- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 1 โลกจุติสวรรค์
บทที่ 1 โลกจุติสวรรค์
บทที่ 1 โลกจุติสวรรค์
แปลโดย:KintarozSW.
ปรับสำนวน:TAEAHHH
บทที่ 1 : โลกจุติสวรรค์
ในขณะที่ข้างนอกมีฝนโปรยปรายอย่างหนัก สาวสวยผู้หนึ่งที่มีอายุราวๆ 27 - 28 ปี ได้พาเด็กชายวัย 5 - 6 ขวบมาคุกเข่าที่หน้าประตูเหล็กของวิลล่าสุดหรู
ผู้หญิงคนนี้ชื่อจ้าวเหม่ยหลิง และเธอก็มาจากหมู่บ้านอันห่างไกล เมื่อหกปีก่อน เธอได้นำพาความหวังและความฝันของเธอเข้ามายังมหาวิทยาลับที่นี่ แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่าเธอจะพบกับชายคนหนึ่งที่เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างของเธอไป ชายหนุ่มผู้นี้เป็นนายน้อยเจ้าสำราญผู้มีชื่อเสียงที่สุดแห่งเมืองเป่ยถัง... หลี่เจ้อ!
ย้อนกลับไป ณ ตอนนั้น จ้าวเหม่ยหลิงและหลี่เจ้อได้เข้าเรียนในวิทยาเขตเดียวกัน และหลี่เจ้อได้เฝ้ามองดูเธอหลังจากที่เขาได้พบกับเธอ หลังจากนั้น เขาได้ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง โดยใช้ทุกวิธีการและนานาลูกไม้เพื่อเกี้ยวพานเธอ
หลี่เหม่ยหลิงเป็นหญิงสาวธรรมดาที่ไร้เดียงสาซึ่งเพิ่งเคยเข้ามาในเมือง เธอจะต้านทานต่อการเข้าหาของผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้ได้อย่างไร? เธอไม่ได้มอบเพียงแต่ร่างกายของเธอให้กับเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจทั้งสี่ห้องของเธอด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากหลี่เจ้อเริ่มเบื่อเธอ เขาก็ทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี
หลังจากนั้น หลี่เหม่ยหลิงก็พบว่าเธอได้ตั้งครรภ์ เธอตัดสินใจที่จะให้กำเนิดเด็กคนนี้และตัดขาดกับตระกูลของเธอเพราะเรื่องนี้
หลังจากที่เด็กคนนี้เกิดขึ้นมา หลี่เหม่ยหลิงก็ต้องการที่จะเลี้ยงดูเขาด้วยตัวของเธอเอง อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นห้าปี เนื่องจากเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่ไร้หนทางรักษาและร่างกายของเธอก็อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง เธอรู้ว่าเธอมีเวลาเหลืออีกไม่นาน เธอจึงตัดสินใจที่จะส่งเด็กคนนี้ให้กับตระกูลหลี่เพื่อที่เขาจะได้สัมผัสกับความรักของพ่อและมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยวิธีการนี้ เธอจะมีความสุขได้แม้ว่าจะตายไปก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เธอได้รับการปฏิเสธอย่างเย็นชาจากตระกูลหลี่ โดยอ้างว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนของตระกูลหลี่ ดังนั้นจ้าวเหม่ยหลิงและเด็กคนนี้จึงทำได้แค่คุกเข่าอยู่ที่หน้าประตูเหล็กและอ้อนวอนด้วยความขมขื่น
ในเวลานั้นเอง ประตูเหล็กได้เปิดออกอย่างช้าๆ และคน 2 - 3 คนที่กำลังถือร่มอยู่ได้เดินออกมา ผู้ชายที่นำมานั้นค่อนข้างดูคล้ายกับเด็กน้อย เขาคือพ่อของเด็กน้อย หลี่เจ้อ
"นี่! เงินจำนวนนี้คงจะเพียงพอให้เธอได้ใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ยัยผู้หญิงสกปรก" หลี่เจ้อกล่าวในขณะที่เขาขมวดคิ้วและยื่นเช็คให้จ้าวเหม่ยหลิง
จ้าวเหม่ยหลิงส่ายหน้าและเงยหน้าขึ้นมองหลี่เจ้อ พร้อมกับกล่าวว่า "เจ้อ คุณต้องรับฝูเอ๋อไป เขาคือลูกของคุณ!"
