เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ทดสอบมรดก

บทที่ 2 ทดสอบมรดก

บทที่ 2 ทดสอบมรดก


 

แปลไทย:KintarozSW.

ปรับสำนวน:TAEAHHH

 

บทที่ 2 : ทดสอบมรดก

 

“ดริ๊ง! คุณมีสองสายเลือดจักรวรรดิภายในตัวคุณ หนึ่งคือตระกูลราชวงศ์ถังและอีกสายเลือดคือตระกูลราชวงศ์ฉิน โปรดเลือกสายเลือดที่คุณต้องการจะใช้ทดสอบมรดก”

“คำเตือน! การทดสอบมรดกสามารถทำได้ครั้งเดียวเท่านั้น และเมื่อล้มเหลว คุณสมบัติทั้งหมดที่จะสืบทอดทางมรดกจะกลายเป็นเป็นโมฆะ”

"การทดสอบมรดก? สายเลือดตระกูลราชวงศ์ถัง? สายเลือดตระกูลราชวงศ์ฉิน? "

ในขณะนี้ จ้าวฝูกำลังยืนอยู่ในพื้นที่หมอก สีเทา เมื่อเขาได้ยินคำประกาศดังกล่าว เขาก็รู้สึกสับสนขึ้นมาเพราะเขาไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น เขาจำได้ว่าเขาได้จับคริสตัลไว้ก่อนที่เขาจะหน้ามืดไป และโผล่ขึ้นมาในพื้นที่นี้เมื่อเขาตื่นขึ้น

ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าการทดสอบมรดกคืออะไร แต่เมื่อจ้าวฝูได้ยิน "สายเลือดตระกูลราชวงศ์ถัง" เขาก็อดไม่ได้ที่จะขบฟันและกำหมัดของตัวเอง เขาไม่มีทางงลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ฝนตกไปจนวันตาย ตัวเขานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและรังเกียจต่อสายเลือดนั้น

จากสิ่งที่เขารู้ ตระกูลหลี่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลราชวงศ์ถัง ดังนั้นสายเลือดของตระกูลราชวงศ์ถังจึงต้องมาจากมารดาของเขาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้จ้าวฝูจึงไม่ลังเลเลยที่จะเลือกสายเลือดตระกูลราชวงศ์ฉิน

"การเลือกเสร็จสมบูรณ์!"

มีแท่นบูชาสูงกว่าหนึ่งร้อยเมตรปรากฏขึ้นอย่างช้าๆตรงหน้าจ้าวฝู แท่นบูชาทำขึ้นจากหินสีดำ และแต่ละขั้นก็มีความสูงประมาณ 25 เซนติเมตร และกว้างครึ่งเมตร แท่นบูชาดูราวกับจะแผ่ขึ้นไปยังก้อนเมฆ ทำให้มันแผ่ความรู้สึกอันเก่าแก่ สูงส่ง และสง่างาม

เมื่อจ้าวฝูก้าวเข้าไปก้าวแรก เขาก็รู้สึกว่าร่างของเขาเริ่มหนักขึ้นมาในขณะที่แรงกดดันอันหนักหน่วงได้กดทับลงมาใส่เขา ในช่วงเริ่มต้น แรงกดดันยังไม่มากนัก แต่ในขณะที่เขาก้าวต่อไปเรื่อยๆ แรงกดดันที่กดทับลงมานั้นก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถึงเวลาที่จ้าวฝูปีนขึ้นไปครึ่งหนึ่งของแท่นบูชา ร่างของเขาก็ปกคลุมไปด้วยเหงื่อ ทำให้ตัวเขาเปียกโชกไปทั้งหมด เขาแทบจะไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคงอยู่บนขั้นบันได และเขาก็โงนเงนไปมาราวกับว่าเขากำลังจะล้มลง

