- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาสูบอายุขัยด้วยระบบหนึ่งระบบ
- บทที่ 15 - จิ้งจอกปีศาจแห่งชิงชิว
บทที่ 15 - จิ้งจอกปีศาจแห่งชิงชิว
บทที่ 15 - จิ้งจอกปีศาจแห่งชิงชิว
บทที่ 15 - จิ้งจอกปีศาจแห่งชิงชิว
เมื่อเห็นว่าตู้เทียนเล่อถูกจับมัดเอาไว้ได้แล้ว ปีศาจจิ้งจอกก็ยิ้มอย่างได้ใจ
"บีบให้ข้าต้องงัดเอาฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์ประจำสายเลือดซึ่งเป็นไพ่ตายก้นหีบออกมาใช้ได้"
"ในระดับสร้างรากฐานน่ะ เจ้านับว่าเป็นคนแรกเลยนะ!"
"เพื่อเป็นการสงเคราะห์ให้เจ้าได้ตายตาหลับ ข้าจะบอกให้เอาบุญ นี่คือฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์..."
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ ตู้เทียนเล่อก็กัดฟันแน่น แล้วกระแทกหัวโหม่งใส่มันอย่างแรง
ใบหน้าของปีศาจจิ้งจอกอาบไปด้วยเลือดในทันที
มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แล้วเผลอคลายหางที่รัดอยู่ออกโดยไม่รู้ตัว
ตู้เทียนเล่อฉวยโอกาสนั้นคว้าหางมันไว้ แล้วออกแรงเหวี่ยงร่างมันขึ้นไปในอากาศ
ก่อนจะฟาดมันลงกับพื้นอย่างรุนแรง!
เกิดเสียงดัง 'โครม' สนั่นหวั่นไหว
เศษหินเขียวบนยอดเขากระเด็นกระดอนไปทั่วทิศทาง
มารดามันเถอะ แกคิดว่าข้าเป็นนังร่านนั่นหรือไง?
ถึงได้กล้าเอาหางมารัดตัวข้าเนี่ย
เมื่อเห็นว่าปีศาจจิ้งจอกยังพยายามจะดิ้นรนต่อสู้
ตู้เทียนเล่อก็จับมันเหวี่ยงขึ้นไปฟาดลงกับพื้นซ้ำอีกรอบ
คราวนี้มันสิ้นฤทธิ์ไปเลยจริงๆ
ทำได้แค่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้น เลือดไหลซึมออกจากมุมปากไม่หยุด
ตู้เทียนเล่อถึงได้ยอมปล่อยมือออกจากหางของมัน
เขาถ่มน้ำลาย 'ถุย' ออกมา แล้วแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา: "แกจะทำเรื่องให้มันยุ่งยากทำไมฟะ"
"ยอมให้ข้าสับคอแกซะดีๆ ตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง?"
"ถ้าไม่ใช่เพราะต้องเอาหัวแกไปแลกของนะ"
"ข้าคงจับแกฟาดพื้นจนเละเป็นโจ๊กไปแล้ว!"
พูดจบเขาก็กวักมือเรียก กระบี่เหล็กเหมันต์ก็ลอยกลับเข้ามาอยู่ในมือ เขาเตรียมจะลงมือตัดหัวปีศาจจิ้งจอก
หญิงสาวสวยที่แอบหลบซ่อนตัวอยู่ไกลๆ ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น...
นางก็หวีดร้องเสียงหลง แล้ววิ่งถลาเข้ามา
พลางร้องไห้คร่ำครวญและอ้อนวอนตู้เทียนเล่อไปพลาง: "ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ ปล่อยท่านพี่ของข้าไปเถอะ"
"ฮือๆๆ ~~~"
"ถ้าไม่มีเขา ข้าก็มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ"
เมื่อตู้เทียนเล่อได้ยินดังนั้น เขาก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ: "เจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่ได้ มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยล่ะ?"
"ข้อตกลงระหว่างข้ากับนักพรตเฒ่าสิงก็คือ เอาหัวของปีศาจจิ้งจอกไปแลกกับของที่ข้าต้องการ"
"หลบไปซะ ไม่งั้นข้าจะสับเจ้าไปพร้อมกับมันนี่แหละ"
หญิงสาวสวยกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่แล้วก็มีเสียงของปีศาจจิ้งจอกดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังด้วยน้ำเสียงดุร้าย: "ฮูหยิน ไม่... ไม่ต้องไปขอร้องมัน"
"แกคิดว่าแค่นี้แกจะฆ่าข้าได้งั้นหรือ?"
พูดจบมันก็ดึงขนสีขาวเส้นหนึ่งออกมาจากหางสีแดงเพลิงของมัน แล้วโยนมันขึ้นไปในอากาศ
พร้อมกับกระอักเลือดออกมาและตะโกนลั่น: "ท่านทวดหญิง ช่วยข้าด้วย!"
ทันใดนั้น ขนสุนัขจิ้งจอกสีขาวเส้นนั้นก็ระเบิดออกกลางอากาศ
แสงและเงาที่แตกกระจายรวมตัวกันกลับมาอย่างรวดเร็ว
ก่อตัวเป็นเงาร่างของสตรีที่ชัดเจนขึ้นกลางนภา
สตรีผู้นี้มีใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ และมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบจนหาที่เปรียบไม่ได้
ด้านหลังของนางมีหางจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์โบกสะบัดไปมาอย่างอิสระ หนึ่ง สอง สาม... ทั้งหมดเจ็ดหาง
หางทั้งเจ็ดไม่เพียงแต่จะไม่ลดทอนความงามของนางลงเลย
แต่มันกลับยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนอันแปลกประหลาดให้นางมากยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อนำมาเทียบกับสตรีผู้เลอโฉมในร่างเงากลางนภานี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภรรยาของปีศาจจิ้งจอก หรือแม้แต่หานชิงเฉิน
ก็ไม่อาจพูดได้ว่าพวกนางไม่มีจุดเด่นเลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงพูดว่าพวกนางเป็นแค่หญิงสาวธรรมดาๆ เท่านั้นเอง
แม้แต่ตู้เทียนเล่อที่ไม่ค่อยจะหลงใหลในสตรีเพศสักเท่าไหร่ ยังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ถ้าได้สตรีผู้นี้มาเป็นภรรยา
ต่อให้แลกกับการที่เขาต้องเหาะเหินขึ้นไปเป็นเซียนเดี๋ยวนี้เลย
เขาก็ยอมรับข้อเสนอนี้อย่างไม่ลังเล!
หญิงงามที่เกิดจากแสงและเงาปรายตามองปีศาจจิ้งจอกแวบหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
จากนั้นนางก็ยกมือขึ้น แล้วใช้นิ้วชี้ไปทางตู้เทียนเล่อ
แสงสีขาวสายหนึ่ง ที่พกพาแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งทะยานลงมาอย่างฉับพลัน
ตู้เทียนเล่อไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขารีบพุ่งตัวถอยหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว
พร้อมกับร่าย 'เคล็ดวิชาป้อมปราการ' ในมือออกไปอย่างต่อเนื่อง
กำแพงหินหลายชั้นผุดขึ้นมาจากพื้นดิน เพื่อขวางกั้นระหว่างเขากับแสงสีขาวนั้น
ทว่าภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
กำแพงหินที่ดูแข็งแกร่งทนทาน กลับพังทลายลงทีละชั้นๆ อย่างง่ายดาย
แสงสีขาวเพียงแค่อ่อนกำลังลงไปนิดหน่อยเท่านั้น
ตู้เทียนเล่อกัดฟันแน่น
ผสานคนและกระบี่เป็นหนึ่ง!
หลังจากเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์แห่งมรรคากระบี่ที่เคยทะลวงฟันไร้พ่ายมาตลอด กลับถูกหยุดยั้งลงอย่างรุนแรง คนและกระบี่กระเด็นแยกออกจากกัน
แสงสีขาวอ่อนกำลังลงไปอีกหน่อย
เมื่อเห็นว่าได้ผล
ตู้เทียนเล่อที่มีเลือดไหลซึมมุมปากก็กัดฟันยืนหยัดสู้ต่อไป
'เคล็ดวิชาหลอมกายาหกสิบปี' ที่เพิ่งจะฝึกฝนขัดเกลามาตลอดสามร้อยปี ถูกระเบิดพลังออกมาจนถึงขีดสุด
'เคล็ดวิชาบำเพ็ญปราณเบญจธาตุน้อย' ที่อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากมาถึงเจ็ดร้อยแปดสิบปี ก็ถูกปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่
เขาตั้งใจจะใช้ร่างกายรับมือกับการโจมตีของแสงสีขาวอันน่าสะพรึงกลัวนี้ตรงๆ
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง
ร่างของตู้เทียนเล่อปลิวละลิ่วลอยกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
เขาฝืนพยุงตัวลุกขึ้นยืน
แล้วกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา
เขาได้รับบาดเจ็บภายในไม่เบาเลย
ตู้เทียนเล่อรีบร่าย 'เคล็ดวิชาคืนพฤกษา' ใส่ตัวเองอย่างรวดเร็ว
อาการบาดเจ็บถึงได้ทุเลาลงบ้าง
แม้ว่าเขาจะมีสภาพทุลักทุเลและได้รับบาดเจ็บ
แต่อย่างน้อยเขาก็รอดชีวิตมาได้
เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ตาย หญิงงามในร่างเงากลางนภาก็เผยให้เห็นแววตาประหลาดใจ
ในจังหวะที่นางกำลังจะยกมือขึ้นโจมตีอีกครั้ง ทันใดนั้น พลังปราณแห่งฟ้าดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ส่งผลให้ร่างเงากลางนภาเกิดรอยกระเพื่อมขึ้นเป็นชั้นๆ และดูเลือนรางลงไปมาก
หญิงงามจิ้งจอกในร่างเงาจำต้องลดมือลงอย่างจนใจ ริมฝีปากสีแดงสดของนางเผยอขึ้นเล็กน้อย: "ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้เป็นเผ่าพันธุ์ของข้า"
"สหายเต๋า ช่วยเห็นแก่หน้าเผ่าจิ้งจอกชิงชิวของข้า ปล่อยเขาไปสักครั้งได้หรือไม่?"
"วันหน้าหากมีวาสนาได้พบกัน ข้าจะตอบแทนท่านอย่างงาม"
คำพูดนี้ทำเอาตู้เทียนเล่อฟังจนแทบจะหัวเราะเยาะออกมา!
พอฆ่าเขาไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนมาขอเจรจาสงบศึกเนี่ยนะ
ช่างหน้าด้านหน้าทนจริงๆ!
ในขณะเดียวกัน เขาก็ตระหนักได้ว่า นี่คงจะเป็น 'ฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์จิตวิญญาณจำแลง' ในตำนานสินะ
เขาไม่รู้หรอกว่าชิงชิวอยู่ที่ไหน
แต่มันต้องอยู่ไกลมากแน่ๆ
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ด้วยระดับพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่นางแสดงออกมาให้เห็น
นางคงไม่ถูกจำกัดให้โจมตีได้แค่ครั้งเดียวหรอก
เขาใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก แล้วหัวเราะหึหึ: "นี่เจ้ากำลังขอร้องข้างั้นหรือ?"
"เป็นไงล่ะ? ไหนว่าจะฆ่าข้าให้ตายไม่ใช่หรือไง?"
"เข้ามาสิ เข้ามาตีข้าสิ!"
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ปีศาจจิ้งจอกที่นอนกองอยู่บนพื้น แล้วแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา: "ไอ้ตัวนี้ ข้าต้องฆ่ามันให้ตายให้ได้!"
"ต่อให้พระพุทธองค์เสด็จมา ก็คุ้มครองมันไม่ได้หรอก"
"ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลย!"
มารดามันเถอะ สวยแล้วไงวะ?
สวยแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบงั้นหรือ?
ข้าไม่ได้คิดจะแต่งงานกับเจ้าซะหน่อย
แล้วทำไมข้าต้องฟังคำสั่งเจ้าด้วยล่ะ!
หญิงงามในร่างเงาจ้องมองเขาลึกซึ้ง แววตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง: "ข้าจำหน้าเจ้าไว้แล้ว!"
"หวังว่าวันหน้าหากมีวาสนาได้พบกัน เจ้าจะยังคงปากดีแบบนี้ได้อยู่นะ!"
พอพูดจบ
ร่างเงาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายหายไปในอากาศจนหมดสิ้น
เมื่อตู้เทียนเล่อได้ยินแบบนั้น เขาก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาอย่างต่อเนื่อง
จำหน้าข้าไว้แล้วงั้นหรือ? ข้าก็จำหน้าเจ้าไว้แล้วเหมือนกัน!
เผ่าจิ้งจอกชิงชิวใช่ไหมล่ะ
พวกแกรอข้าไว้ก่อนเถอะ
หึ! สักวันข้าจะไปรีดเลือดไอ้พวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์รังนี้เรียงตัวเลยคอยดู!
……
เขาหยิบกระบี่เหล็กเหมันต์ขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ก็ต้องพบว่าบนใบกระบี่มีรอยร้าวลึกเพิ่มขึ้นมาหลายรอย
ในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญกระบี่คนหนึ่ง
กระบี่เหล็กเหมันต์เล่มนี้ก็เปรียบเสมือนรักแรกของเขานั่นแหละ
เมื่อต้องมาเห็นมันได้รับความเสียหายหนักหนาสาหัสขนาดนี้ ย่อมต้องปวดใจสุดๆ เป็นธรรมดา
ผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดมาหลายต่อหลายครั้ง และหลายครั้งก็เป็นการปะทะกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
แต่มันก็ยังไม่พังทลายลงมา
ต้องยอมรับเลยว่า ผู้บำเพ็ญเพียรในห้องหลอมศาสตราของสำนักฉีอวิ๋น ทำงานได้มีคุณธรรมมากจริงๆ
ตู้เทียนเล่อหิ้วกระบี่เดินเข้าไปหาปีศาจจิ้งจอกและภรรยาของมัน
เขามองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของพวกมัน แล้วยิ้มตาหยีพลางพูดว่า: "อย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสล่ะ"
"ยังมีท่านทวดหญิงคนไหนอีกไหม เรียกออกมาให้หมดเลยสิ!"
ปีศาจจิ้งจอกส่ายหน้า มันหันไปยิ้มอย่างน่าเวทนาให้กับหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย: "ฮูหยิน ดูเหมือนว่าวาสนาในชาตินี้ของพวกเราคงจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้แล้วล่ะ เราคงต้องไปเป็นสามีภรรยากันต่อในชาติหน้าแล้วนะ!"
หญิงสาววัยกลางคนก็มีน้ำตาคลอเบ้า นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า: "ท่านพี่ ความทุกข์ยากทั้งหมดในชาตินี้ ถือเป็นการทดสอบพวกเราเท่านั้น"
"ชาติหน้าเราจะต้องได้ครองคู่กันเป็นสามีภรรยาที่รักกันยืนยาวอย่างแน่นอน"
พูดจบ ทั้งสองก็สวมกอดกันร้องไห้โฮ
ตู้เทียนเล่อ: ……
แม่มึงเอ๊ย ทำไมพวกแกถึงทำเหมือนกับว่าข้าเป็นตัวร้ายซะเองเลยวะเนี่ย
ทั้งๆ ที่พวกแกนั่นแหละที่เป็นพวกวิปริตตรรกะพังพินาศ!
ตู้เทียนเล่อทนดูความน่าสะอิดสะเอียนนี้ไม่ไหวอีกต่อไป
เขาจัดการตวัดกระบี่ลงไปอย่างรวดเร็ว
กระบี่เดียว ตัดหัวขาดทั้งสองหัว
เขายื่นมือออกไปรับหัวของปีศาจจิ้งจอกเอาไว้
จากนั้นก็ล้วงเข้าไปในอกเสื้อของมัน เพื่อหยิบเอากระจกทองแดงที่มันเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่ออกมา
ของชิ้นนี้เป็นของวิเศษชั้นเยี่ยมเลยนะ ถึงขนาดที่สามารถขัดขวางฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์การควบคุมกระบี่ได้เชียวล่ะ
เขาลองค้นดูอีกรอบ แล้วก็ถอดแหวนวงหนึ่งออกมาจากนิ้วของปีศาจจิ้งจอก
หรือว่าจะเป็นแหวนมิติกันนะ?
สุดท้ายเขาก็ดีดนิ้ว ร่างไร้หัวของปีศาจจิ้งจอกก็ลุกพรึบด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง
เพียงไม่นาน แม้แต่กระดูกก็ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปจนหมด
ส่วนศพของผู้หญิงน่ะหรือ
แน่นอนว่าต้องเตะตกหน้าผาลงไปอยู่แล้ว
ให้พวกวิปริตสองคนนี้ คนหนึ่งอยู่บนยอดเขา อีกคนหนึ่งอยู่ก้นเหว
ยังอยากจะเป็นสามีภรรยากันในชาติหน้าอีกงั้นหรือ
ไปกินขี้ไป๊!
……
(จบแล้ว)