- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 19 - ข้อตกลงของสืออู๋เฟิง
บทที่ 19 - ข้อตกลงของสืออู๋เฟิง
บทที่ 19 - ข้อตกลงของสืออู๋เฟิง
บทที่ 19 - ข้อตกลงของสืออู๋เฟิง
สิ้นคำพูดนี้ ทั่วทั้งลานก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
ใบหน้าของฮั่วเทียนมืดมนลงอย่างสมบูรณ์ ข้อนิ้วที่กำขวานยักษ์ไว้แน่นจนซีดขาวเพราะออกแรงมากเกินไป
"สืออู๋เฟิง! แกคิดจะสอดมือเข้ามายุ่งจริงๆ งั้นเหรอ"
"มันฆ่าคนในกิลด์ฉันไปเป็นสิบ บัญชีเลือดพวกนี้ แกบอกจะคุ้มครองก็คุ้มครองได้ง่ายๆ งั้นสิ"
คำตอบของสืออู๋เฟิงนั้นเรียบง่ายและแข็งกร้าวราวกับโล่ของเขา
"ฝีมือสู้ไม่ได้ ตายไปก็สมควรแล้ว"
"ความแค้นในดินแดนลับ ก็ควรจะสะสางกันให้จบในนั้น การที่แกเกณฑ์คนสองร้อยคนมาปิดล้อมผู้เล่นอิสระคนเดียว มันผิดกฎมาตั้งแต่แรกแล้ว"
"ตอนนี้โดนฆ่าสวนกลับมา มันก็พิสูจน์ได้แค่ว่ากิลด์เลี่ยหั่วของแก เลี้ยงไว้แต่พวกสวะเท่านั้นแหละ"
"แก!"
หน้าอกของฮั่วเทียนกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ลำคอเปล่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก
"สืออู๋เฟิง! แกยอมแตกหักเปิดศึกเต็มรูปแบบกับกิลด์ [เลี่ยหั่ว] ของพวกเรา เพื่อไอ้เด็กเหลือขอนี่งั้นเหรอ!"
"เขาไม่ใช่เด็กเหลือขอ"
สืออู๋เฟิงเอ่ยแก้คำพูด สายตามองข้ามฮั่วเทียนไปหยุดอยู่ที่หลินผิงอีกครั้ง แววตานั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"เขาคือมิตรที่กิลด์ [ผานสือ] ของเราหมายตาไว้"
"ใครหน้าไหนที่คิดจะแตะต้องเพื่อนของฉัน ก็ต้องถามคนทั้งกิลด์ [ผานสือ] ก่อน ว่าพวกเราจะยอมหรือเปล่า"
สิ้นเสียงคำประกาศนั้น
ยอดฝีมือระดับอีลีตของกิลด์ [ผานสือ] นับร้อยชีวิตที่อยู่เบื้องหลังเขา ก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกันหนึ่งก้าวเสียงดังตึง
เสียงชุดเกราะหนักกระทบกันดังฉาดฉาน อาวุธทุกชิ้นถูกชักออกจากฝัก
"สู้!"
เสียงคำรามเพียงคำเดียวที่เปล่งออกมาอย่างพร้อมเพรียง หลอมรวมกันเป็นเจตจำนงอันแข็งแกร่งดุจกระแสน้ำเหล็กกล้า ซัดสาดทำลายรังสีอำมหิตอันจอมปลอมของกิลด์ [เลี่ยหั่ว] จนแตกกระเจิงไม่เป็นท่าในพริบตา
เหนือกว่าเห็นๆ
ใบหน้าของฮั่วเทียนเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว ภายในใจกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
สู้เหรอ
กิลด์ [ผานสือ] คือพวกกระดูกแข็งอันเลื่องชื่อของเมืองหลินอัน อีกฝ่ายกำลังฮึกเหิมถึงขีดสุด ส่วนฝั่งเขากำลังใจแตกสลายไปแล้ว ขืนสู้กันจริงๆ มีแต่จะแพ้เละเทะยิ่งกว่าเดิม
ไม่สู้เหรอ
จะยอมถอยทัพหอบศพลูกน้องนับสิบกลับไปแบบหมาจนตรอกงั้นเหรอ
หน้าตาของกิลด์ [เลี่ยหั่ว] คงถูกเหยียบย่ำจมดินไปจนหมดสิ้นในวันนี้แน่!
