เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 กองกำลังทหาร

บทที่ 4 กองกำลังทหาร

บทที่ 4 กองกำลังทหาร


แปลไทย: KintarozSW.

ปรับสำนวน: TAEAHHH

 

บทที่ 4 : กองกำลังทหาร

 

สำหรับระดับของพวกเขานั้น หมู่บ้านปกติระดับเบื้องต้นมักจะอัญเชิญได้ชาวบ้านระดับ F ส่วนชาวบ้านระดับ E จะอัญเชิญมาได้หนึ่งคนต่อ 3 วัน ชาวบ้านระดับ D หนึ่งคนต่อ 12 วัน ชาวบ้านระดับ C หนึ่งคนต่อ 48 วัน ชาวบ้านระดับ B หนึ่งคนต่อ 192 วัน และชาวบ้านระดับ A หนึ่งคนต่อ 768 วัน ในขณะที่ชาวบ้านระดับ S นั้นไม่สามารถอัญเชิญออกมาได้ในหมู่บ้านปกติ

เพราะอย่างนี้ ทุกๆคนจึงจะเห็นได้ว่าชาวบ้านระดับสูงนั้นหายากขนาดไหน ถ้าต้องใช้เวลามากกว่าสองปีเพื่ออัญเชิญชาวบ้านระดับ A ออกมาหนึ่งคน มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่หมู่บ้านปกติจะอัญเชิญชาวบ้านระดับ S หรือเหนือกว่านั้นออกมา

มันใช้เวลาค่อนข้างนานที่จะอัญเชิญชาวบ้านออกมาสำหรับหมู่บ้านปกติ เวลาจะลดลง 2/3 สำหรับหมู่บ้านระดับคราม และอีก 2/3 สำหรับหมู่บ้านระดับเงิน เป็นต้น

ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่จะถูกอัญเชิญมาในหมู่บ้านระดับตำนานคือระดับ F บางส่วนจะเป็นระดับ E และมีระดับ D อยู่ประปราย มีน้อยมากๆที่จะเป็นระดับ C ส่วนระดับที่สูงกว่านั้นต้องใช้เวลามากกว่า 2 วัน แต่เมื่อรวมกับค่าสถานะพิเศษของหมู่บ้านฉินและผลของสมญานามของหลี่ซื่อ หมู่บ้านฉินจึงมีโอกาส 25% ที่จะดึงดูดประชาการที่มีระดับสูงกว่า ดังนั้นมันจึงต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันสำหรับหมู่บ้านฉินเพื่ออัญเชิญชาวบ้านระดับสูงมา

จากคนที่ถูกอัญเชิญมาทั้งสิบสามคน มีระดับ C อยู่ 1 คน ,ระดับ D อยู่ 2 คน ,ระดับ E อยู่ 3 คน และระดับ F อยู่ 7 คน

หลังจากนั้น จ้าวฝูได้นำไป่ฉีและเด็กหนุ่มหกคนที่พอมีพลังต่อสู้มาที่แผ่นศิลาหินห้าก้อน แผ่นศิลาหินห้าก้อนคือแผ่นศิลาเปลี่ยนอาชีพ และแผ่นศิลาหินทั้งสี่อันนั้นก็สามารถใช้เพื่อเปลี่ยนอาชีพของคนๆหนึ่งได้

[ทหารฉิน]: ทหารระดับ E รายละเอียด: ทหารฉินที่กวาดผ่านและทำลายทั้งหกแว่นแคว้น ผล: ทหารทุกๆคนที่เปลี่ยนอาชีพจะได้รับเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังขั้นพื้นฐาน [มนตราฉิน]

นี่คือคำอธิบายของทหารฉิน และอาชีพต่างๆก็มีดังนี้:

อันแรกคือทหารราบซึ่งสามารถเลือก [มือกระบี่], [นักดาบ] หรือ [พลหอก]

หลังจากเปลี่ยนอาชีพ พลทหารจะได้รับทักษะเฉพาะของอาชีพนั้นๆ ตัวอย่างเช่น [มือกระบี่] ได้รับสกิล [เคล็ดกระบี่พื้นฐาน] และโบนัสของอาชีพ STR + 2% และ CON + 2%

อันที่สองคือ ผู้ถือโล่ ซึ่งสามารถเลือก [ทหารโล่และกระบี่] หรือ [ทหารโล่และหอก] พวกเขาจะได้รับสกิล [โล่ป้องกัน] และ โบนัสของอาชีพ STR + 1% และ CON + 3%

อันที่สามคือ นักธนู ซึ่งสามารถเลือก [นักดาบธนู] หรือ [นักธนูดาบสั้น] พวกเขาจะได้รับสกิล [เคล็ดวิชาการยิงธนูพื้นฐาน] และโบนัสอาชีพ STR + 2% และ AGI + 2%

อันที่สี่คือทหารม้า ซึ่งสามารถเลือก [ทหารม้ากระบี่], [ทหารม้าดาบ] หรือ [ทหารม้าหอก] พวกเขาจะได้รับสกิล [ความชำนาญในการขี่ม้า] และโบนัสของอาชีพ STR + 2%, CON + 1% และ AGI + 1%

ส่วนอันที่ห้านั้นไม่ใช่อาชีพการต่อสู้ แต่เป็นแผ่นศิลาเปลี่ยนอาชีพบัณฑิต ซึ่งอนุญาตให้มีคนเปลี่ยนอาชีพไปเป็นบัณฑิตได้ 10 คน พวกเขาจะได้รับสกิล [ค้นคว้า] และโบนัสอาชีพ INT + 4%

จำนวนบัณฑิตถูกจำกัดไว้อย่างมากที่ 10 คน และพวกเขาจะเป็นตัวการในการค้นคว้าทุกๆประเภท อย่างเช่นการเกษตรกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิต ,การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะช่วยในการควบคุมสัตว์ป่าที่ดุร้าย ,หมักสุรา ซึ่งจะช่วยในการทำไวน์ชั้นดี

แน่นอนว่าบัณฑิตระดับสูงกว่านั้นย่อมดีกว่า ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่ได้มีแผนที่จะเปลี่ยนอาชีพของใครให้เป็นบัณฑิตในวันนี้ เนื่องจากหมู่บ้านเพิ่งก่อตั้งขึ้น เขาสามารถเปลี่ยนอาชีพฟรีได้เพียง 50 ครั้ง หลังจากเปลี่ยนอาชีพครบ 50 ครั้ง เขาจะสามารถเปลี่ยนอาชีพได้โดยการจ่ายเงินเหรียญทองแดงจำนวนหนึ่ง

จ้าวฝูเปลี่ยนชาวบ้านหกคนที่เขานำมาเป็นทหารราบ จ้าวฝูนั้นนับถือไป่ฉีมาก ดังนั้นเขาจึงหันมาถามว่า "ไป่ฉี ท่านต้องการเปลี่ยนเป็นอาชีพอะไร? ท่านสามารถเลือกได้ด้วยตัวเองเลย"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป่ฉีจึงพยักหน้า เนื่องจากขุนพลสามารถเลือกอาชีพได้ 2 อาชีพ เขาเลยเลือกทหารม้าและทหารราบ

จ้าวฝูยังได้เลือกทหารราบ เขาไม่ชอบใช้กระบี่หรือหอกดังนั้นเขาจึงเลือกดาบและได้รับ [เคล็ดวิชาดาบพื้นฐาน] รวมทั้ง [มนตราฉิน] มันเป็นไปได้ที่จะฝึกปรือโดยใช้เคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลัง และการบ่มเพาะพลังในปัจจุบันของเขาเป็นเพียงขั้นที่ 0 เท่านั้น ซึ่งเขาสามารถเพิ่มมันได้ด้วยการบ่มเพาะพลังเท่านั้น

การบ่มเพาะพลังนั้นแบ่งออกเป็นเก้าขั้นและแต่ละขั้นแบ่งออกเป็นเก้าระดับ ทุกครั้งที่ผ่านหนึ่งระดับ เขาหรือเธอจะได้รับค่าสถานะทั้งหมด +1 แต้ม

เฉพาะการมีหมู่บ้านระดับตำนานเท่านั้นที่จะทำให้คนผู้นั้นได้รับเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังที่สอดคล้องกันและมีอาชีพทางทหารที่ครอบคลุมเช่นนี้

ถ้าเป็นหมู่บ้านปกติ พวกเขาจะสามารถเปลี่ยนได้แค่ [ทหารอาสา] ระดับ F ในตอนเริ่มต้น และจะต้องหาเคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลังมาด้วยตัวเอง

มีเมล็ดข้าวสาลีในสำนักงานหมู่บ้าน เครื่องมือการเกษตรอย่างง่าย เครื่องเหล็ก และอาวุธในโรงหลอม เสื้อผ้าในร้านตัดเย็บ และยาพื้นฐานในร้านขายยา จ้าวฝูแบ่งหน้าที่โดยให้ผู้หญิงไปเก็บผลไม้ป่าและผลเบอร์รี่ทั้งหลาย ในขณะที่พวกผู้ชายให้ไปตัดไม้และสร้างบ้านและรั้ว หลังจากลงหลักปักฐานกันแล้ว พวกเขาก็สามารถเริ่มทำการแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตรกันได้

ในตอนนั้นเอง เมื่อหลี่ซือเห็นว่าจ้าวฝูกำลังจะไปตัดไม้ด้วย เขาก็รีบร้องเรียกออกมาอย่างรวดเร็วว่า "นายเหนือหัว! โปรดพักเถอะ; พวกเราจะยอมให้นายเหนือหัวทำงานหนักแบบนั้นได้อย่างไร "