"ไม่ได้เด็ดขาด!" หลี่เจ้อปฏิเสธในทันทีก่อนที่จะพูดด้วยความเย็นชา "เธอต้องการเงินไหม?"
น้ำตาของจ้าวเหม่ยหลิงอาบใบหน้าของเธอทั้งหมด และเธอก็ส่ายหน้า
หลี่เจ้อแค่นเสียงด้วยความเย็นชาและโยนเช็คให้จ้าวเหม่ยหลิง ก่อนจะหันกลับไป
เมื่อคุกเข่าอยู่บนพื้น จ้าวเหม่ยหลิงจึงคว้าขาของหลี่เจ้อไว้และอ้อนวอนเขา "เจ้อ ฝูเอ๋อเป็นลูกของคุณจริงๆ คุณต้องพาเขาไปด้วย ร่างกายของฉัน..."
เพี๊ยะ!
ก่อนที่จ้าวเหม่ยหลิงจะพูดจบ หลี่เจ้อก็ตบหน้าของเธออย่างรุนแรงและตะโกนออกมา "ไปซะ ยัยผู้หญิงสกปรก!"
เมื่อเห็นว่าแม่ของเขาถูกตบ เด็กชายก็รีบวิ่งเข้าไปและคว้าขาของหลี่เจ้อไว้ พร้อมกันนั้นเขาได้ตะโกนออกมาด้วยเสียงอันนุ่มนวล "พ่อ อย่าตีแม่นะ!"
ในความเป็นจริง เด็กชายไม่เคยรู้จักพ่อของเขามาก่อน และแม่ของเขาก็ไม่เคยพูดถึงมันมาก่อนเลย มีแค่เมื่อไม่นานมานี้ที่จ้าวเหม่ยหลิงได้แสดงรูปภาพของพ่อให้เด็กชายได้เห็น และเขาก็รู้สึกตื่นเต้นมากจนเขากระโดดโลดเต้น
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมพ่อของเขาถึงไม่ต้องการแม่ของเขาและยังตบเธออีก
หลี่เจ้อก้มมองเด็กชายที่กำลังกอดขาเขาอยู่ด้วยท่าทางดูหมิ่นและเตะเขาออกไป จากนั้นก็ตะโกนว่า "ใครเป็นพ่อของแก แกมันไอ้เด็กบัดซบ?!"
เด็กชายกระเด็นออกไปและล้มลงกับพื้น และเด็กชายได้ขดตัวอยู่บนพื้นราวกับทารกในครรภ์ เขากอดแขนไว้รอบๆท้องด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด - ความเจ็บปวดนี้มากเกินว่าที่เด็กชายวัย 5 ขวบจะทนได้ และเขาก็ไม่สามารถหยุดยั้งน้ำตาที่รินไหลออกมาได้
ใบหน้าของจ้าวเหม่ยหลิงปรากฏความตกใจขึ้นมา และเธอได้ปล่อยหลี่เจ้อเพื่อไปประคองเด็กชายตัวน้อยๆไว้ เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล "ฝูเอ๋อ ลูกเป็นอะไรไหม?"
เด็กชายตัวน้อยเห็นว่าแม่ของตนดูกังวลแค่ไหน เขาจึงฝืนกลั้นน้ำตาไว้ในขณะที่พยักหน้า
หลี่เจ้อมองไปที่แม่และลูก และเดินกลับเข้าไปในประตู ผู้จัดการที่มีผมสีเทาเล็กน้อยหยิบเช็คขึ้นมาและยื่นมันให้กับจ้าวเหม่ยหลิง และกล่าวด้วยความเห็นใจ "มันเป็นการดีที่สุดที่เธอจะรับมันไว้"
จ้าวเหม่ยหลิงส่ายหน้าและกอดเด็กชายไว้ในขณะที่เธอเดินออกไปท่ามกลางสายฝนอย่างช้าๆ
ผู้จัดการมองแม่และลูกชายเดินจากไป และถอนหายใจออกมาลึกๆในขณะที่เขาล็อคประตูและเดินกลับไป
สี่ปีต่อมา ก่อนที่จ้าวเหม่ยหลิงจะจากไป เธอได้เรียกเด็กชายวัย 9 ขวบเข้ามาที่ข้างเตียงของเธอ เธอลูบหัวของเขาเบาๆและยิ้มออกมา ในขณะที่เธอพูดด้วยเสียงอันอ่อนแรง "ฝูเอ๋อ ตั้งใจเรียกและหางานดีๆให้ได้นะ อย่าเกลียดชังตระกูลหลี่หรือพ่อของลูก ลูกสัญญากับแม่ได้ไหม?"
เด็กชายฝืนกลั้นน้ำตาไว้ในขณะที่เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง
เมื่อเห็นเด็กชายพยักหน้าอย่างจริงจัง รอยยิ้มแจ่มใสอันรวยรินได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวเหม่ยหลิงในขณะที่เธอหลับตาอย่างช้าๆได้ตลอดกาล
ณ ปัจจุบัน
ใน เวลาตีสามที่ยังมีพระจันทร์กระจ่างลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า แสงจันทร์สว่างได้สาดส่องลงมายังพื้นดิน ทำให้บริเวณโดยรอบไม่ได้มืดมากนัก
ในเวลานี้ถนนค่อนข้างโล่งเพราะผู้คนส่วนใหญ่ได้หลับใหลไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มวัยเยาว์ที่ดูบอบบางผู้หนึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนเพื่อลากร่างอันเหน็ดเหนื่อยของเขากลับบ้าน
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่าจ้าวฝู และเขาได้รับแซ่นี้มาจากมารดาของตัวเอง เขาเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สองของมหาวิทยาลัยหนานฉือซึ่งอยู่ในวัยอายุ 21 ปี ในตอนนี้เขาได้ทำงานในขณะที่เรียนไปด้วย เพื่อความสะดวกและเพราะงานกลางคืนของเขาที่ทำเงินให้กับเขาไม่น้อย จ้าวฝูจึงไม่ได้พักอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยของเขา และเขาได้เลือกที่จะเช่าห้องอยู่ข้างนอก
ในฐานะสามัญชนผู้ต่ำต้อย ความคิดของจ้าวฝูนั้นเรียบง่ายเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่สูงส่งหรือมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ เขาแค่อยากจะหาคนที่เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขด้วย... ซึ่งนั่นคงจะทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมากแล้ว
จ้าวฝูเดินต่อไปตามท้องถนน ในตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคือการนอนหลับสบายๆ
ทันใดนั้น ร่างอันมืดมิดก็พุ่งออกมาจากมุมๆหนึ่ง และกระแทกจ้าวฝูเข้ากับผนัง จากนั้นก็กดมีดปอกผลไม้เข้ากับคอของเขา
เมื่อรู้สึกถึงคมมีดของเย็นเฉียบที่ลำคอของเขา ร่างของจ้าวฝูก็แข็งค้าง และขนบนร่างกายของเขาก็ตั้งชันขึ้น เขาไม่กล้าขยับแม้แต่น้อยเพราะเขารู้ว่าคนๆนี้คงไม่ลังเลที่จะฆ่าเขาถ้าเขาเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า
โชคดีที่วันนี้เขาลืมโทรศัพท์ของเขา และเขาก็ไม่มีของมีค่าติดตัวไว้ ทั้งหมดที่เขามีคือเงิน 36.50 เหรียญ และถ้าเขาต้องเลือกระหว่างเงินกับชีวิตของเขา เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเลือกอย่างหลัง
จ้าวฝูเอาเงินออกมาทั้งหมด 36.50 เหรียญ และยิ้มฝืดๆ "พี่ชาย! นี่คือเงินทั้งหมดที่ผมมี โปรดเอามันไปได้เลย"
"ใครต้องการเงินของแกกัน? หันหน้าเข้ากำแพงแล้วถอดกางเกงของแกออกซะ" ชายคนนั้นตะโกนออกมา และดับความหวังของเขาที่จะจ่ายเงินเพื่อรักษาชีวิตของตัว
"เอ๋? หันหน้าเข้ากำแพง แล้วถอนกางเกงของผมออก?" จ้าวฝูขมวดคิ้วและมองไปที่ชายคนนั้น ชายวัยกลางคนที่ดูลามกเริ่มถอดกางเกงของตัวเองออก
"ไม่จริงน่า! นี่ไม่ใช่การปล้น นี่มันการข่มขืน!" จ้าวฝูก่นด่าอยู่ภายใน
ในเวลานั้นเอง ชายวัยกลางคนหน้าตาลามกก็ได้โบกมืดของเขาและพูดข่มขู่ว่า "แกไม่ได้ยินงั้นเหรอ? ลูกพี่บอกให้ถอดกางเกงไง"
"วันนี้พรหมจรรย์ของฉันจะถูกย่ำยีแล้วงั้นเหรอ?" จ้าวฝูตัวสั่นในขณะที่เขาขมวดคิ้ว และคิดถึงวิธีการหลบหนี
ตู้ม!!!
ในขณะนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางด้านบน จ้าวฝูที่ถูกกดเข้ากับกำแพงเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ทั่วทั้งท้องฟ้าดูเหมือนกำลังถูกแผดเผาและกลายเป็นทะเลเพลิงขนาดยักษ์ แสงสีรุ้งจำนวนนับไม่ถ้วนได้ร่วงหล่นลงมาไปร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าพร้อมด้วยริ้วที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลังของพวกมัน ทำให้พวกมันดูเหมือนกับอุกกาบาตในขณะที่พวกเขากำลังตกลงมา
ภาพฉากอันน่าตกตะลึงนี้ไม่เพียงแต่จะดึงดูดความสนใจของจ้างฝูเท่านั้น แต่ยังดึงดูดความสนใจของชายวัยกลางคนหน้าตาลามกอีกด้วย จ้าวฝูฉวยโอกาสนี้เพื่อคว้าข้อมือของชายคนนั้น และเขาได้บิดมันด้วยพลังทั้งหมดของเขา
"อ๊ากก!"
ชายวัยกลางคนหน้าตาลามกร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มีดของเขาร่วงหล่นลงกับพื้น ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็ยกเข่าขึ้นและแตะไปที่ขาหนีบของชายคนนั้น
"อ๊ากกกกก!!!!"
ชายคนนั้นกรีดร้องออกมาอีกครั้งในขณะที่เขาล้มลงกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขางอร่างพร้อมด้วยมือทั้งสองข้างที่กุมไว้บริเวณนั้น จ้าวฝูยังคงรู้สึกโกรธอยู่ และเขาก็เตะไปที่ชายคนนั้นอีกสองสามครั้งก่อนที่จะรีบวิ่งหนีไป
ปัง!!
ในขณะที่จ้าวฝูกำลังวิ่งออกมาจากถนน ดาวตกสีรุ้งก็ได้กระแทกลงที่เบื้องหน้าของเขา แสงที่เจิดจ้าทำให้จ้าวฝูใช้มือของตัวเองปิดหน้าตามสัญชาตญาณ หลังจากแสงเลือนหายไป คริสตัลที่มีความยาวประมาณหนึ่งนิ้วและมีความกว้างประมาณสองนิ้วได้ลอยอยู่เงียบๆเหนือพื้นดินไปสองเมตร
จ้าวฝูเดินไปข้างหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นและจับคริสตัลไว้ คริสตัลที่กำลังลอยอยู่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเมื่อจ้าวฝูคว้ามันไว้
ในตอนนี้ ทุกๆคนที่กำลังนอนหลับอยู่ได้ตื่นขึ้นมาจากเสียงอันดัง พวกเขาทุกคนเปิดประตูและหน้าต่างออกมา และมองไปที่คริสตัลนับไม่ถ้วนที่กำลังลอยอยู่ และเริ่มวิ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาทุกคนเริ่มที่จะต่อสู้แย่งชิงคริสตัลเหล่านี้เพราะพวกมันดูมีค่ามาก
เมื่อเห็นภาพที่วุ่นวายนี้ จ้าวฝูก็ไม่ได้รั้งอยู่อีกและรีบกลับบ้าน
ภายในอพาร์ทเม้นท์ห้องเดี่ยวของเขา จ้าวฝูตรวจสอบคริสดัลอย่างละเอียด จากรูปลักษณ์ของมัน ไม่มีอัญมณีใดที่สามารถเปรียบเทียบกับมันได้ และถ้ามันหายากพอ มันก็อาจจะมีมูลค่าพอๆกับเมือง อย่างไรก็ตาม จำนวนของคริสตัลที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้านั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน อย่างน้อยก็หลายพันล้าน ดังนั้นพวกมันก็คงจะไม่มีราคาอะไรมากแน่นอน
ทันใดนั้นคริสตัลก็ทอประกายออกมาด้วยแสงสีรุ้งในขณะที่มีเสียงของหุ่นยนต์พูดออกมา "โฮสได้รับการตรวจพบว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาขั้นพื้นฐาน เริ่มต้นการผูกวิญญาณ..."
"ดริ๊ง! การผูกวิญญาณประสบความสำเร็จ ตอนนี้ท่านจะถูกส่งไปยังโลกจุติสวรรค์"
หลังจากได้ยินแบบนั้น วิสัยทัศน์ของจ้าวฝูก็มืดดับลงในขณะที่เขาล้มลงกับพื้น