- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 22 ยุทธภัณฑ์แม่ทัพ
บทที่ 22 ยุทธภัณฑ์แม่ทัพ
บทที่ 22 ยุทธภัณฑ์แม่ทัพ
บทที่ 22 ยุทธภัณฑ์แม่ทัพ
ลูกธนูกระแทกเข้ากับหน้าอกของหัวหน้าโครงกระดูกอย่างหนักหน่วง และมันก็ฝังเข้าไปในเกราะของมัน หัวหน้าโครงกระดูกสูญเสียสมดุล ทำให้มันสะดุดไปข้างหลังหลายก้าว
ทันใดนั้นเอง ลูกไฟสีเลือดขนาดใหญ่สองลูกได้กระแทกเข้าใส่มันอีก
ในขณะที่เสียงระเบิดดังกึกก้องสองครั้งได้ดังออกมา ลูกไฟก็ระเบิดกระจายออกมา เกิดเป็นคลื่นกระแทกขนาดใหญ่และส่งให้ทหารโครงกระดูกและหัวหน้าโครงกระดูกกระเด็นออกไป
ในตอนที่หัวหน้าโครงกระดูกกำลังปีนขึ้นมาจากพื้น ลูกไฟสีเลือดจากจ้าวฝูก็ปะทะเข้าใส่ร่างของมัน
ปัง!!
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกันกับที่หัวหน้าโครงกระดูกที่กำลังจะลุกขึ้นยืนถูกส่งให้กระเด็นออกไป 3 - 4 เมตร
ตอนนี้ทหารโครงกระดูกตนอื่นๆได้ลุกขึ้นยืนแล้ว หลังจากสูญเสียผู้นำอย่างหัวหน้าโครงกระดูกไป พวกมันก็วิ่งเข้าใส่ตามสัญชาตญาณ
"พลธนู ยิงลูกศรของพวกเจ้าและต้านพวกมันไว้!" จ้าวฝูตะโกน
พลธนูยิงลูกศรของพวกเขาออกมาอย่างต่อเนื่องตามคำสั่งเพื่อต้านพวกมันให้ผู้อาวุโสโล๊ค ในไม่ช้า ลูกไฟสีเลือดสองลูกก็ก่อตัวขึ้นในอากาศอีกครั้งและปะทะลงไปท่ามกลางพวกทหารโครงกระดูก ส่งให้พวกมันกระเด็นออกไป
ใกล้ๆกันนั้น หัวหน้าโครงกระดูกพยายามจะเดินเข้ามา แต่มันก็ถูกลูกไฟธรรมดากระแทกร่างอีก ส่งให้มันกระเด็นออกไป 3 - 4 เมตร
เมื่อเห็นว่าพวกเขาแยกหัวหน้าโครงกระดูกออกจากทหารโครงกระดูกได้แล้ว จ้าวฝูก็กล่าวขึ้นมาในทันที "ไป่ฉี ข้ายกหัวหน้าโครงกระดูกให้เจ้า!"
ไป่ฉีพยักหน้าและทะยานเข้าใส่หัวหน้าโครงกระดูก
ทหารโครงกระดูกที่เหลืออยู่ 11 ตัวถูกยันไว้โดยจ้าวฝูและคนอื่นๆ เมื่อพวกมันรวมตัวกันได้ 3 - 4 ตัว ลูกไฟก็จะพุ่งเข้าใส่ หลังจากนั้นผู้ใช้โล่และทหารราบก็จะเข้าโจมตีบ้าคลั่งในขณะที่พวกมันล้มลงกับพื้น
ไม่นานนักจ้าวฝูก็ควบคุมสถานการณ์ฝั่งตัวเองได้ ด้านของไป่ฉี เนื่องจากหัวหน้าโครงกระดูกอ่อนแรงลงจากการโจมตีของจ้าวฝูและผู้อาวุโสโล๊คแล้ว มันจึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มันก็ยังทรงพลังอยู่ หัวหน้าโครงกระดูกจับกระบี่ไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของมัน และโจมตีไป่ฉีอย่างหนักหน่วงในแต่ละครั้ง แสงกระบี่เย็นทอประกายออกมาในขณะที่มันโจมตีไป่ฉีอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากฝั่งของเขาควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จ้าวฝูจึงมองมาที่ไป่ฉี จ้าวฝูรั้งศรขึ้นบนคันธนูอีกครั้งและใช้ศรป่นศิลา ส่งผลให้แสงสีเหลืองอันเร้นลับรวมตัวกันที่ลูกศร
หัวหน้าโครงกระดูกม้วนตัวในขณะที่กระบี่ของมันฟันไปที่เอวของไป่ฉี
ในทันใดนั้นเอง ลูกศรก็ปะทะเข้าที่เอวของมัน และหยุดการหมุนของมันไป่ฉีฉวยโอกาสนี้ ดาบของเขาทอประกายและเจาะทะลวงเข้าที่หัวของหัวหน้าโครงกระดูก ริ้วไฟสีฟ้าบนหัวของมันค่อยๆหรี่แสงลงก่อนที่จะหายไป
จากนั้นร่างของหัวหน้าโครงกระดูกก็ทรุดลง และเปลี่ยนเป็นกองกระดูก ไป่ฉีรีบหันกลับไปและเข้ามาสมทบกันคนอื่นๆโดยการเผชิญหน้ากับทหารโครงกระดูกสามตัวในคราเดียว
ภายใต้คำสั่งของจ้าวฝู ทหารของเขาโจมตีด้วยความแข็งแกร่งเต็มที่ และด้วยลูกไฟของผู้อาวุโสโล๊ค ทหารโครงกระดูก 11 ตัวก็ถูกบดขยี้ไปอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ในครั้งนี้กินเวลากว่าครึ่งชั่วโมง และทุกๆคนก็ใช้แรงไปหมดสิ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับจ้าวฝูและผู้อาวุโสโล๊คที่จิตใจของพวกเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง
ต่อจากนั้นพวกเขาก็เริ่มรวบรวมสินสงคราม ทหารโครงกระดูก 11 ตัวดรอปอาวุธระดับคราม 11 ชิ้น และผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ 8 อัน หลังจากเดินไปที่กองกระดูกของหัวหน้าโครงกระดูก จ้าวฝูก็เห็นกระบี่เล่มโตเป็นสิ่งแรก
[กระบี่ร้อยทัพ]: ระดับ: เงิน ,ค่าสถานะ: STR+3 CON+3 ,รายละเอียด: อาวุธระดับทองอันยอดเยี่ยมที่กลายเป็นสนิทเนื่องจากผ่านการเวลามา และกลายเป็นอาวุธระดับเงินธรรมดาๆ
จ้าวฝูรู้สึกมีความสุขมากที่พบอาวุธระดับเงิน และเขาก็มองไปที่เกราะของหัวหน้าโครงกระดูก
[ชุดเกราะลาพิสลาซูลี]: ระดับ: คราม ,ค่าสถานะ: CON+1 ,รายละเอียด: ชุดเกราะระดับทองที่กลายเป็นสนิทหลังจากผ่านมากว่า 10,000 ปี และกลายเป็นชุดเกราะระดับคราม
หลังจากได้รับชุดเกราะนี้ จ้าวฝูก็มอบมัให้กับไป่ฉีในทันที ความสามารถในการป้องกันของชุดเกราะลาพิสลาซูลีสูงกว่าชุดเกราะในตอนนี้ของไป่ฉีแน่ๆ ดังนั้นไป่ฉีจึงสามารถสวมใส่มันได้ในทันทีก่อนที่จะกลับไปที่หมู่บ้านและซ่อมมัน
สำหรับชุดเกราะระดับครามที่ไป่ฉีถอดออกมานั้น จ้าวฝูก็ตัดสินใจใส่มันไว้ นอกเหนือจากอุปกรณ์สวมใส่ทั้งสองชิ้น หัวหน้าโครงกระดูกยังได้ดรอปลูกแก้วที่ส่องแสงจางๆอีก ภายในลูกแก้วดูเหมือนจะมีทหารกำลังสวมเกราะและถือกระบี่อยู่ภายใน เมื่อเห็นสิ่งนี้ จ้าวฝูก็หยิบมันขึ้นมาและมองดู
[ดวงวิญญาณทหาร]: รายละเอียด: ดวงวิญญาณอันทรงพลังที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยทหารซึ่งสามารถหลอมรวมกับดวงใจแห่งเมืองเพื่อให้กลายเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ได้ นอกจากนี้มันยังสามารถหลอมรวมเข้ากับอาวุธเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้ (หมายเหตุ: ดวงวิญญาณทหาร 100 อัน สามารถหลอมรวมเป็นยุทธภัณฑ์แม่ทัพได้ และลอร์ดพร้อมด้วยยุทธภัณฑ์แม่ทัพ 24 อัน สามารถใช้ ดวงวิญญาณทหาร 1,000 อันเพื่อหลอมรวมเป็นยุทธภัณฑ์ราชาได้)
จ้าวฝูประหลาดใจไปด้วยความสุขและรู้สึกว่าดวงวิญญาณทหารจะต้องทรงพลังมากแน่ เพราะเขาไม่รู้ว่ายุทธภัณฑ์แม่ทัพหรือยุทธภัณฑ์ราชาคืออะไร เขาจึงทำได้แค่เก็บลูกแก้วนี้ไว้ก่อน พร้อมกับความอยากรู้อยากเห็นที่ผุดขึ้นมาภายในกายของเขา
หลังจากพักผ่อนและฟื้นพลังและจิตวิญญาณของพวกเขาสักพักแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางต่อ
พวกเขาไม่พบกับศัตรูที่สร้างปัญหามากอีก และหลังจากสังหารโครงกระดูกทหารราบ 12 ตัว และนักธนูโครงกระดูก 5 ตัว พวกเขาก็ได้รับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้มา 13 อัน
จ้าวฝูคิดว่าพวกเขาจะสามารถก้าวต่อไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากการปรากฏตัวของโครงกระดูกผู้ใช้โล่
จ้าวฝูมาได้ไกลขนาดนี้ก็เพราะว่าเขามีทหารป้องกัน ในขณะที่ศัตรูของเขาไม่มี ตอนนี้ศัตรูเองก็มีทหารป้องกันแล้ว สถานการณ์สำหรับเขาจึงตรึงเครียดขึ้น
คราวนี้จ้าวฝูพบกับโครงกระดูกทหารราบ 5 ตัว นักธนูโครงกระดูก 3 ตัว และโครงกระดูกผู้ใช้โล่ 5 ตัว
สถานการณ์นั้นยากยิ่งกว่าที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับทหารโครงกระดูกที่เป็นแต่บุกโจมตีมากกว่า 10 ตัว ทุกๆครั้งที่พลธนูของจ้าวฝูยิงออกไป พวกมันก็จะถูกกันไว้โดยโครงกระดูกผู้ใช้โล่ และการพุ่งเข้าใส่พวกมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน โครงกระดูกผู้ใช้โล่สามารถเผชิญหน้ากับผู้ใช้โล่ได้อย่างเท่าเทียมกัน
คนเดียวที่สามารถสร้างความแตกต่างได้คือจ้าวฝูและผู้อาวุโสไป่ ด้วยการโจมตีอันรุนแรงของพวกเขา
ทหารโครงกระดูกเองก็มีกระบวนทัพ โดยให้โครงกระดูกผู้ใช้โล่อยู่ด้านหน้า โครงกระดูกทหารราบซ่อนอยู่ข้างหลังพวกมัน และให้นักธนูโครงกระดูกยืนอยู่ห่างออกไปทางด้านหลัง
ตอนนี้จ้าวฝูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้ประโยชน์จากจำนวนคนในการเข้าปะทะกับเหล่าโครงกระดูก
ฝั่งจ้าวฝู ผู้ใช้โล่เองก็อยู่ด้านหน้า และทหารราบก็อยู่ด้านหลังคนพวกนี้ และมีพลธนูคอยรั้งศรอยู่ทางด้านหลัง
ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน บทบาทหลักของธนูของจ้าวฝูคือการยันนักธนูโครงกระดูกไว้ ในขณะที่ทหารของจ้าวฝูได้กลายเป็นชิ้นเนื้อและหยาดโลหิตเมื่อพวกเขาถูกโจมตี พวกเขาบาดเจ็บหรือตายได้ ไม่เหมือนกับพวกอันเดด
ตอนนี้จ้าวฝูทำได้แค่สังเกตการณ์อย่างเฝ้าระวัง เขาอยากจะใช้ลูกไฟโจมตีนักธนูโครงกระดูก แต่การโจมตีด้วยเวทมนตร์ก็มีระยะไม่ไกลนัก ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่รอโอกาส
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ก็มักจะเข้าทางจ้าวฝูอยู่เสมอ ผู้ใช้โล่ของจ้าวฝูสองคนเผชิญหน้ากับโครงกระดูกผู้ใช้โล่หนึ่งตัว และพยายามที่จะดันพวกมันออกไปให้พ้นทาง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะกลายเป็นอันเดดไปแล้ว แต่โครงกระดูกผู้ใช้โล่ก็ดูเหมือนจะรู้ว่าผู้ใช้โล่จะสามารถยันการป้องกันไว้ได้เมื่อพวกมันอยู่รวมกันเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าผู้ใช้โล่ของจ้าวฝูจะดันพวกมันออกไปแค่ไหน โครงกระดูกผู้ใช้โล่ก็ยังเกาะกลุ่มกันไว้อย่างแน่หนา
สถานการณ์ยังคงยื้อยุดฉุดกันต่อไป ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องส่งไป่ฉีไป