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็กัดฟันยิ้มของตัวเองและเดินต่อไป เดินต่อไปทีละก้าวตามขั้นบันไดเพื่อขึ้นไปยังแท่นบูชา ในไม่ช้าภาพลวงตาก็เริ่มปรากฏขึ้น มันเป็นผู้หญิงที่งดงามอย่างน่าเหลือเชื่อกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อล่อลวงเขา ตามมาด้วยภาพลวงตาของพลังและเงินตรา

ภาพลวงตาเหล่านี้อาจทำให้คนทั่วไปไล่ตามพวกมันไป ทำให้พวกเขาถอนตัวออกมาได้ แต่กับหัวใจอันเย็นชาของจ้าวฝูนั้น พวกมันไม่ได้ผลแม้แต่น้อย

ในที่สุด หลังจากความพยายามและความยากลำบากเป็นอย่างมาก จ้าวฝูก็มายืนอยู่ที่ด้านบนของแท่นบูชาได้ จิตใจของเขารู้สึกว่างเปล่าและชัดเจนขึ้นเมื่อภาพนับไม่ถ้วนเริ่มปรากฏขึ้นมารัวๆตรงหน้าของเขา ทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นของราชวงศ์ฉิน การเติบโต และการล่มสลาย

ภาพต่างๆเริ่มฉายอยู่ตรงหน้าของเขาราวกับภาพยนตร์ โดยเริ่มจากบรรพบุรุษของตระกูลฉิน ‘ฉินเฟยจื่อ’ เขาคือคนผสมพันธุ์ม้าที่มีฝีมือซึ่งได้รับความโปรดปรานจากกษัตริย์โจวและได้รับมอบที่ดินขนาดเล็กเพื่อให้เขาสร้างความมั่งคั่งขึ้นมา

จากนั้นมีภาพของ 'กษัตริย์อิ๋งเจิ้งแห่งฉิน' ที่ทำลายล้างรัฐทั้งหกภายในสิบปี รวบรวมประเทศจีน และก่อตั้ง 'ราชวงศ์ฉิน'ขึ้นมา

ในท้ายที่สุดกษัตริย์อิ๋งจื่ออิงแห่งฉินยอมจำนนต่อหลิวปังทำให้สิ้นราชวงศ์ฉินไป

จ้าวฝูจ้องมองไปยังภาพเหล่านั้น และรู้สึกราวกับว่าเขาอยู่ที่นั่น การเติบโตของฉิน ทำให้เลือดของเขาเดือดพล่านในขณะที่การล่มสลายของฉินทำให้เขารู้สึกถึงความหดหู่

ทันใดนั้น จ้าวฝูรู้สึกราวกับว่าเลือดของเขากำลังลุกไหม้ และมันก็เหมือนกับว่ามีไฟลุกโชนขึ้นทำให้ร่างกายลุกเป็นไฟ ความรู้สึกนี้แผ่มาจากภายในและแผ่ขยายออกไป แต่มันไม่ได้เจ็บปวด มันค่อนข้างรู้สึกอบอุ่นและสบายราวกับว่าเขากำลังแช่อยู่ในน้ำพุร้อนในช่วงฤดูหนาว

ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็ค่อยๆเปิดตาของเขาลง

ร่างๆหนึ่งได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ชายคนนี้สวมเสื้อคลุมมังกรทองคำทมิฬและแผ่กลิ่นอายที่สง่างามและผ่าเผยออกมา เขายืนเอามือไพล่หลัง ดวงตาของเขาดูราวกับว่ากำลังดูหมิ่นทุกๆสิ่งที่อยู่ภายใต้สรวงสวรรค์ เขาแผ่บรรยากาศของความเหนือชั้นและดูเหนือสรรพสิ่ง เขาคือจักรพรรดิองค์แรกของฉิน.......อิ๋งเจิ้ง!

อิ๋งเจิ้งพิจารณาจ้าวฝู ก่อนที่จะยิ้มบางๆและพูดว่า "ข้าจะทิ้งฉินอันยิ่งใหญ่ให้อยู่ในความดูแลของเจ้า!"

หลังจากพูดจบ ร่างของฉินเจิ้งก็หายไปอย่างช้าๆ และมีลูกบาศก์เวทมนต์ที่กำลังเรืองแสงสีม่วงปรากฏขึ้นตรงกลางแท่นบูชา

แม้ว่าจ้าวฝูจะคาดเดาไว้ว่าเรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้น แต่เขาก็ยังรู้สึกตกใจอยู่เล็กน้อย สายเลือดของเขาคือสายเลือดราชวงศ์ฉินผู้ยุติยุครณรัฐ ในตอนนี้เขาได้เป็นผู้รับผิดชอบในการทำให้อาณาจักรแห่งนี้รุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากคิดอยู่ชั่วครู่ จ้าวฝูก็เดินไปข้างหน้าและคว้าลูกบาศก์สีม่วง หลังจากความรู้สึกวิงเวียน เขาก็ปรากฏตัวขึ้นในป่า

ต้นไม้ในป่าแห่งนี้ทั้งรกชัฏและสูงชัน และต้นไม้ที่สูงที่สุดนั้นสูงกว่าหลายร้อยเมตรและกว้างนับสิบเมตร ใบไม้ที่งอกเงยอยู่บนต้นไม้สามารถบดบังแสงอาทิตย์ได้อย่างสิ้นเชิง

แม้ว่ามันจะเป็นเวลากลางวัน แต่ก็ไม่มีแสงแดดส่องมายังบริเวณที่จ้าวฝูอยู่มากนัก นอกจากนี้ต้นไม้เหล่านี้ยังมีรูปร่างที่แปลกประหลาด บ้างก็คล้ายกับมนุษย์ บ้างก็คล้ายเป็นสัตว์ ซึ่งพวกมันก็มีการแสดงออกที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เหมือนกับกำลังดิ้นรน บ้างก็เหมือนกับกำลังเจ็บปวด บ้างก็เหมือนกับกำลังแสดงความดุร้าย เมื่อรวมกับความมืดของมัน ป่าแห่งนี้จึงดูค่อนข้างจะน่ากลัว

จ้าวฝูไม่เคยคิดว่าเขาจะปรากฏตัวขึ้นในที่ดังกล่าว หลังจากได้รับมรดกมาแล้ว เขาก็ได้รับข้อมูลบางอย่างมาด้วย จ้าวฝูมองไปที่เครื่องแต่งกายของเขา: เขากำลังสวมเสื้อผ้าที่ทำจากป่านหยาบๆและมีรองเท้าที่ทำจากผ้า นั่นคือทั้งหมดที่เขามี

จ้าวฝูเปิดหน้าต่างสถานะที่เสียงประกาศได้แจ้งให้เขาทราบขึ้นมา

ชื่อ: จ้าวฝู

สมญานาม: ไม่มี

อาชีพ: ไม่มี

คะแนนความสำเร็จ: สามัญชน (0/200)

เผ่าพันธุ์: มนุษย์

อายุ: 21 (100)

ค่าสถานะ: STR: 5, INT: 8, CON: 4, AGI: 6

การบ่มเพาะพลัง: ระยะที่ 0

เคล็ดวิชาการบ่มเพาะพลัง: ไม่มี

ทักษะ: ไม่มี

อุปกรณ์สวมใส่: เสื้อผ้าหยาบกร้าน, รองเท้าผ้าหยาบกร้าน, กางเกงผ้าหยาบกร้าน

 

STR=ความแข็งแกร่ง ,INT=สติปัญญา ,CON=สมรรถภาพทางร่างกายเกี่ยวกับเลือดสูงสุดถ้าเป็นภาษาในเกม ,AGI=ความว่องไว

 