ในจังหวะที่เขากำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความอัปยศและความโกรธแค้นแทบจะระเบิดทะลุอก เสียงของสืออู๋เฟิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นการโยนบันไดลงมาให้เขาเดินลง
"หัวหน้ากิลด์ฮั่ว เรื่องในวันนี้ ถือซะว่าไว้หน้าฉันสืออู๋เฟิงสักครั้งก็แล้วกัน"
"คนของแกที่ตายไป กิลด์ [ผานสือ] จะจ่ายเงินชดเชยให้เป็นสองเท่า"
ฮั่วเทียนรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
ขืนดึงดันต่อไป คนที่จะต้องอับอายขายหน้าก็คือตัวเขาเอง
"ดี... ดีมากกิลด์ [ผานสือ]!"
ฮั่วเทียนเค้นคำพูดเหล่านี้ออกมาจากไรฟัน สายตาอาฆาตแค้นจ้องเขม็งไปที่หลินผิงราวกับจะสลักใบหน้าที่แสนสงบนิ่งนี้เอาไว้ในกระดูกดำ
"สืออู๋เฟิง หน้าของแกครั้งนี้ ฉันจะยอมให้!"
"แต่แกฟังเอาไว้ให้ดี!" เขาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ชี้หน้านิ้วแทบจะทิ่มหน้าหลินผิง "ไอ้หนู อย่าคิดนะว่ามีกิลด์ [ผานสือ] หนุนหลังแล้วจะรอดตัวไปได้! บัญชีแค้นในวันนี้ ฉันจดเอาไว้แล้ว! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
พูดจบเขาก็สะบัดมืออย่างแรง
"พวกเรากลับ!"
คนของกิลด์ [เลี่ยหั่ว] สองร้อยกว่าชีวิต ตอนมาแผ่รังสีอำมหิตเทียมฟ้า แต่ตอนกลับกลับต้องแบกศพอันเย็นชืดเดินคอตกเหมือนไก่ชนที่แพ้ยับเยิน ล่าถอยออกจากบึงคางคกไปท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน
มหาสงครามที่มากพอจะสะเทือนเมืองหลินอัน กลับปิดฉากลงอย่างลวกๆ ด้วยวิธีการที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ริมบึงน้ำกลับคืนสู่ความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ผู้เล่นที่มุงดูเหตุการณ์ต่างมองฉากดราม่านี้ด้วยสมองที่ว่างเปล่า ยังไม่ทันได้ดึงสติกลับมาจากข้อมูลมหาศาลที่ได้รับ
สืออู๋เฟิงไม่สนใจสายตารอบข้าง เขาส่งสัญญาณให้สมาชิกกิลด์ยืนสแตนด์บายอยู่ที่เดิม ส่วนตัวเองเดินเข้าไปหาหลินผิง
"น้องหลินผิง ฉันชื่อสืออู๋เฟิง เป็นพ่อของสือเหล่ย"
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นทรงพลัง แฝงไว้ด้วยความเป็นมิตรในแบบฉบับของผู้มีอำนาจ
"ที่ป่าทึบเร้นลับ ขอบใจมากที่ยื่นมือเข้าช่วย รอดชีวิตลูกชายฉันกับลูกทีมเอาไว้"
หลินผิงมองเขา ความเย็นชาในแววตาละลายลงไปเล็กน้อย
"แค่เรื่องเล็กน้อย"
"สำหรับนายอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับพวกเขา มันคือบุญคุณช่วยชีวิต" สืออู๋เฟิงยิ้ม "วันนี้ช่วยแก้สถาณการณ์ให้ ก็ถือซะว่าตอบแทนบุญคุณนั้นก็แล้วกัน แต่นอกเหนือจากนี้ ฉันยังมีคำขอร้องที่อาจจะดูเอาแต่ใจไปสักหน่อยอยู่อีกเรื่อง"
"ว่ามา" หลินผิงตอบสั้นๆ ได้ใจความ
"ฉันดูออกนะ" สายตาของสืออู๋เฟิงกวาดมองซากศพคางคกกองพะเนินเทินทึกแทบเท้าหลินผิง "นายต้องการสถานที่ที่สามารถฟาร์มมอนสเตอร์ได้อย่างสงบโดยไม่มีใครมากวนใจ"
เขาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงความลับของหลินผิง แต่เลือกที่จะยื่นกิ่งมะกอกให้โดยตรง
"ฉันขอเชิญนายเข้าร่วมกิลด์ [ผานสือ] ของเราเป็นการชั่วคราว ตำแหน่งคือ 'ผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์' ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของกิลด์ ไปมาได้อย่างอิสระ"
"เพื่อแสดงความจริงใจ เขตฟาร์มมอนสเตอร์ทั้งหมดภายใต้ชื่อกิลด์ [ผานสือ] ตั้งแต่ 'เหมืองก๊อบลิน' เลเวล 10 ไปจนถึง 'สุสานอันเดด' เลเวล 30 จะเปิดให้นายเข้าไปใช้งานได้อย่างไม่มีเงื่อนไข ฉันรับประกันได้เลยว่าจะไม่มีใครเข้าไปรบกวนนายเด็ดขาด"
รูม่านตาของหลินผิงหดเล็กลงเล็กน้อย
ข้อเสนอนี้เย้ายวนใจมาก
เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การให้ที่พักพิง แต่มันคือการผูกมัด ทว่าอิสระและทรัพยากรที่อีกฝ่ายมอบให้นั้น คือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้พอดี
"แล้วข้อแลกเปลี่ยนล่ะ" หลินผิงเอ่ยถาม
"อีกสามวัน ดินแดนลับแห่งใหม่เลเวล 20 [คุกน้ำแข็ง] จะเปิดให้ใช้งาน" แววตาของสืออู๋เฟิงทอประกายเฉียบคม "ฉันต้องการให้นาย นำปาร์ตี้ไปคว้าเฟิสต์คิลระดับนรกมาให้ได้ในฐานะผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์ของกิลด์ [ผานสือ]"
เขาพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค "ของรางวัลจากการคว้าเฟิสต์คิล นอกเหนือจากค่าชื่อเสียงของกิลด์แล้ว ไอเทมที่เหลือทั้งหมดตกเป็นของนายแต่เพียงผู้เดียว พวกเราต้องการแค่ชื่อเสียงเท่านั้น"
นี่ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนอีกต่อไป แต่มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ สืออู๋เฟิงยอมเอาทรัพยากรและชื่อเสียงของกิลด์มาเดิมพัน เพื่อแลกกับการได้ครอบครองสุดยอดพลังรบอย่างหลินผิงไว้ชั่วคราว
ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
"ตกลง" หลินผิงพยักหน้ารับแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นถูกจังหวะพอดี
[ผู้เล่น 'สืออู๋เฟิง' เชิญคุณเข้าร่วมกิลด์ 'ผานสือ' ตำแหน่ง: สมาชิกกิลด์ดีเด่น ยอมรับหรือไม่]
หลินผิงเลือก "ใช่"
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี คุณได้เป็นสมาชิกกิลด์ดีเด่นของ 'ผานสือ' แล้ว!]
"ยินดีต้อนรับ"
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสืออู๋เฟิง เขาหยิบป้ายคำสั่งหินสลักลวดลายโบราณออกมาจากช่องเก็บของแล้วยื่นส่งให้หลินผิง "นี่คือป้ายประจำตัวของนาย [ป้ายผานสือ] เมื่อมีป้ายนี้ นายจะสามารถเข้าออกพื้นที่ทุกส่วนของกิลด์ได้อย่างอิสระ เดี๋ยวฉันจะให้สือเหล่ยส่งพิกัดแผนที่ของเขตฟาร์มมอนสเตอร์ไปให้นะ"
หลินผิงรับป้ายคำสั่งมา สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่หน่วงมือเล็กน้อย
เขารู้ดีว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว
แม้จะเป็นเพียงชั่วคราว แต่ป้ายชื่อของกิลด์ [ผานสือ] จะช่วยปัดเป่าปัญหาจุกจิกกวนใจออกไปจากเขาได้อีกเยอะ
"งั้นก็ เจอกันอีกสามวัน"
สืออู๋เฟิงประสานมือคารวะ ก่อนจะนำพากองกำลังร้อยชีวิตของกิลด์ [ผานสือ] เดินทางกลับไปอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร
บึงน้ำกลับคืนสู่ความเงียบสงบโดยสมบูรณ์
เหลือเพียงหลินผิงเพียงคนเดียว กับซากศพคางคกที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น
เขาก้มลงมอง [ป้ายผานสือ] ในมือ สลับกับมองดูยอดการสังหารบนหน้าต่าง [ประกาศิตผนึกเวท] ที่เพิ่งจะทะลุสามหมื่นไปหมาดๆ
เข้าใกล้เป้าหมายหนึ่งแสนเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
หลินเฮ่า หลิ่วเยวี่ยเหยา...
งานเลี้ยงฉลองของพวกแก น่าจะจบลงแล้วสินะ
มุมปากของหลินผิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
เขาเก็บป้ายคำสั่งลงไป ก่อนจะง้างคันธนูขึ้นมาอีกครั้ง
เฟี้ยว!
ลูกศรเหล็กพุ่งแหวกลมออกไป ตรึงร่างคางคกอัปลักษณ์ที่เพิ่งเกิดใหม่จนตายคาที่อย่างแม่นยำ
ส่วนลึกของบึงน้ำ เสียงสายธนูอันแสนจำเจทว่าปลิดชีพดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้ ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้แม้แต่นิดเดียว
[จบแล้ว]