- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 1 - นักธนูที่ทำได้แค่โจมตีปกติ
บทที่ 1 - นักธนูที่ทำได้แค่โจมตีปกติ
บทที่ 1 - นักธนูที่ทำได้แค่โจมตีปกติ
บทที่ 1 - นักธนูที่ทำได้แค่โจมตีปกติ
แสงสีทองสว่างวาบพุ่งทะยานขึ้นจากจัตุรัสเปลี่ยนอาชีพเมืองหลินอันทะลวงผ่านชั้นเมฆ ใจกลางเสาลำแสงนั้นมีร่างผอมบางของเด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่
"พรสวรรค์ระดับ SSS! เมืองหลินอันของเรามีระดับ SSS ปรากฏขึ้นแล้ว!"
"หลินผิงลูกชายท่านเจ้าเมืองหลิน! ฉันว่าแล้วเชียวว่าเขาต้องไม่ธรรมดา!"
"ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ!"
เสียงตะโกนฮือฮาดังระงมไปทั่วจัตุรัส
บนแท่นพิธี หลินจ้านเจ้าเมืองหลินอันผู้มีรูปร่างกำยำล่ำสันจ้องมองลูกชายในลำแสงด้วยความภาคภูมิใจ หลังมือที่จับพนักเก้าอี้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตื่นเต้นขั้นสุด
สตรีสูงศักดิ์ข้างกายเขากลับมีรอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้า ส่วนหลินเฮ่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ถัดไปยิ่งจ้องมองหลินผิงเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาแทบจะล้นทะลัก
ท่ามกลางสายตานับหมื่นคู่ ม่านแสงข้อมูลขนาดมหึมาก็กางออกเหนือจัตุรัส
[ขอแสดงความยินดีกับ หลินผิง ประชากรเมืองหลินอัน ปลุกพรสวรรค์ระดับ SSS สำเร็จ!]
[อาชีพ: ผู้ผนึกเวท (สายธนู)]
ผู้ผนึกเวท?
แค่ชื่อก็ฟังดูดุดันแล้ว
ทว่าเมื่อคำอธิบายอาชีพบรรทัดถัดมาปรากฏขึ้น ความโกลาหลทั่วทั้งจัตุรัสพลันเงียบกริบราวกับป่าช้า
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม
[คุณลักษณะอาชีพ: ความชำนาญการยิงธนู MAX พลังโจมตี พละกำลัง และความคล่องตัวของคุณจะได้รับการขยายขีดจำกัด ข้อแลกเปลี่ยนคือ... คุณจะไม่สามารถเรียนรู้และใช้งานสกิลกดใช้ใดๆ ได้อีกตลอดกาล]
ครืน!
หลังความเงียบงันคือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังกระหึ่มขึ้นมา
"อะไรนะ? ใช้สกิลไม่ได้? นี่มันระดับ SSS ประสาอะไรกัน?"
"ก็แค่อาชีพพิการ! พลังโจมตีสูงแค่ไหนแล้วยังไง ทำได้แค่ยิงธนูธรรมดาทีละดอกมันจะไปมีประโยชน์อะไร? แค่สกิล [ศรพหุคูณ] ยังเรียนไม่ได้เลย แล้วจะเคลียร์มอนสเตอร์ยังไง?"
"ขำชะมัด ถ้าไอ้นี่คือระดับ SSS งั้นฉันก็คงระดับ SSSSSSS แล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
บนแท่นพิธี ความภาคภูมิใจบนใบหน้าของหลินจ้านแข็งค้างในพริบตา เลือดฝาดจางหายเหลือเพียงความตกตะลึงและใบหน้าที่เขียวคล้ำ
ความแข็งเกร็งบนใบหน้าของหวังหรูมลายหายไปเงียบๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่แทบมองไม่เห็น
เธอตบแขนหลินจ้านเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนหวาน
"นายท่าน อย่าเสียใจไปเลยค่ะ บางที... พรสวรรค์นี้อาจจะมีประโยชน์อย่างอื่นก็ได้นะคะ?"
เสียงของเธอไม่ดังนักแต่ก็ทำให้ร่างของหลินจ้านสั่นสะท้านเล็กน้อย
จังหวะนั้นเองเด็กสาวโฉมงามที่นั่งอยู่อีกด้านของหลินจ้านก็ลุกขึ้นยืน
เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวนวล ใบหน้างดงามหมดจด เธอคือ หลิ่วเยวี่ยเหยา คุณหนูแห่งกิลด์เทียนกงที่เพิ่งปลุกพรสวรรค์ระดับ S [ผู้พิทักษ์แสงศักดิ์สิทธิ์] และเธอยังเป็นคู่หมั้นในนามของหลินผิงอีกด้วย
เธอเดินมาหยุดตรงหน้าหลินจ้าน ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย น้ำเสียงไร้ซึ่งความสนิทสนมเฉกเช่นวันวาน
"ท่านหัวหน้ากิลด์ พี่หลินผิงเขา... ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
คำว่า "หัวหน้ากิลด์" ทำเอาหลินจ้านรู้สึกจุกแน่นในอก
ก่อนที่หลินผิงจะปลุกพรสวรรค์ หลิ่วเยวี่ยเหยามักจะเรียกเขาว่า "คุณลุงหลิน" มาตลอด
...
ใจกลางลำแสง หลินผิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในหัวยังคงสับสนมึนงง
ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสน้ำ
สองร้อยปีก่อน เกมเทวะจุติปรากฏขึ้น สัตว์ประหลาดจากต่างมิติเข้ารุกราน
เผ่าพันธุ์ต่างๆ บนโลกมนุษย์ได้ปลุกแผงสถานะเปลี่ยนอาชีพขึ้นมาเพื่อต่อต้านพวกมัน
สิ่งมีชีวิตบนโลกลดลงถึงเก้าในสิบส่วน
ตลอดสามปี เผ่าพันธุ์บนโลกต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัส จนเหลือเพียงเก้า [มหานครระดับตำนาน] เป็นผู้นำ และมีเมืองต่างๆ อีก 999 แห่งกลายเป็นที่พักพิงสุดท้าย
เมืองหลินอันก็คือหนึ่งใน 999 เมืองเหล่านั้น โดยอยู่ในระดับทองแดง
แถมยังมีร่างที่ชื่อหลินผิงนี้ พ่อผู้เป็นเจ้าเมือง แม่เลี้ยงจอมวางแผน น้องชายต่างแม่ผู้เย่อหยิ่ง และคู่หมั้นสาวสวยหยาดเยิ้มคนนั้น
ฉันทะลุมิติมางั้นเหรอ?
เปิดฉากมาด้วยพรสวรรค์ระดับ SSS เป็นถึงลูกชายเจ้าเมือง แถมยังมีคู่หมั้นสุดสวย
หลินผิงที่เป็นเด็กกำพร้าในชาติก่อน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างไม่น่าเป็นไปได้
แต่เมื่อเขาย่อยข้อมูลของพรสวรรค์ [ผู้ผนึกเวท] เสร็จสิ้น ความอบอุ่นสายนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป
ไม่สามารถเรียนรู้และใช้งาน "สกิลกดใช้" ได้
[พุ่งชน] ของนักรบ [พายุหิมะ] ของนักเวท [ห่าฝนลูกศร] ของนักธนู... การไม่มีสกิลหมายความว่าไม่มีพลังโจมตีรุนแรงฉับพลัน ไม่มีดาเมจวงกว้าง และไม่มีอนาคต
กระทั่งสกิลติดมากับอุปกรณ์สวมใส่หลายชิ้นก็ยังใช้งานไม่ได้
นักธนูที่ทำได้แค่ยิงลูกศรธรรมดา หากต้องเผชิญหน้ากับฝูงมอนสเตอร์ก็เป็นได้แค่เป้านิ่ง
จากสวรรค์ร่วงหล่นสู่นรกใช้เวลาเพียงวินาทีเดียว
หลินผิงร่วงหล่นจากอัจฉริยะที่ทุกคนจับตามอง กลายเป็นตัวตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองหลินอัน
...
คืนนั้น ณ ตระกูลหลิน แสงไฟสว่างไสว
ทว่าบรรยากาศในงานเลี้ยงมื้อค่ำกลับหนาวเหน็บจนแทบจะแช่แข็งลมหายใจ
หลินจ้าน เจ้าเมืองหลินอันและหัวหน้ากิลด์ [ชางฉยง] เอาแต่ก้มหน้าดื่มเหล้าเงียบๆ ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำใด
หวังหรูคีบอาหารให้สามีอย่างสง่างาม คอยถามไถ่เอาใจใส่ ทว่าหางตากลับจดจ้องไปยังหลินผิงที่เอาแต่ก้มหน้ากินข้าวอยู่ตลอดเวลา
หลินเฮ่ายิ่งไม่ปิดบังความได้ใจของตนเองเลยแม้แต่น้อย
พรสวรรค์ระดับ SS [นักเวทอัคคี] ที่เขาปลุกขึ้นมาได้ในวันนี้ ดูท่าแล้วเขาต่างหากคือผู้ชนะตัวจริง
หลินผิงคีบข้าวเข้าปากเงียบๆ แต่ในใจกลับครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่คิด แผงสถานะของเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
[ชื่อ: หลินผิง]
[เลเวล: 1]
[อาชีพ: ผู้ผนึกเวท]
[พละกำลัง: 100]
[ความคล่องตัว: 100]
[ร่างกาย: 50]
[สติปัญญา: 0]
[จิตวิญญาณ: 0]
[คุณลักษณะอาชีพ: สมาธิแห่งนักแม่นปืน (ละทิ้งการเติบโตของ "สติปัญญา จิตวิญญาณ และมานา" เพื่อเปลี่ยนเป็นโบนัสเสริมให้กับ "พละกำลัง ความคล่องตัว และร่างกาย")]
[จำนวนการสังหารของประกาศิตผนึกเวทในปัจจุบัน: 0 / 10,000]
นักธนูทั่วไปตอนเปลี่ยนอาชีพ ค่าพละกำลังกับความคล่องตัวมีแค่สิบหน่วย ส่วนร่างกายยิ่งน่าสงสารมีเพียงห้าหน่วยเท่านั้น
ค่าสถานะพื้นฐานของเขาคือสิบเท่าของคนอื่น!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ [ประกาศิตผนึกเวท] อันลึกลับนั่น
สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ในระบบอาชีพใดๆ ที่เคยเป็นที่รู้จัก
มันไม่ใช่คำสาปอย่างแน่นอน
ผู้ข้ามภพข้ามชาติอย่างเขามีหรือจะเป็นแค่อาชีพขยะ?
บนโต๊ะอาหาร
"พ่อ"
หลินผิงวางชามและตะเกียบลง เตรียมจะบอกเล่าสิ่งที่เขาค้นพบเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองไม่ใช่ขยะ
เขาเพิ่งจะอ้าปากก็ถูกหวังหรูขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ผิงเอ๋อร์ กินข้าวก่อนเถอะ"
หวังหรูส่งยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา
เธอหันไปมองหลินจ้านแล้วเอ่ยเสียงหวาน
"นายท่านคะ เรื่องการแต่งงานของเยวี่ยเหยา วันนี้ฉันคุยกับนายหญิงหลิ่วแล้วนะคะ"
มือที่ถือแก้วเหล้าของหลินจ้านชะงักค้างกลางอากาศ
หัวใจของหลินผิงกระตุกวูบ ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างครอบงำจิตใจ
ได้ยินเพียงหวังหรูกล่าวต่อ
"นายหญิงหลิ่วบอกว่าสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลยังคงมีผลอยู่ ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นข้อตกลงของทางกิลด์ ตระกูลหลินของเราได้เยวี่ยเหยามาเป็นสะใภ้ถือเป็นวาสนาค่ะ"
หลินผิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
ดูเหมือนว่าแม่เลี้ยงคนนี้จะยังปฏิบัติกับเขาดีอยู่พอสมควร
แต่เมื่อเขาเหลือบมองไปข้างๆ กลับเห็นรอยยิ้มที่กลั้นเอาไว้ไม่อยู่มุมปากของหลินเฮ่า
มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
หวังหรูหยุดพูดไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอตกลงบนตัวหลินผิงในที่สุด น้ำเสียงแฝงไปด้วยความ "เสียดาย" อย่างพอดิบพอดี
"เพียงแต่... นายหญิงหลิ่วก็พูดไว้ว่า ว่าที่สามีในอนาคตของเยวี่ยเหยาจะต้องเป็นเสาหลักที่เชิดชูเกียรติยศของตระกูลได้ แม้ว่าผิงเอ๋อร์จะปลุกพรสวรรค์ระดับ SSS ได้สำเร็จ แต่สถานการณ์ของเขามันค่อนข้างพิเศษ..."
เธอเปลี่ยนเรื่องกระทันหัน หันไปมองหลินเฮ่าลูกชายของตนเองด้วยสายตาเปี่ยมรัก
"อาเฮ่าบ้านเราปลุกพรสวรรค์ระดับ SS [นักเวทอัคคี] ได้ อนาคตย่อมก้าวไกลไร้ขีดจำกัด นายหญิงหลิ่วคิดว่าอาเฮ่ากับเยวี่ยเหยาต่างหากที่เป็นคู่สร้างคู่สม"
ลมหายใจของหลินผิงสะดุดไปชั่วขณะ
เขาหันขวับไปมองผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ คาดหวังให้เขาเอ่ยคำว่า "ไม่" ออกมาสักคำ
ทว่าหลินจ้านกลับเอาแต่เงียบ กระดกเหล้าแรงกรอกปากจนหมดจด ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาเลยสักนิด
ความเงียบนี้กรีดแทงหัวใจยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
หวังหรูมองดูใบหน้าที่ซีดเผือดลงในพริบตาของหลินผิงด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะพูดต่อพร้อมรอยยิ้มประดับใบหน้า
"ดังนั้นความหมายของนายท่านก็คือ สัญญาหมั้นหมายกับตระกูลหลิ่วจะยังคงดำเนินต่อไป"
เธอเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงดังก้องชัดเจนในหูของหลินผิง
"เพียงแต่คนที่ต้องทำตามสัญญาหมั้นหมายไม่ใช่แก"
"คือน้องชายของแก หลินเฮ่า"
[จบแล้ว]