หลังจากดูข้อมูลของตนแล้ว จ้าวฝูพบว่า STR และ CON ของเขาค่อนข้างต่ำ ค่าสถานะของเขาในตอนนี้มีพื้นฐานมาจากร่างกายและจิตใจของเขาในโลกแห่งความเป็นจริง ในโลกแห่งความเป็นจริง ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไร ร่างกายก็จะดีขึ้นเท่านั้น และส่งผลให้ค่าสถานะดีขึ้นด้วย ตรงกันข้าม ยิ่งเขาอ่อนแอเท่าไร ค่าสถานะก็จะต่ำลงไปด้วย

โลกที่เขาอยู่ในตอนนี้เรียกว่าโลกจุติสวรรค์ และมันก็มีขนาดใหญ่กว่าโลกของเขาถึงสิบเท่า มีเพียงแค่วิญญาณของจ้าวฝูเท่านั้นที่เข้ามายังโลกใบนี้ ในขณะที่ร่างจริงของเขายังคงอยู่ที่โลกแห่งความเป็นจริง มันคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในนิยายเกมเสมือนจริง

เวลาในโลกจุติสวรรค์แตกต่างกับเวลาในโลกแห่งความเป็นจริง หนึ่งวันในโลกแห่งความเป็นจริงจะเท่ากับสามวันของที่นี่ และเขาจะไม่ตายจริงๆหลังจากที่ตายในโลกใบนี้ แต่เขาจะไม่สามารถเข้าสู่โลกใบนี้ได้ภายในสิบวัน และจะสูญเสียเลเวล อุปกรณ์ และทักษะทั้งหมด

สิ่งสำคัญที่ควรทราบก็คือโลกใบนี้ไม่ปลอดภัย - นอกเหนือจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ มันยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆอีกนับไม่ถ้วน และมีสัตว์อสูรเวทมนต์ที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ด้วย

โดยปกติเขาจะถูกส่งไปยังเมืองหลักของระบบหลังจากเข้าสู่โลกจุติสวรรค์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากการทดสอบมรดก จ้าวฝูเลยไม่ได้ถูกส่งไปยังเมืองหลัก

ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็พบกับเขตเทือกเขาเร้นลับอย่างรวดเร็ว เขาเอาลูกบาศก์สีม่วงออกมา และกดมันเข้ากับผืนดิน พร้อมกันนั้นได้มีเสียงประกาศดังออกมาในทันที “ท่านต้องการใช้ศิลามรดกหรือไม่?”

จ้าวฝูตอบในทันที "ใช้!"

ระลอกแสงเริ่มแผ่ออกมาจากลูกบาศก์สีม่วง ก่อนที่จะมีพลังงานที่ไร้รูปร่างล้อมรอบพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรไว้ ในวินาทีต่อมา ต้นไม้ ใบหญ้าและดอกไม้ทั้งหมดก็หายไป เผยให้เห็นถึงผืนดินที่ราบเรียบ

บรรดาสิ่งปลูกสร้างค่อยๆปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ประกอบไปด้วย กระท่อมมุงหลังคาที่มีสองห้องและมีชื่อ [สำนักงานหมู่บ้าน] อยู่เหนือกระท่อม ,กระท่อมมุงหลังคาที่มีเตาเผาและธงแขวนอยู่ด้านนอกพร้อมด้วยชื่อ [โรงหลอม] อยู่เหนือกระท่อม ,กระท่อมมุงหลังคาที่มีเสื้อผ้าธรรมดาๆอยู่มากมายข้างในพร้อมด้วยชื่อ [ร้านตัดเย็บ] อยู่เหนือกระท่อม รวมทั้งยังมีกระท่อมมุงหลังคอที่ชื่อ [ร้านขายยา] ซึ่งเต็มไปด้วยขวดยาทุกชนิด

นอกจากนี้ยังมีพื้นเวทีกลมๆสร้างจากอิฐโดยมีชื่อว่า [จุดกำเนิด] และอีกกระท่อมที่มีแผ่นศิลาหินห้าแผ่นและมีชื่อว่า [ที่เปลี่ยนอาชีพ]

 

ติดตามข่าวสารได้ที่: The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 2 ทดสอบมรดก

คัดลอกลิงก์แล้ว