ทุกคนได้ยินเรื่องนี้และรู้สึกกังวลมากว่าจ้าวฝูจะทำให้ตัวเองเหนื่อย

เมื่อจ้าวฝูเห็นเรื่องนี้ ในที่สุดหัวใจอันเย็นชาของเขาก็เริ่มผ่อนคลายลง และเขาได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยในขณะที่พูดว่า "ไม่ต้องเป็นห่วงข้า แค่คิดว่าข้าเป็นเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวของพวกเจ้าก็พอแล้ว"

เมื่อหลี่ซือได้ยินเช่นนี้ท่าทางของเขาก็อึดอัด จ้าวฝูเป็นผู้สืบทอดของจักรวรรดิฉินและวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นจักรพรรดิ ทุกคนจะปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร? นั่นเป็นการหมิ่นประมาท อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จ้าวฝูก็พูดตัดหน้าเขา "เอาล่ะ เดี๋ยวมันจะสายเอานะ เราไปตัดไม้เถอะ!"

หลี่ซือไม่กล้าพูดอะไร แต่ความเคารพต่อจ้าวฝูนั้นกลับเพิ่มขึ้น

หลังจากทำงานไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็สร้างบ้านไม้ขึ้นมาได้สองสามหลัง และรั้วอย่างง่ายๆ ความจงรักภักดีของผู้อยู่อาศัย 13 รายเพิ่มขึ้น 10 จุด พร้อมกับพาให้การสนับสนุนด้านประชากรเพิ่มขึ้นมาถึง 80 จุด

ในเวลากลางคืน ไป่ฉีได้ไปล่ากวางป่าและกระต่ายมาสองสามตัว ทุกคนนั่งรอบกองไฟขนาดใหญ่ด้วยกัน ทำให้มันดูมีชีวิตชีวามาก อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูนั้นเคยชินกับการอยู่คนเดียวและไม่กล้าร่วมด้วย ดังนั้นเขาจึงอยู่แต่ในบ้าน

โดยปกติการฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ในโลกจุติสวรรค์จะไม่ส่งผลให้ดรอปเหรียญทองแดงเพียงเล็กน้อย ในเวลาเดียวกันชาวบ้านหรือทหารที่ฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ จะเพิ่มประสบการณ์ของหมู่บ้านซึ่งช่วยให้ระดับหมู่บ้านเพิ่มขึ้น

ในเวลานั้นเอง หลี่ซือได้เดินเข้ามาพร้อมกับจานไม้ที่มีเนื้อกวางปรุงสุกอย่างระมัดระวังและกล่าวว่า "ฝ่าบาท โปรดกินเถิด"

จ้าวฝูพยักหน้า หลังจากทำงานหนักมา เขารู้สึกหิวมาก เขาหยิบตะเกียบไม้ที่พวกเขาทำขึ้นมาและลิ้มรสมันหนึ่งชิ้น และพบว่ามันสดและอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

เขากำลังจะกินต่อ แต่เมื่อเขาเห็นหลี่ซือยืนอย่างสุภาพอยู่ด้านข้าง เพื่อเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของเขา เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “หลี่ซือ ท่านไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่กับข้าหรอก ท่านสามารถออกไปข้างนอกได้ ข้างนอกนั้นดูมีชีวิตชีวากว่ามาก”

หลี่ซือยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า "มันดีกว่าที่ข้าจะอยู่กับท่าน!"

จ้าวฝูรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อยอยู่ภายในใจของเขาและไม่ได้พูดอะไรออกมา เขายังคงกินเนื้อกวางต่อเมื่อไป่ฉีเดินเข้ามาและยืนอยู่เคียงข้างเขา

"ความคิดของท่านเกี่ยวกับอนาคตของฉินคืออะไร?" จ้าวฝูที่กำลังกินเนื้อกวางอยู่ถามขึ้นมาอย่างฉับพลัน

หลี่ซือเป็นสมุหนายกของจักรวรรดิและไป่ฉีเป็นแม่ทัพที่เลื่องชื่อ ความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับยุทธวิธีของพวกเขามีมากกว่าจ้าวฝู ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยความหยิ่งผยองและขอความเห็นอย่างจริงใจแทน

ในตอนนี้ทั้ง โลกทั้งใบเป็นกระดานหมากอันวุ่นวาย แต่มันก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน ทั้งชีวิต ความตาย วีรบุรุษ นักบุญ และตัวละครอันน่าพรั่นพรึงก็ไม่มีอะไรที่แน่นอน มันไม่แน่นอนทั้งใครเป็นผู้เล่นหรือตัวหมาก มันไม่มีสิ่งใดที่แน่นอน หากพวกเขาไม่ได้เตรียมตัวและล้มเหลวต่อการก้าวไปในแต่ละก้าว สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ก็มีแค่ความล้มเหลวและความตายเท่านั้น

 

ติดตามข่าวสารได้ที่: The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 4 กองกำลังทหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว