- หน้าแรก
- โต้วหลัว จุติใหม่พร้อมคัมภีร์ยุทธ์ถล่มแดนภูต
- ตอนที่ 13: ข้าเลือกเจ้า!
ตอนที่ 13: ข้าเลือกเจ้า!
ตอนที่ 13: ข้าเลือกเจ้า!
ตอนที่ 13: ข้าเลือกเจ้า!
"เฮ้อ ให้ปู่ดูหน่อยสิว่าช่วงนี้เยี่ยนเยี่ยนของปู่อ้วนขึ้นบ้างหรือเปล่า"
ดวงตาของตู๋กูป๋ออ่อนโยนลงทันทีเมื่อเห็นตู๋กูเยี่ยน เขาดึงเธอเข้ามากอดและอุ้มขึ้นอย่างหยอกล้อ
"เจ้าตัวหนักขึ้นอีกแล้วนะเนี่ย!"
ตู๋กูป๋อหัวเราะร่วน
เมื่อได้ยินดังนั้น ตู๋กูเยี่ยนก็กระโดดถอยหลังทันที
"โธ่ ท่านปู่ ข้าหนักตรงไหนกัน? จริงๆ เล๊ย"
จากนั้นตู๋กูเยี่ยนก็ดึงหลิวไป๋ออกมาข้างหน้าและแนะนำเขาให้ตู๋กูป๋อรู้จัก
"ท่านปู่ นี่คือน้องชายที่ข้าเพิ่งรับมาเป็นน้องชายบุญธรรม หลิวไป๋ ครั้งนี้เขาจะไปล่าวงแหวนวิญญาณกับพวกเราด้วย"
ตู๋กูป๋อประเมินหลิวไป๋อยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าช้าๆ
"อืม ก็ได้อยู่"
เมื่อเห็นท่าทีเฉยเมยของตู๋กูป๋อ ตู๋กูเยี่ยนก็พูดโพล่งออกมาตรงๆ
"ท่านปู่ อย่าดูถูกเสี่ยวไป๋นะ เขาเป็นถึงมหาวิญญาจารย์ระดับ 20 ตั้งแต่อายุแปดขวบเชียวนะ!"
"อะไรนะ? แปดขวบ?"
ตู๋กูป๋อสะดุ้งตกใจ ร่างของเขาหายวับไปราวกับใช้เทเลพอร์ต และวินาทีต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหลิวไป๋เสียแล้ว
เขาเคลื่อนไหวเร็วมากจนหลิวไป๋มองเห็นแค่ภาพติดตาเท่านั้น
ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว ตู๋กูป๋อก็คว้าข้อมือข้างหนึ่งของเขาไว้เสียแล้ว
"เขาอายุแปดขวบจริงๆ ด้วย"
เขาประหลาดใจอยู่ในใจ เดิมทีตอนที่เยี่ยนเยี่ยนของเขาเขียนจดหมายมาบอกว่าเธอทะลวงถึงระดับ 30 แล้วและต้องการวงแหวนวิญญาณ เขาก็ดีใจอยู่ตั้งนาน แต่ทันทีที่เห็นเธอพาเด็กผู้ชายมาด้วย รอยยิ้มของเขาก็หุบลงทันที
ความคิดแรกของเขาในตอนนั้นก็คือ จะหาโอกาสวางยาพิษเจ้านี่ให้ตายดีไหม แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่ความคิด เขาคงไม่ทำจริงๆ หรอก
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีใครกล้ามายุ่งกับหลานสาวของเขา... แต่เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเมื่อได้พบกัน อีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กชายวัยแปดขวบที่มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา การบรรลุระดับมหาวิญญาจารย์ตั้งแต่อายุแปดขวบ หมายความว่าเขาน่าจะทะลวงผ่านระดับอัครวิญญาจารย์ได้ก่อนอายุสิบสอง ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ ตราบใดที่เขาไม่ด่วนตายไปซะก่อน...
