เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ลู่หราน นายเลิกแรดได้แล้ว!

บทที่ 24 - ลู่หราน นายเลิกแรดได้แล้ว!

บทที่ 24 - ลู่หราน นายเลิกแรดได้แล้ว!


บทที่ 24 - ลู่หราน นายเลิกแรดได้แล้ว!

ณ ลู่วิ่งสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยเมืองฉิน ลู่หรานกำลังวิ่งออกกำลังกายอย่างขะมักเขม้น

ถึงแม้ตอนนี้จะเข้าสู่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว แต่ก็ยังมีนักศึกษาตกค้างอยู่ในมอไม่น้อย บนลู่วิ่งยังคงเห็นคู่รักหลายคู่เดินจับมือกันกระหนุงกระหนิง

แถมยังมีอีกหลายคู่นั่งดูโทรศัพท์มือถือด้วยกันอยู่บนสนามหญ้า

ส่วนตรงมุมมืดบนอัฒจันทร์ฝั่งนู้นก็มีคู่รักอีกคู่กำลังทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้

จังหวะนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของลู่หรานก็แผดเสียงดังขึ้น พอหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากหลี่เฉวียน

ทันทีที่กดรับสาย หลี่เฉวียนก็ยิงคำถามใส่ทันที "ลู่หราน นายได้ดูรายการราชาเพลงแห่งอนาคตหรือยัง"

"ยังไม่ได้ดูเลยพี่ ผมวิ่งอยู่น่ะ"

ลู่หรานตอบไปตามความจริง

เขาเป็นตัวละครหลักในรายการแท้ๆ จะให้ไปนั่งดูตัวเองทำไม เอาเวลามาวิ่งปั๊มแต้มพลังบวกยังจะดีซะกว่า

เดี๋ยวรอกลับไปถึงห้องค่อยไถเวยป๋อดูฟีดแบ็กเอาก็ได้

"นายรีบไปสมัครแอ็กเคานต์เวยป๋อเดี๋ยวนี้เลยนะ จำไว้ว่าต้องเปิดบัญชีใหม่เอี่ยม ห้ามใช้บัญชีเก่าเด็ดขาด ถ้าไม่มีเบอร์โทรศัพท์สำหรับสมัครก็เอาเบอร์ทางนี้ไปใช้ก่อน"

"ตั้งชื่อโปรไฟล์ว่า ลู่หราน ส่วนตรงประวัติส่วนตัวก็เขียนไปว่า นักร้องลู่หราน ผลงานชิ้นเอกคือเพลงกะลาสี"

หลี่เฉวียนร่ายยาวเป็นหางว่าว เขาอธิบายรายละเอียดทุกขั้นตอนให้ลู่หรานฟังอย่างละเอียดยิบชนิดที่ไม่มีตกหล่น

ลู่หรานถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงใช้บัญชีเก่าไม่ได้ล่ะพี่ ทำไมต้องสมัครใหม่ด้วย"

หลี่เฉวียนสวนกลับ "บัญชีเก่านายไม่มีประวัติมืดอะไรซ่อนอยู่เลยงั้นสิ"

ได้ยินแบบนั้นลู่หรานก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง

ก็น่าจะมีอยู่นะ

เขาจำได้ว่าสมัครบัญชีนั้นตอนอยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นยังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน ก็เลยไปเปิดวอร์ปะทะฝีปากกับชาวบ้านบนเวยป๋อไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว

"ตอนนี้นายกลายเป็นดาราแล้ว เรื่องพวกนี้ต้องระวังให้หนัก ถึงประวัติมืดมันจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรใหญ่โต แต่มันก็มักจะถูกขุดขึ้นมาเป็นเครื่องมือให้คู่แข่งโจมตีนายได้ ทางที่ดีนายควรจะลบบัญชีเก่าทิ้งไปเลยจะดีที่สุด" หลี่เฉวียนกำชับเสียงเครียด

ในวงการบันเทิงมีดาราตั้งกี่คนที่ต้องขึ้นฮอตเสิร์ชเพราะโดนแฉเรื่องพรรค์นี้

คนธรรมดาด่ากราดกับชาวเน็ตบนโลกออนไลน์น่ะไม่เป็นไรหรอก แต่สำหรับดารามันต่างออกไป

ในเมื่อนายเลือกที่จะก้าวเข้ามาอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ นายก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคม

ถึงนายจะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร แต่พวกคู่แข่งของนายพร้อมจะขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้มาโจมตีนายเสมอ

นี่คือประสบการณ์ตรงที่หลี่เฉวียนสั่งสมมาล้วนๆ

ตอนนั้นเองลู่หรานก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"พี่เฉวียน ทำไมพี่เพิ่งมาบอกผมเอาป่านนี้ล่ะ อย่าบอกนะว่าพี่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกัน"

"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่อไม่อยากให้มันไปกระทบสมาธิตอนถ่ายหนังของนายต่างหากล่ะ ตอนนี้สมัครก็ยังทันถมเถไป" หลี่เฉวียนตอบหน้าตาย

ผู้จัดการคนนี้มักจะมีโหมดผีเข้าผีออก บางทีก็พึ่งพาได้ บางทีก็พึ่งพาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเมื่อไหร่เขาก็ไม่เคยทำพลาด

"โอเคพี่ เข้าใจแล้ว"

หลังจากวางสาย ลู่หรานก็หาทำเลเหมาะๆ บนสนามหญ้าแล้วทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิ

ก่อนหน้านี้ตอนเซ็นสัญญาเขาเพิ่งเปิดซิมเบอร์ใหม่มาพอดี กะว่าจะเอาไว้ใช้เป็นเบอร์ทำงาน ตอนนี้ก็ถึงเวลาได้ประเดิมใช้งานจริงสักที

เพื่อนฝูงของเขาส่วนใหญ่ก็เลิกเล่นเวยป๋อกันไปหมดแล้ว บัญชีเก่าจะลบทิ้งไปก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร

จากนั้นเขาก็จัดการสมัครบัญชีเวยป๋ออันใหม่ พอถึงขั้นตอนตั้งชื่อเล่น เขาก็พิมพ์คำว่า ลู่หราน ลงไป

ระบบแจ้งเตือนกลับมาว่า 'ชื่อนี้มีผู้ใช้งานแล้ว'

ลู่หรานคิดในใจว่าชื่อคนซ้ำกันมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา

เขาจึงตัดสินใจพิมพ์ชื่อใหม่ลงไป

[ลู่หรานแผดเผาเถอะ]

"แผดเผาเถอะ... เข้ากับชื่อของฉันพอดีเป๊ะ ฟังดูดึงดูดแฟนคลับแถมยังเปี่ยมไปด้วยพลังบวกสุดๆ"

(หมายเหตุผู้แปล: ชื่อ ลู่หรานแผดเผาเถอะ ภาษาจีนแปลว่าเผาไหม้ แต่วัยรุ่นจีนมักพ้องเสียงเป็นคำว่า ที่แปลว่าแรด/ร่าน/ยั่ว)

ลู่หรานกดยืนยัน ระบบก็อนุมัติชื่อนี้ผ่านฉลุย

จากนั้นเขาก็จัดการตั้งรูปโปรไฟล์ โดยไปหารูปการ์ตูนพระอาทิตย์ดวงน้อยมาตั้งเป็นรูปประจำตัว ดูสดใสสว่างไสวเป็นที่สุด

พอจัดการกรอกประวัติส่วนตัวเสร็จสรรพ เขาก็โพสต์เวยป๋อทักทายข้อความแรก

"สวัสดีครับทุกคน ผมคือลู่หราน ผู้เข้าแข่งขันจากรายการราชาเพลงแห่งอนาคตครับ"

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำจากหลี่เฉวียน เพื่อให้แฟนคลับค้นหาบัญชีของเขาเจอได้ง่ายๆ

เมื่อจัดการธุระเสร็จ ลู่หรานก็กดเข้าไปดูอันดับฮอตเสิร์ชของเวยป๋อ โดยเลือกหมวดหมู่บันเทิง

และอันดับหนึ่งบนชาร์ตก็คือรายการราชาเพลงแห่งอนาคตนั่นเอง

พอเลื่อนสายตาลงมาดูอันดับสอง เขาก็เห็นแฮชแท็ก 'กะลาสี ลู่หราน' ปรากฏหลาอยู่ตรงนั้น

"ขึ้นอันดับสองไวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

ลู่หรานกดเข้าไปดู ก็เห็นว่าชาวเน็ตกำลังถกเถียงกันเรื่องเพลงกะลาสีอย่างดุเดือด และชื่อของเขาก็ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

[ทีมงานรายการรีบทำงานหน่อยสิ รีบเอาเพลงลงสตรีมมิงได้แล้ว ฉันจะกดฟังวนลูป!]

[มีใครฟังเพลงนี้แล้วร้องไห้เหมือนฉันบ้างไหม]

[นักร้องหน้าใหม่ที่ชื่อลู่หรานคนนี้ของจริงว่ะ ถือเป็นม้ามืดของรายการเลยใช่ปะ]

ลู่หรานนั่งไถเวยป๋ออ่านคอมเมนต์ด้วยความชื่นใจ

คนชมเยอะมากจริงๆ

แน่นอนว่าย่อมมีคนที่ไม่ชอบเหมือนกัน แต่มันก็เรื่องปกติ เขาไม่ใช่ธนบัตรสักหน่อยที่จะทำให้ทุกคนบนโลกหันมารักได้

[ได้รับ 40 แต้ม]

จังหวะนั้นเองเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว น่าจะเป็นแต้มที่ได้จากกระแสตอบรับหลังรายการออนแอร์นั่นแหละ

ท้ายที่สุดแล้วการกระทำอันเปี่ยมไปด้วยพลังบวกของเขาก็ถูกเผยแพร่สู่สายตาคนหมู่มากแล้ว

ตอนนั้นเองลู่หรานก็สังเกตเห็นว่ายอดผู้ติดตามของเขาพุ่งพรวดขึ้นมาหลายพันคนแล้ว แถมยังมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่ยอมหยุด

ยอดรีโพสต์ ยอดไลก์ และคอมเมนต์ก็เด้งรัวๆ เป็นพายุ ต้องมีชาวเน็ตตาดีเห็นว่าเขามาเปิดบัญชีเวยป๋อแล้วแน่ๆ

เขากดเข้าไปดูในช่องคอมเมนต์ด้วยความคาดหวังเปี่ยมล้น

ทว่าพอได้เห็นคอมเมนต์ที่ถูกดันขึ้นท็อปเมนต์ เขาก็ถึงกับหลุดขำไม่ออก

[ตั้งชื่อบ้าอะไรของนายเนี่ย อะไรคือลู่หรานแรดป่ะ นายไม่ได้แรดเลยนะเว้ย ไม่ได้แรดสักนิด!]

ลู่หรานรีบเลื่อนดูคอมเมนต์ถัดไปทันที

[เห็นชื่อนี้แวบแรกฉันแทบไม่เชื่อสายตา นี่คือชื่อเวยป๋อของลู่หรานคนที่ร้องเพลงกะลาสีจริงๆ เหรอเนี่ย?]

[นายไม่ต้องถามแล้ว นายไม่ได้แรดจริงๆ!]

[ประสาทแดกหรือเปล่าเนี่ย!]

[ลู่หราน นายเลิกแรดได้แล้ว!]

ไม่มีใครโผล่มาคุยเรื่องเพลงกะลาสีเลยสักคน ทุกคนพร้อมใจกันพุ่งเป้าไปที่ชื่อเวยป๋อของเขาหมดเลย

นี่มันผิดจากที่เขาคาดการณ์ไว้ลิบลับ

ชื่อเวยป๋อของฉันคือ ลู่ แผดเผาเถอะ!

ทำไมพวกนายถึงอ่านเป็น ลู่หราน แรดป่ะ ไปได้ล่ะ!

ฉันไม่ได้ถามพวกนายสักหน่อยว่าฉันยั่วไหม!

ฉันไปทำตัวแรดตอนไหนวะ!

เสียงโทรศัพท์ของลู่หรานดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง เป็นหลี่เฉวียนที่โทรมา

หลี่เฉวียนพูดกลั้วหัวเราะอย่างขบขัน "ชื่อโปรไฟล์นายเรียกแขกดีมากเลยนะ จะเปลี่ยนชื่อไหมล่ะ"

ลู่หรานตอบปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่เปลี่ยนเด็ดขาด"

บ้าไปแล้ว กระแสกำลังมาแรงเบอร์นี้จะเปลี่ยนทำไมให้โง่

อีกอย่างโควตาเปลี่ยนชื่อฟรีมันใช้ไปหมดแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนใหม่ก็ต้องเสียเงินสมัครสมาชิกวีไอพีอีกต่างหาก เรื่องอะไรเขาจะต้องยอมเสียเงินล่ะ ไม่เปลี่ยนโว้ย

"เออ ไม่เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เอาล่ะ คืนนี้นายรีบนอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้นายจะได้เผชิญหน้ากับความมืดมิดของวงการบันเทิงของจริงแล้ว" หลี่เฉวียนพูดทีเล่นทีจริง

คืนนี้รายการราชาเพลงแห่งอนาคตตอนแรกออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว พวกนายทุนและสปอนเซอร์ทั้งหลายคงรอดูฟีดแบ็กก่อนจะตัดสินใจเดินหมากก้าวต่อไป

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ลู่หรานสามารถสร้างกระแสกลบผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจนมิดด้ามไปแล้ว

บริษัทต้นสังกัดของเด็กพวกนั้นไม่มีทางยอมอยู่เฉยแน่

แต่ถึงอย่างนั้นคนพวกนี้ก็ต้องใช้เวลาเตรียมการ อย่างน้อยคืนนี้ลู่หรานก็ยังปลอดภัยจากการโดนสกัดดาวรุ่งอยู่

ลู่หรานไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

มีแต่เปลวไฟดวงจ้อยเท่านั้นแหละที่หวาดกลัวความมืดมิด แต่พระอาทิตย์มีหน้าที่สาดแสงส่องสว่างทำลายความมืดมิดต่างหาก

เขาเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า แล้วออกวิ่งต่อไป

...

ณ คฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้

เจียงย่าวเฟิงกำลังถือแท็บเล็ตนั่งไถดูฟีดเวยป๋ออย่างสบายใจ

หลังจากเช็กกระแสจนพอใจ เขาก็โยนแท็บเล็ตทิ้งไว้ข้างตัว

บทวิจารณ์ที่เขามีต่อลู่หรานก็พุ่งติดฮอตเสิร์ชเหมือนกัน

มันกลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างดุเดือด

และผลลัพธ์ในตอนนี้ก็คือเขาเป็นฝ่ายชนะขาดลอย

เพราะสิ่งที่เขาวิจารณ์ลู่หรานออกไปมันไม่ใช่การพูดส่งเดช แต่มันคือเรื่องจริงตามหลักวิชาการ

ตราบใดที่สิ่งที่เขาพูดคือความจริง เขาก็ไม่มีวันแพ้ในสมรภูมิน้ำลายครั้งนี้

ในรายการวาไรตี้ ผู้เข้าแข่งขันพยายามสร้างกระแสให้ตัวเอง แล้วคิดหรือว่าพวกเมนเทอร์จะไม่ต้องการกระแสเหมือนกัน

ในบรรดาเมนเทอร์ทั้งสามคนในวันนี้ เขานี่แหละที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด

ตอนนั้นเองผู้ช่วยส่วนตัวก็ถือโทรศัพท์มือถือเดินเข้ามาหาเขาพลางกระซิบ "บอสครับ ประธานกัวจากซิงย่าวมีเดียโทรมาครับ"

เจียงย่าวเฟิงรับโทรศัพท์มากรอกเสียงทักทายทันที

"สวัสดีครับประธานกัว"

ประธานกัวแห่งซิงย่าวมีเดียมีชื่อเต็มว่า กัวเหว่ยเฉิง เขาเป็นผู้มีอิทธิพลที่คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมานานนับสิบปี

ธุรกิจของซิงย่าวมีเดียครอบคลุมหลากหลายวงการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์

บอสคนนี้มีเขี้ยวเล็บแพรวพราวในโลกธุรกิจ

การที่ศิลปินตัวท็อปอย่างเจียงย่าวเฟิงจับมือเป็นพันธมิตรกับซิงย่าวมีเดีย ย่อมเป็นหนทางที่ช่วยให้พวกเขาสูบเงินจากกระเป๋าแฟนคลับได้เป็นกอบเป็นกำยิ่งขึ้น

กัวเหว่ยเฉิงยิงคำถามทันที "ไอ้เด็กที่ชื่อลู่หรานนั่นมันมีแบ็กกราวด์อะไร"

"ไม่มีอะไรเลยครับ มันเซ็นสัญญากับค่ายกะโหลกกะลาเล็กๆ ในเมืองฉินแค่นั้นเอง"

เจียงย่าวเฟิงจำชื่อบริษัทต้นสังกัดของลู่หรานไม่ได้ด้วยซ้ำ

"แล้วมันสนิทกับหลินซิงฉู่ไหม" กัวเหว่ยเฉิงถามต่อ

"หลินซิงฉู่ไม่เคยรู้จักมันมาก่อนหรอกครับ"

"ดี งั้นอีพีหน้าก็เหยียบมันให้จมเลยแล้วกัน" กัวเหว่ยเฉิงสั่งการเสียงเรียบ

"ไว้ใจผมได้เลยครับประธานกัว ยังไงมันก็ไม่ใช่คนของเราอยู่แล้ว"

เจียงย่าวเฟิงรับปากอย่างหนักแน่น

ในอนาคตเขายังมีแพลนจะกระโดดไปเล่นหนังเล่นซีรีส์ เขาจึงต้องเกาะขาประธานกัวเอาไว้ให้แน่น

ส่วนอนาคตในวงการบันเทิงของลู่หรานจะเป็นตายร้ายดียังไง มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพวกเขา

ในวงการนี้ก็มีนักร้องประเภทที่ดังเปรี้ยงขึ้นมาเพราะเพลงฮิตแค่เพลงเดียวให้เห็นอยู่ถมเถไป

หลังจากวางสายจากกัวเหว่ยเฉิง เจียงย่าวเฟิงก็รับสายโทรศัพท์จากคนอื่นๆ ที่โทรมาสืบข่าวของลู่หรานอีกหลายสาย

ทุกคนต่างก็โทรมาเช็กท่าทีเพื่อประเมินสถานการณ์กันทั้งนั้น

ถ้าลู่หรานมีเส้นสายหรือสนิทสนมกับหลินซิงฉู่ พวกเขาก็ต้องระมัดระวังตัวในการลงมือ

เมื่อเขาวางสายโทรศัพท์สายสุดท้าย เจียงย่าวเฟิงก็กระตุกยิ้มมุมปาก

"ลู่หราน พรุ่งนี้นายก็จะได้รู้ซึ้งถึงคำว่าเจ็บปวดแล้ว รอดูสิว่าความเจ็บปวดพวกนี้นายจะทนรับมันได้ไหม แล้วจะยังเช็ดน้ำตาโดยไม่ต้องถามหาเหตุผลได้อีกหรือเปล่า"

เจียงย่าวเฟิงคือคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการนี้มาก่อน เขาย่อมรู้ไส้รู้พุงพวกนายทุนในวงการดีว่ามีเล่ห์เหลี่ยมสกปรกแค่ไหน

คืนนี้พอพวกเขาสืบประวัติลู่หรานจนทะลุปรุโปร่งแล้ว พรุ่งนี้ก็คงเตรียมลงดาบจัดการขั้นเด็ดขาด

รายการนี้อนุญาตให้มีม้ามืดโผล่มาสร้างสีสันได้ แต่เค้กก้อนโตจะต้องถูกแบ่งให้เฉพาะคนที่ถูกเลือกไว้แล้วเท่านั้น

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หรานลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียง

ในห้องพักมีเขาอยู่แค่คนเดียว เมื่อคืนเพื่อนร่วมห้องออกไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกับแฟนสาวและยังไม่กลับมา

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กดู ก็พบว่ามีข้อความแสดงความยินดีส่งเข้ามาเพียบ

ทั้งโจวรุ่ยหยาง ซูชิงถัง และหลินซิงฉู่ ต่างก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับเขา

แถมยังมีเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ร้อยวันพันปีไม่เคยติดต่อกันก็ทักมาหาเขาด้วย

ในกลุ่มแชตของห้องเรียนก็กำลังพูดถึงเรื่องของเขาอย่างเมามัน

ลู่หรานจึงตัดสินใจโพสต์ข้อความลงในไทม์ไลน์วีแชตเพื่อขอบคุณทุกคนรวดเดียวจบ

เมื่อเขาขึ้นมานั่งบนรถตู้ประจำตำแหน่ง หลี่เฉวียนก็เริ่มเทศนาทันที "ลู่หราน ตอนนี้นายกลายเป็นดาราเต็มตัวแล้วนะ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นายต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำทุกอย่างเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เรื่องแค่นี้นายคงเข้าใจใช่ไหม"

ลู่หรานพยักหน้ารับ

"ลายมือนายสวยไหม ลายเซ็นน่ะมีหรือยัง" หลี่เฉวียนถามต่อ

"ก็พอดูได้นะพี่ ไม่ได้น่าเกลียดอะไร" ลู่หรานตอบ

หลี่เฉวียนส่งสมุดกับปากกาให้เขาทันที "ลองเซ็นให้ดูหน่อย"

ลู่หรานจรดปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงบนกระดาษ

แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งรถ

ผ่านไปหลายวินาที หลี่เฉวียนก็เอ่ยขึ้นมา "ช่วงนี้นายอย่าเพิ่งแจกลายเซ็นให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าเลยนะ เอาไว้หาเวลาว่างๆ ไปหัดเซ็นให้มันดูดีกว่านี้ก่อนเถอะ"

จากนั้นหลี่เฉวียนก็จ้องหน้าลู่หรานเขม็ง ก่อนจะเอื้อมมือไปจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เขาจนเนี้ยบกริบ

ทำเอาลู่หรานขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"พี่เฉวียน อย่าบอกนะว่าพี่เป็นเกย์จริงๆ น่ะ"

หลี่เฉวียนสวนกลับอย่างอารมณ์เสีย "ไสหัวไปเลยไอ้บ้า ตอนนี้นายยังไม่มีผู้ช่วย ฉันก็แค่รับหน้าที่ดูแลนายแทนผู้ช่วยไปก่อนก็เท่านั้น นายจำใส่สมองไว้เลยนะ ภาพลักษณ์ภายนอกคือสิ่งสำคัญที่สุด หล่อไม่หล่อมันก็เรื่องนึง แต่ความสะอาดสะอ้านและดูดีมีระดับคือคุณสมบัติพื้นฐานที่ดาราต้องมี"

ไม่นานนักรถตู้ก็แล่นมาจอดเทียบหน้าทางเข้าฟาร์มสเตย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำของกองถ่ายในวันนี้

ลู่หรานสังเกตเห็นว่าบริเวณหน้าทางเข้าฟาร์มสเตย์มีกองทัพนักข่าวและพวกอินฟลูเอนเซอร์ยืนออแน่นขนัดไปหมด

มืดฟ้ามัวดินจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า

"พี่เฉวียน นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย"

หลี่เฉวียนยิ้มกริ่ม "นายดังเปรี้ยงมาทั้งคืนขนาดนี้ คิดว่าพวกนักข่าวจะพลาดไม่มาดักรอถ่ายรูปนายหรือไงล่ะ พร้อมจะรับมือกับชีวิตซูเปอร์สตาร์หรือยัง"

"พร้อมแล้วครับพี่" ลู่หรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ถ้าอย่างนั้นก็ลุยเลย!"

หลี่เฉวียนคว้าที่เปิดประตูรถแล้วออกแรงดึง แต่ประตูกลับไม่ขยับเขยื้อน

ปกติแค่ดึงเบาๆ ประตูไฟฟ้าก็เลื่อนเปิดเองแล้วนี่นา

หลี่เฉวียนไม่ยอมแพ้ ออกแรงดึงซ้ำอีกหลายรอบจนหน้าดำหน้าแดง แต่ประตูก็ยังปิดสนิทเหมือนเดิม

คนขับรถพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่ต้องดึงแล้วพี่ ผมล็อกประตูไว้น่ะ กลัวคนข้างนอกจะพุ่งเข้ามาเปิดรถ"

หลี่เฉวียนปล่อยมือออกจากที่เปิดประตูด้วยความเขินอาย จากนั้นประตูไฟฟ้าก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก

ลู่หรานก้าวลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปหาฝูงชนที่รออยู่เบื้องหน้า

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - ลู่หราน นายเลิกแรดได้แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว