หมู่บ้านมนุษย์ทั้งสี่มีผู้คนรวมกันทั้งสิ้น 524 คน หมู่บ้านก็อบลินทั้งสามมีก็อบลินทั้งหมด 410 ตัว และหมู่บ้านโนมส์ก็มีพวกโนมส์ 189 ตัว

จ้าวฝูไปที่หมู่บ้านต่างๆ และเลือกผู้คนจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนเป็นทหารต้าฉิน ในตอนนี้มีทหารต้าฉินจำนวนทั้งสิ้น 930 คน ทหารก็อบลินจำนวน 150 ตัว และทหารโนมส์ 100 ตัว รวมทั้งหมดเป็นจำนวนทหาร 1,180 คน

อย่างไรก็ตาม พวกต่างเผ่าก็สามารถเปลี่ยนอาชีพของพวกมันเป็นทหารต้าฉินได้ มันไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนของทหารต้าฉิน หรือเผ่าพันธุ์ใดๆ มันมีแค่ขีดจำกัดทหารของแต่ละหมู่บ้าน และทหารที่นอกเหนือจากนั้นจะไม่ได้รับค่าสถานะของหมู่บ้าน

ดังนั้น ทั้งหมดทั้งหมด 1,180 คนจึงเป็นทหารต้าฉิน และพวกเขาก็ได้รับค่าสถานะพิเศษจากอาชีพของจน จากคนพวกนี้จำนวน 35 คนรับผิดชอบในการสำรวจทางเดิน 254 คนรับผิดชอบในการป้องกันหมู่บ้าน และจ้าสฝูได้นำทหารอีก 900 คนไปกับเขา

จ้าวฝูได้นำเหล่าทหาร 900 คนสำรวจบริเวณนอกรัศมี 20 กิโลเมตรโดยรอบ สิ่งที่จะทำให้พวกทหารได้รับความสะดวกมากขึ้นก็คือม้า แต่มีเพียงส่วนน้อยของพวกเขาที่จะรู้วิธีขี่ม้า ดังนั้นทหารส่วนใหญ่ยังคงเดินเท้า - ถึงอย่างไรก็ตามก็มีทหารจำนวน 200 คนที่ขี่ม้าได้

ตอนนี้จ้าวฝูกำลังขี่ดำน้อย ราชาม้าพงไพรทมิฬ โดยนำหน้ากองทัพไปในขณะที่เทาน้อยเดินเคียงข้างพวกเขาและสูดดมกลิ่นไปรอบๆ

ทันใดนั้น เทาน้อยก็ได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่าง มันหอนก่อนที่จะวิ่งไปข้างหน้าและจ้าวฝูก็ขี่ดำน้อยตามหลังมันไป

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ค้นพบหมู่บ้านระดับกลางบนที่ราบ มันเป็นหมู่บ้านต่างเผ่าพันธุ์และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็มีหัวเป็นสุนัขและร่างเป็นมนุษย์ มันดูคล้ายกับพวกโคโบลด์

มันเป็นหมู่บ้านโคโบลด์และมีโคโบลด์ประมาณ 1,000 ตัว มีทหารโคโบลด์ 700 ตัวและอีก 300 ตัวเป็นผู้สูงอายุ หญิง หรือเด็ก

ทหารโคโบลด์ส่วนมากถือกระบี่หรือหอก จ้าวฝูไม่กล้าที่จะเข้าไปสังเกตุใกล้ๆเพราะเป็นไปได้ว่าจมูกของพวกมันอาจจะมีความอ่อนไหวเหมือนกับสุนัขปกติ

โคโบลด์1,000 ตัวเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ ถ้ามีโคโบลด์เพียงแค่ 500 - 600 ตัว พวกเขาอาจรอจนถึงเวลากลางคืนเพื่อซุ่มโจมตีหมู่บ้านได้

"เราควรทำอย่างไรดี?"

จ้าวฝูก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างและมองไปที่เทาน้อย เทาร้อยผู้ซึ่งทำงานลุล่วงเรียบร้อยแล้วและนอนราบลงบนพื้นรู้สึกหนาวสั่นและหันไปมองจ้าวฝูที่มองมายังตนอย่างชั่วร้าย ทันทีที่เทาน้อยรู้สึกตัว มันเตรียมที่จะวิ่งหนีไป

คราวนี้จ้าวฝูไม่จำเป็นต้องทำอะไร ดำน้อยเหยียบหางเทาน้อยเป็นการแก้แค้นให้กับการกลั่นแกล้งจากครั้งก่อน มันจะให้โอกาสแก้แค้นนี้หลุดรอดไปได้อย่างไร?

เทาน้อยหันกลับมาและหอนบอกให้ดำน้อยปล่อยมันไป เทาน้อยรู้สึกว่าเจ้านายของตนนั้นกำลังมีความคิดที่ชั่วร้ายอยู่

ดำน้อยเองก็ร้องออกมาในขณะที่มันเหยียบหางเทาน้อยไว้และมันก็ยิ้มออกมาจนเห็นฟันสีขาวของมัน ดูราวกับว่ามันกำลังพูดว่า "ฮีฮีฮี คนที่ประสบปัญหาคือเจ้า ไม่ใช่ข้า ข้าแค่เป็นเด็กดีและเชื่อฟัง!"

เทาน้อยโกรธอย่างมากและหันไปกัดดำน้อย เจ้าม้าไร้ยางอาย! อย่างไรก็ตาม ดำน้อยก็เหยียบมันไว้และหลบไปมา

จ้าวฝูอดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้และกล่าวว่า "เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองหยุดได้แล้ว!"

ในความเป็นจริง จ้าวฝูไม่ต้องการให้เทาน้อยทำอะไรเหมือนครั้งก่อน กลับกัน มันเป็นเพราะเขาจำได้ว่าจมูกของเทาน้อยนั้นมีปฏิกิริยาดีแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ข้อดีอาจกลายเป็นข้อเสียหากมันใช้ผิดจุด โคโบลด์ส่วนใหญ่มีจมูกที่มีความรู้สึกอ่อนไหวมาก ดังนั้นจ้าวฝูจึงคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร จ้าวฝูพาทหารกลับไปที่หมู่บ้านต้าฉินเพื่อไม่พวกโคโบลด์ตื่นตัวโดยไม่จำเป็น

หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านต้าฉินแล้ว จ้าวฝูก็สั่งให้ทุกคนทำงานสิ่งหนึ่ง: เก็บพริก แล้วอบแห้งโดยเตา ก่อนจะบดเป็นผง จ้าวฝูและทหารของเขาได้เตรียมพริกป่นไว้หลายร้อยกิโลกัรม ก่อนที่จะกลับไปที่หมู่บ้านโคโบลด์ด้วยความมั่นใจ


*** ประกาศชี้แจงหน่อยนะครับ สำหรับคนที่ตามยาวๆ ตอนนี้ทางเพจได้เปิดกลุ่มลับขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะลงไวกว่าในนี้และราคาถูกกว่า (ณ ตอนนี้ลงถึงตอนที่ 58 แล้ว) ใครสนใจก็ตามเข้ามาในเพจได้เลย >>The Lord's Empire - นิยายแปล

ส่วนในไทยโนเวลจะลงประมาณวันละ 2 ตอนครับ (ในเพจวันละ 3 ตอนบ่อยๆ)

จบบทที่ บทที่ 41 โคโบลด์

คัดลอกลิงก์แล้ว