...โอกาสที่จะไปถึงระดับราชทินนามโต้วหลัวในอนาคตก็สูงมากทีเดียว
เขาปล่อยมือออก
หลิวไป๋รีบประสานมือคารวะทันที
"ผู้น้อยหลิวไป๋ คารวะผู้อาวุโสตู่กูครับ"
ตู๋กูป๋อพยักหน้ารับ มือข้างหนึ่งไพล่หลัง
"ไม่เลว พรสวรรค์และนิสัยใจคอของเจ้าถือว่าดีทีเดียว คู่ควรกับเยี่ยนเยี่ยนของข้า แต่ตอนนี้เจ้ายังอ่อนแอเกินไป หากเจ้าต้องการจะจีบเยี่ยนเยี่ยนของข้า เจ้าก็ยังขาดคุณสมบัติอยู่นิดหน่อยนะ"
ใบหน้าของตู๋กูเยี่ยนแดงก่ำขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น
"โธ่ ท่านปู่ ท่านพูดอะไรเนี่ย? เสี่ยวไป๋เพิ่งจะแปดขวบเองนะ"
มาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าเธอแล้วเธอจะมองหน้าเสี่ยวไป๋ติดได้ยังไงในอนาคตล่ะ?
หลิวไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเขาควรจะตอบกลับไปว่ายังไงดีล่ะเนี่ย?
ตู๋กูป๋อขมวดคิ้ว
"อะไรกัน เจ้าคิดว่าหลานสาวของข้าไม่ดีพอสำหรับเจ้างั้นรึ?"
หลิวไป๋รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
"จะเป็นไปได้อย่างไรล่ะครับ? ผู้น้อยต่างหากที่เกรงว่าจะไม่คู่ควรกับพี่สาวเยี่ยนเยี่ยน"
ตู๋กูเยี่ยนถึงกับพูดไม่ออก เสี่ยวไป๋หมายความว่ายังไงกันเนี่ย? หรือว่าเสี่ยวไป๋จะสนใจเธอจริงๆ?
จริงๆ แล้วมันก็ดูเข้าทีดีนะ ถ้าเป็นเสี่ยวไป๋เขาทั้งหล่อ แข็งแกร่ง และที่สำคัญคืออ่อนโยนมาก ยิ่งตู๋กูเยี่ยนคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของเธอก็ยิ่งแดงระเรื่อ และเธอก็รู้สึกสับสนวุ่นวายใจไปหมด
เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่น่ะตู๋กูเยี่ยน? เขาเด็กกว่าเจ้าตั้งหกปีเลยนะ
นี่มันเข้าข่ายวัวแก่กินหญ้าอ่อนชัดๆ
อย่างไรก็ตาม ตู๋กูป๋อกลับพอใจกับคำตอบของหลิวไป๋เป็นอย่างมาก
"เหอะ ปากหวานไม่เบานี่ไอ้หนู ข้าชอบนะ"
จากนั้นเขาก็หันไปมองตู๋กูเยี่ยน
เมื่อเห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอ มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจว่าหลานสาวของเขาก็น่าจะมีใจให้หลิวไป๋อยู่บ้างเหมือนกัน?
เขาไม่ได้คิดจะคัดค้านอะไร พรสวรรค์ของเด็กคนนี้โดดเด่นมาก เขาคู่ควรกับหลานสาวของเขาจริงๆ
ภายใต้การนำทางของตู๋กูป๋อ ทั้งสองก็เดินทางมาถึงป่าอาทิตย์อัสดงในเวลาไม่นาน
แม้ว่าป่าอาทิตย์อัสดงจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าป่าซิงโต่ว แต่มันก็ยังเป็นป่าสัตว์วิญญาณอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มีสัตว์วิญญาณนับไม่ถ้วน รวมถึงสัตว์วิญญาณระดับหมื่นปีก็มีอยู่ไม่น้อย
คนหนึ่งต้องการวงแหวนวิญญาณวงที่สาม ส่วนอีกคนต้องการวงแหวนวงที่สอง ป่าอาทิตย์อัสดงจึงมากเกินพอสำหรับพวกเขา
"พูดมาสิไอ้หนู เจ้าต้องการสัตว์วิญญาณประเภทไหนและอายุเท่าไหร่?"
ตู๋กูป๋อเอ่ยถามหลิวไป๋ ตู๋กูเยี่ยนเองก็หายจากอาการขวยเขินเมื่อครู่นี้แล้ว และหันไปมองหลิวไป๋เช่นกัน
ตู๋กูป๋อรู้ดีว่าหลานสาวของเขาต้องการวงแหวนวิญญาณแบบไหน ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องถาม แต่เขาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าหลิวไป๋ต้องการอะไร ยังไงซะ เขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิญญาณยุทธ์ของหลิวไป๋คืออะไร
หลิวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"ข้าต้องการมังกรปฐพีอัคคีระดับพันปีครับ"
ตู๋กูป๋อพยักหน้าโดยสัญชาตญาณ
"มังกรปฐพีอัคคีงั้นรึ?"
แม้ว่าสัตว์วิญญาณชนิดนี้จะค่อนข้างหายาก แต่มันก็ยังพอหาได้ในป่าอาทิตย์อัสดง
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เขาบอกว่าอายุเท่าไหร่นะ?
พันปี?!
เขามองไปที่หลิวไป๋ด้วยความประหลาดใจ
"ไอ้หนู เจ้าไม่ได้กำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม? เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการวงแหวนวิญญาณระดับพันปี?"
หลิวไป๋พยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ถูกต้องครับผู้อาวุโสตู่กู ท่านฟังไม่ผิดหรอก และข้าก็ไม่ได้ล้อเล่นด้วย วงแหวนวิญญาณวงที่สองของข้าจะต้องเป็นระดับพันปีเท่านั้น!"
ตู๋กูเยี่ยนชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความสับสน พลางยื่นมือไปแตะหน้าผากของเขา
"เจ้าก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา แล้วทำไมถึงได้พูดจาเหลวไหลแบบนี้ล่ะ?"
เส้นหยักสีดำปรากฏขึ้นบนหน้าผากของหลิวไป๋
เขาค่อยๆ ปัดมือที่ซุกซนของตู๋กูเยี่ยนออกไปและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ผู้อาวุโสตู่กู พี่สาวเยี่ยนเยี่ยน ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะครับ ข้าพูดจริง"
ตู๋กูป๋อขมวดคิ้ว
"ไอ้หนู เจ้ารู้หรือเปล่าว่าขีดจำกัดอายุสูงสุดสำหรับวงแหวนวิญญาณวงที่สองของวิญญาจารย์คือเท่าไหร่?"
"ผู้น้อยทราบดีครับ"
"ในเมื่อเจ้ารู้ แล้วทำไมเจ้าถึงยังกล้าร้องขอวงแหวนวิญญาณระดับพันปีอีก? เจ้าไม่กลัวว่าร่างกายของเจ้าจะระเบิดหรือไง?"
หลิวไป๋ยิ้ม
"ผู้อาวุโสตู่กู เท่าที่ข้าทราบ สิ่งที่เรียกว่าขีดจำกัดการดูดซับสูงสุดเหล่านั้นเป็นเพียงแค่มาตรฐานทั่วไปเท่านั้น ในความเห็นของข้า ข้อจำกัดที่แท้จริงของอายุวงแหวนวิญญาณที่วิญญาจารย์สามารถดูดซับได้นั้น ควรจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของพวกเขาต่างหาก"
ตู๋กูป๋อครุ่นคิดตามและรู้ว่าหลิวไป๋พูดถูก เมื่อดูดซับวงแหวนวิญญาณระดับสิบปี ร้อยปี หรือแม้แต่พันปี ปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดที่แท้จริงก็คือร่างกายของวิญญาจารย์นั่นเอง
หลายคนเลือกวงแหวนระดับสิบปีสำหรับวงแหวนวงแรกและระดับร้อยปีสำหรับวงแหวนวงที่สาม ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่สามารถสังหารสัตว์วิญญาณระดับนั้นได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะร่างกายของพวกเขาไม่สามารถทนรับวงแหวนวิญญาณที่มีอายุขนาดนั้นได้ต่างหาก
ตามทฤษฎีแล้ว วิญญาจารย์สามารถดูดซับวงแหวนวิญญาณระดับ 9,900 ปีในขั้นมหาวิญญาจารย์ได้ด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เป็นเพียงทฤษฎีและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำได้จริง
"ไอ้หนู เจ้าแน่ใจนะว่าร่างกายของเจ้าจะรับไหว?"
หลิวไป๋พยักหน้าอย่างมั่นใจ
"ผู้อาวุโสตู่กู วางใจเถอะครับ ผู้น้อยฝึกฝนร่างกายมาตั้งแต่อายุสี่ขวบ ข้าเชื่อว่าสภาพร่างกายในปัจจุบันของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าอัครวิญญาจารย์ทั่วไปเลย มิฉะนั้น ข้าคงไม่กล้าร้องขอที่จะดูดซับวงแหวนวิญญาณระดับพันปีหรอกครับ"
มีสิ่งหนึ่งที่หลิวไป๋ไม่ได้พูดออกไป นั่นก็คือเขามีวิญญาณยุทธ์ที่สอง!
วิญญาณยุทธ์เปลวเพลิงสีทองอาจไม่ได้ช่วยเสริมสร้างร่างกายมากนัก แต่วิญญาณยุทธ์สายเลือดนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์สายร่างกายย่อมมีสภาพร่างกายที่เหนือกว่าวิญญาจารย์ปกติทั่วไปอยู่แล้วโดยธรรมชาติ สิ่งนี้สามารถเห็นได้จากในอีกหนึ่งหมื่นปีให้หลัง ที่แทบทุกคนในสำนักวิญญาณยุทธ์สายร่างกายล้วนดูดซับวงแหวนวิญญาณที่เกินขีดจำกัดอายุมาตรฐานทั้งสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีปราณยุทธ์คอยขัดเกลาร่างกายอยู่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ในเมื่อหลิวไป๋กล้าร้องขอวงแหวนวิญญาณระดับพันปี เขาก็ย่อมมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม!
ตู๋กูป๋อเห็นว่าหลิวไป๋ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว และเขาก็ได้ยืนยันแล้วในระหว่างที่สัมผัสกระดูกก่อนหน้านี้ว่าสภาพร่างกายของหลิวไป๋นั้นแข็งแกร่งกว่ามหาวิญญาจารย์ทั่วไปมากจริงๆ
หากมองในแง่นี้ ไอ้หนูนี่อาจจะดูดซับสำเร็จจริงๆ ก็ได้
วงแหวนวิญญาณวงที่สองระดับพันปีงั้นเหรอ? มันจะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยนะ!
"ก็ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าจะเตรียมมังกรปฐพีอัคคีระดับพันปีไว้ให้เจ้า หากร่างกายของเจ้าระเบิดเพราะรับไม่ไหว ก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน"
เมื่อเห็นว่าแม้แต่ปู่ของเธอก็ยังตอบตกลง ตู๋กูเยี่ยนก็เริ่มร้อนใจและอยากจะเกลี้ยกล่อมหลิวไป๋ต่อไป
"พี่สาวเยี่ยนเยี่ยน ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ท่านไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของข้างั้นเหรอ? ในเมื่อข้าเสนอที่จะดูดซับวงแหวนวิญญาณระดับพันปี ข้าก็มั่นใจเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าข้าจะต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ตู๋กูเยี่ยนก็ไม่สามารถเอ่ยปากคัดค้านอะไรได้อีก
"ก็ได้ แต่เจ้าต้องสัญญาเบงนะว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น"
หลิวไป๋พยักหน้ารับ
"ตกลง ข้าสัญญา"