เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ออกล่า

บทที่ 36 ออกล่า

บทที่ 36 ออกล่า


บทที่ 36 ออกล่า

 

หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านต้าฉินแล้ว จ้าวฝูก็รวมกลุ่มสำรวจอีกครั้งและได้เพิ่มคนเข้าไปใหม่อีก 5 คน ซึ่งมีทั้งชายและหญิง และค่าสถานะสติปัญญาของพวกเขาก็ค่อนข้างสูง ในตอนนี้ ในกลุ่มทีทหารทั้งสิ้น 35 คน

จ้าวฝูได้มอบเคล็ดวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์ให้กับนักรบก็อบลิน 10 ตัว และทหารราบ 10 คน เนื่องจากพวกเขาคือทัพหน้า พวกเขาสามารถซ่อนตัวอยู่หลังโล่ในขณะที่ร่ายเคล็ดวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์ได้

เนื่องจากพลธนูมักจะอยู่ห่างไกลจากการต่อสู้ จ้าวฝูจึงไม่ได้มอบทักษะใดๆให้กับพวกเขา หลังจากที่นักธนูได้รับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ไป การยิงธนูของพวกเขาก็เริ่มเฉียบคมและแม่นยำมากขึ้น ถ้าโครงกระดูกไม่ได้เตรียมพร้อม พลธนูจะสามารถเจาะทะลวงหัวของพวกมันในแต่ละครั้งด้วยความมั่นใจเกือบเต็มที่

สำหรับสมาชิกใหม่ทั้ง 5 คน จ้าวฝูมอบกระสุนแสงศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเขาได้เรียนรู้

ในตอนนี้ มันก็ถึงเวลาแล้วที่จะทดสองประสิทธิภาพของทักษะเหล่านี้ พวกเขาเดินไปตามทางเดินที่ยังไม่ได้ถูกปิดผนึกและก้าวต่อไปข้างหน้าในความมืดมิดอย่างช้าๆ ในไม่ช้า โครงกระดูก 10 กว่าต่อก็กลับมามีชีวิตและยกอาวุธของพวกมันขึ้นในขณะที่พวกมันวิ่งเข้ามา

นักรบก็อบลินและทหารราบไม่ได้ตื่นตระหนักแต่อย่างไร นักรบก็อบลินยกโล่ของพวกมันขึ้นจากนั้นก็ร่ายเคล็ดวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์ ลำแสงสีขาวเจิดจ้าตกลงบนร่างของทหารโครงกระดูก และควันสีขาวก็เริ่มพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของพวกมันในขณะที่พวกมันโหยหวนและถอยกลับไป

ลำแสงสีขาวยังคงสาดซัดเข้าใส่ร่างกายของพวกมัน และลดความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของพวกมันลงไปหนึ่งในสามในพริบตา ในขณะที่แสงสีขาวได้ปรากฏขึ้น ทางเดินอันมืดมิดก็ดูสว่างไสวราวกับกลางวัน และมันก็ทำให้ตาพร่าไปเล็กน้อย

ในทันใดนั้นเอง ลูกแก้วแสงสีขาว 5 ลูกก็ได้บินออกจากทางด้านหลังของกำแพงโล่ และตกลงบนกลุ่มของโครงกระดูกที่ล่าถอยไป

ปัง! ปัง! ปัง...

ลูกแก้วแสงระเบิดออกด้วยแสงสีขาวอันเจิดจ้า โครงกระดูกมากกว่าครึ่งหนึ่งโหยหวนออกมาก่อนที่จะล้มลงเป็นกองกระดูก และโครงกระดูกที่เหลืออยู่ก็แทบจะไม่มีชีวิตเหลืออยู่แล้ว ในที่สุดโครงกระดูกที่เหลืออยู่ก็ถูกสังหารอย่างง่ายดายโดยทหารราบด้วยค้อนเหล็กของพวกเขา

ตอนนี้ ทหารโครงกระดูกไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อทหารของจ้าวฝู และพวกเขาก็สามารถจัดการกับโครงกระดูกทุกๆกลุ่มที่เจอได้ทั้งหมด ในขณะที่พวกเขาเดินทัพต่อ พวกเขาก็ฆ่าพวกมันไปหลายกลุ่มแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะพบกับหัวหน้าโครงกระดูก พวกเขาก็ลำบากเพียงเล็กน้อยในการจัดการกับพวกมัน โดยที่จ้าวฝูและผู้ใต้บังคับบัญชาที่แข็งแกร่งที่สุดของเขานั้นไม่ต้องลงมืออะไรเลย

จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่สักครู่ก่อนที่จะทิ้งเรื่องนี้ไว้ให้กับหลี่เหวิ่น จ้าวฝูบอกเขาให้ดำเนินการสำเร็จต่อและแจ้งให้จ้าวฝูทราบถ้าเขาพบกับแม่ทัพโครงกระดูก ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็พาไป่ฉีและผู้ใต้บังคับบัญชาหลักๆขึ้นมาจัดการเรื่องข้างบน

ตอนนี้จ้าวฝูมีผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้อยู่มากมาย และเขาก็ไม่ได้ตระหนี่ถี่เหนียวกับพวกมัน เขามอบพวกมันให้กับทหารของเขา - ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับระดับของพวกมัน

หลังจากกลับมาที่ผิวดินแล้ว จ้าวฝูก็พาเทาน้อยและคนบางส่วนไปลาดตระเวนรอบๆเพื่อหวังว่าจะพบหมู่บ้านที่เขาสามารถยึดครองได้ ตอนนี้กองกำลังของจ้าวฝูมีจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน และเขาก็ไม่สามารถเอาชนะหมู่บ้านออร์คได้อย่างแน่นอน

จ้าวฝูทิ้งทหารบางส่วนไว้เฝ้ายามในขณะที่เขาพาทหาร 300 คนออกไปลาดตระเวนกับเขา ตอนนี้ด้วยเทาน้อย ตราบใดที่มีร่องรอยกลิ่นของมนุษย์ เทาน้อยก็จะสามารถติดตามมันไปยังหมู่บ้านได้

ในตอนนี้ เทาน้อยได้ก้มลงบนพื้นและสูดกลิ่นไปรอบๆ แม้ว่าจะเป็นราชาหมาป่า แต่การทำเช่นนี้ก็แสดงให้เห็นว่ามันภักดีต่อจ้าวฝู ในขณะที่มันทำเช่นนี้ จ้าวฝูก็ตามไปข้างๆมัน

"อู้วววว..." ทันใดนั้นเอง เทาน้อยก็ดูเหมือนจะค้นพบอะไรบางอย่างและหอนออกมา ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองจ้าวฝู

จ้าวฝูพยักหน้า เมื่อได้รับการตอบสนอง เทาน้อยก็วิ่งออกไป และจ้าวฝูก็สั่งให้ทุกๆคนตามไปอย่างใกล้ชิด

จ้าวฝูและทหารของเขาเริ่มวิ่งตามหลังเทาน้อยไปจนกระทั่งพวกเขามาถึงเนินเขา โดยที่ด้านล่างนั้นเป็นหมู่บ้านมนุษย์แห่งนี้

หมู่บ้านแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นหมู่บ้านระดับกลาง และมันมีคนอยู่กว่า 600 คน อย่างไรก็ตาม การป้องกันนั้นก็ค่อนข้างอ่อนแอ และมีการบริการที่ค่อนข้างแย่ บ้านเรือนไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในแบบเดียวกัน และมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยมาก เห็นได้ชัดว่าลอร์ดนั้นมีทักษะการบริหารที่ย่ำแย่

เขาควรจะพิชิตหมู่บ้านแห่งนี้อย่างไร? จ้าวฝูขมวดคิ้ว จุดอ่อนเดียวของหมู่บ้านแห่งนี้คือการป้องกันที่อ่อนแอ นี่เป็นหมู่บ้านธรรมดา ดังนั้นยาพิษจึงไม่ได้ผลเท่าไรเพราะหมู่บ้านแห่งนี้ส่วนใหญ่ทำอาหารกินกันเอง หมู่บ้านแห่งนี้ยังได้มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีชาวบ้านมากนักที่ออกไปล่าสัตว์ ดังนั้น มันจึงดูเหมือนว่าวิธีการเดียวที่สามารถใช้การได้คือการโจมตีโดยตรง แต่นั่นก็จะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ทำได้แค่รอโอกาส ดวงอาทิตย์กำลังจะตก และความมืดค่อยๆเข้ามาแทนที่ จ้าวฝูได้ตัดสินใจที่จะหาที่ซ่อนเพื่อตั้งค่าย และเขาต้องการรอดูว่าพวกเขาจะพบอะไรได้ไหมในวันต่อไป

แม้ว่าดวงจันทร์จะไม่ได้ลอยเด่นขึ้นมา แต่ท้องฟ้าก็ยังสว่างไสวไปด้วยดวงดารานับไม่ถ้วน ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างสวยงาม

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูไม่ได้มีกระจิตกระใจจะชื่นชมกับเหล่าดวงดาวที่สวยงาม กลับกัน เขาขมวดคิ้วในขณะที่เขาถาม "ไป่ฉี เจ้าคิดยังไงเกี่ยวกับสถานการณ์นี้?"

ไป่ฉีคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตอบออกมา "ถ้าพวกเราไม่สามารถหาโอกาสใดๆได้ พวกเขาก็ต้องรอจนกระทั่งถึงประมาณตีสาม เมื่อผู้คนกำลังหลับลึกหรือเมื่อยล้าจากการเฝ้ายาม การป้องกันของหมู่บ้านจะอ่อนแอมาก ดังนั้นโอกาสประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้น"

จ้าวฝูพยักหน้า ถ้าไม่มีอะไรอื่นอีก พวกเขาจะต้องทำการโจมตีโดยตรง

ในตอนเช้ามืด ในขณะที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆ จ้าวฝูก็ตื่นขึ้นและมองไปที่หมู่บ้าน

หลังจากนั้นไม่นาน ชายร่างใหญ่ที่ดูหยาบกร้านที่ถือกระบี่และมีคันธนูสะพายอยู่ด้านหลัง และนำพาผู้ชายกว่า 10 คนที่สวมอาวุธคล้ายๆกันออกไปจากหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะออกไปล่าสัตว์

หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน จ้าวฝูก็รวบรวมกองกำลังของเขาในทันที

"พี่หู! วันนี้พวกเราต้องจับหมูป่าตัวใหญ่มาให้ทุกๆคนได้กินกันได้แน่ๆ!" ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดกับชายร่างใหญ่ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

ชายร่างใหญ่ยิ้มอย่างเถรตรงในขณะที่เขาตอบ "เอาล่ะ นับประสาอะไรกับหมูป่าแค่ตัวเดียว พี่ใหญ่หูของเจ้าจะจับหมูป่ามาให้เจ้าถึงสามตัวเลย"

ชายหนุ่มมองไปที่ชายร่างใหญ่ด้วยความเคารพในขณะที่เขากล่าวออกมา "ครับผม! ข้าเชื่อในตัวพี่หู เนื่องจากพี่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านของเรา ถ้าพี่ไม่สามารถทำมันได้ แล้วใครจะทำได้อีก"

ชายร่างใหญ่หัวเราะอย่างร่าเริง อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา รอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างในขณะที่เขามองไปรอบๆด้วยใบหน้าอันจริงจัง

เมื่อชายหนุ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในฉับพลันจากชายร่างยักษ์ ชายหนุ่มก็ถามออกมาด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือพี่หู?"

ชายร่างใหญ่มองไปรอบๆและพูดด้วยเสียงต่ำ "ศัตรู!"

ทุกๆคนได้ยินสิ่งที่เขาพูดและเริ่มตื่นตัว นักล่าเหล่านี้รวมกลุ่มกันและมองไปรอบๆ แต่พวกเขาก็ไม่เห็นอะไร ทุกๆคนรู้สึกว่าชายร่างใหญ่อาจจะคิดผิดและพากันมองมาที่เขา

"เจ้าไม่จำเป็นต้องซ่อนตัว ข้าตรวจพบเจ้าแล้ว!" ชายร่างใหญ่ตะโกนออกมาในทันใด

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ล้อมรอบไว้ทั้งหมด แต่จ้าวฝูก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนี ดังนั้นเขาจึงเผยตัวตนออกมาพร้อมกับทหารส่วนที่เหลือ

ชายร่างใหญ่และคนอื่นๆในกลุ่มของเขาเห็นหญ้าสูงตรงหน้าของพวกตนเริ่มสั่นไหวในขณะที่ทหารราบ นักธนู และโนมส์หน้าไม้ได้โผล่ขึ้นมา ส่งผลให้ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด

"พวกเจ้าเป็นใครกัน? ทำไมพวกเจ้าถึงต้องการสังหารคนของหมู่บ้านพยัคฆ์ยิ่งใหญ่ด้วย?"

หน้าของชายร่างยักษ์ซีดเซียวเป็นอย่างมาก - แม้ว่าเขาจะรับรู้ได้ถึงอันตราย แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมีคนมากขนาดนี้ เมื่อเขาเห็นลูกศรและหน้าไม้ชี้มาทางพวกเขา เขาก็รู้ว่ามันไม่มีโอกาสให้หลบหนีได้เลย


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 36 ออกล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว