เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 เพิ่มชุดอาหารกลางวันสุดยอดไก่ทอดเคเอฟซี

บทที่ 42 เพิ่มชุดอาหารกลางวันสุดยอดไก่ทอดเคเอฟซี

บทที่ 42 เพิ่มชุดอาหารกลางวันสุดยอดไก่ทอดเคเอฟซี


บทที่ 42 เพิ่มชุดอาหารกลางวันสุดยอดไก่ทอดเคเอฟซี

หลังจากสะสมแต้มมานานหลายร้อยปี

เฉินเซี่ยตัดสินใจทุ่มแต้มทั้งหมดลงในค่าโชคลาภของเขา

เขามุ่งหวังที่จะได้รับโชคลาภที่ดี

[ค่าโชคลาภ: 100]

[ได้รับฉายา: บุตรแห่งสวรรค์]

[บุตรแห่งสวรรค์: เจ้าคือบุตรแห่งชั้นฟ้า ค่าโชคลาภของเจ้าเข้าสู่ขอบเขตเหนือจินตนาการ มันจะไม่แสดงผลในยามปกติ แต่ยิ่งเหตุการณ์ใหญ่เท่าไหร่ โชคลาภของเจ้าก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น]

นี่ช่างเหมาะสำหรับการไปเดิมพันกับโชคชะตาจริงๆ

เฉินเซี่ยพยักหน้า รู้สึกเหมือนมีไพ่ตายเพิ่มอีกใบ ทำให้เขาสบายใจขึ้น

การฝึกตนของเขาบรรลุถึงขั้นสูงสุดของระดับก่อกำเนิดแล้ว การพึ่งพาวิชามหึมาลมหายใจเต่าและพลังวิญญาณจากโลกถ้ำขนาดเล็กของเขา ความเร็วในการฝึกตนเรียกได้ว่าน่าหวาดเกรง อีกไม่นานเขาก็จะบรรลุระดับข้ามแดนของโลกเซียนแล้ว

เกี่ยวกับขอบเขตของการฝึกตน ชายแก่ตกปลาไม่ได้ให้คำจำกัดความที่ชัดเจนนัก เขาพูดเพียงแค่เรื่องเหนืออริยะและต่ำกว่าอริยะเท่านั้น เหนืออริยะขึ้นไปคือการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ จากนั้นจึงเป็นการอยู่เหนือขีดจำกัด

สิ่งใดก็ตามที่ต่ำกว่าอริยะลงมาล้วนเป็นเพียงมดปลวก ไม่มีอะไรคู่ควรแก่การพูดถึง

ในมหาหมื่นโลกธาตุ ลำพังแค่ภายในทะเลกระบี่นภาคราม ก็มีตัวตนระดับมหาจักรพรรดิสองท่านคอยดูแลอยู่ ท่านหนึ่งดูแลจุดสูงสุดของนภาคราม อีกท่านหนึ่งดูแลจุดลึกที่สุดของทะเลกระบี่

เฉินเซี่ยถูกส่งไปยังที่พักของศิษย์สายนอกเหนือใบกระบี่ ในฐานะศิษย์ทดลอง

ในบรรดาศิษย์ทดลองมีทั้งหมด 100 คน ทุกคนมีรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์ใจทุกรูปแบบ มันเหมือนกับสารานุกรมของสิ่งมีชีวิตที่แปลกถิ่น

เฉินเซี่ยดูธรรมดาและเรียบง่ายที่สุด ไม่มีเขาบนหัว และไม่มีหางอยู่ข้างหลัง

ส่งผลให้เฉินเซี่ยได้รับความดูแคลนมากที่สุด

ประกอบกับนิสัยเกียจคร้านของเขา ลักษณะเด่นที่สุดของเขาคือการอู้งาน

ดังนั้นเหล่าศิษย์ทดลองหน้าตาประหลาดเหล่านี้จึงไม่มีใครเต็มใจจะปฏิสัมพันธ์กับเฉินเซี่ยเลย แม้จะได้ยินมาว่าเฉินเซี่ยเป็นทายาทของจักรพรรดิก็ตาม

ทายาทของจักรพรรดินั้นไม่เคยมีน้อย ที่หายากจริงๆ คือการได้กลายเป็นจักรพรรติต่างหาก

เฉินเซี่ยมีความสุขที่ถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว เขาฝึกตนโดยการนั่งอยู่หน้าพำนักทุกวัน รอคอยโอกาสที่จะจมดิ่งลงสู่โลกมนุษย์

เขาไม่ต้องรอนานนัก ชายแก่ตกปลาถือเบาะรองนั่งสำหรับนั่งสมาธิมา บอกให้เฉินเซี่ยนั่งลงบนนั้นและจมดิ่งจิตสำนึกแห่งเทพลงไป

"หลักการเบื้องหลังเรื่องนี้คืออะไรหรือ?" เฉินเซี่ยถามด้วยความสงสัย

"เจ้าต้องการคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ หรือแบบที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ล่ะ?" ชายแก่ตกปลาถาม

เขาเริ่มใช้คำศัพท์ของระบบวิทยาศาสตร์แล้ว

เฉินเซี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "เอาแบบวิทยาศาสตร์"

ชายแก่ตกปลาตอบกลับ "ตามรายงานการวิจัยของจักรพรรดิอริยะจักรกลที่มองในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ จิตสำนึกแห่งเทพของคนเราสามารถแยกออกเป็นส่วนๆ ได้นับไม่ถ้วน และแต่ละส่วนสามารถเข้าสู่โลกที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระ"

"ส่วนวิธีการข้ามผ่านนั้น เกี่ยวข้องกับมิติแห่งกาลเวลา ท่านผู้อมตะพลังงานนิวเคลียร์เคยอธิบายไว้ว่า กาลเวลาคือสิ่งสัมพัทธ์..."

"ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว" เฉินเซี่ยพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่เขาจะพูดจบ

ชายแก่ตกปลาชำเลืองมองเขา จากนั้นถามอีกครั้ง "เจ้าอยากฟังคำอธิบายแบบไม่เป็นวิทยาศาสตร์ไหม?"

เฉินเซี่ยส่ายหัว "ไม่จำเป็นหรอก"

เพราะตั้งแต่เริ่มต้น ข้อสันนิษฐานมันก็ไม่เป็นวิทยาศาสตร์แล้ว

โดยเฉพาะในวินาทีที่จักรพรรดิอริยะจักรกลและผู้อมตะพลังงานนิวเคลียร์ปรากฏชื่อออกมา มันยิ่งทำให้ระดับความไม่เป็นวิทยาศาสตร์พุ่งสูงขึ้นไปอีก

ชายแก่ตกปลาพยักหน้า "งั้นก็เตรียมจมดิ่งจิตสำนึกแห่งเทพเถอะ แยกออกมาหนึ่งส่วนร้อยของมัน แล้วมันจะค้นหาช่องทางเล็กๆ ที่กาลเวลาไหลเร็วกว่าปกติ 100 เท่าเองโดยธรรมชาติ"

"ตกลง" เฉินเซี่ยพยักหน้า รวบรวมสมาธิจิตใจและวิญญาณ และเริ่มควบคุมจิตสำนึกแห่งเทพเพื่อแยกตัวและจมดิ่งลงไป

เขาแยกออกมาหนึ่งส่วนร้อยด้วยความแม่นยำอย่างยิ่ง

และด้วยเพียงส่วนเดียวนั้น มันเริ่มข้ามผ่านมหาหมื่นโลกธาตุ

หากมองหมื่นโลกธาตุเป็นดั่งจุดแสง สิ่งที่เฉินเซี่ยกำลังมองหาคือจุดที่เล็กจิ๋วที่สุดในท่ามกลางพวกมัน

จิตสำนึกแห่งเทพของเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กวาดดูข้อมูลเกี่ยวกับหมื่นโลกธาตุเพื่อค้นหาอย่างว่องไว

หลังจากผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ ในที่สุดเขาก็เห็นจุดแสงเล็กจิ๋วจุดหนึ่ง กำลังกะพริบอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่มุมหนึ่ง

ความคิดของเฉินเซี่ยไหววูบ และพุ่งเข้าใส่จุดเล็กๆ นั้นทันที

ความทรงจำมากมายพวยพุ่งขึ้นมาภายในจิตสำนึกแห่งเทพของเขา

ปีที่ 0

อุกกาบาตร่วงหล่น นำพา "พลังพิเศษ" มาให้

มนุษย์ที่ได้รับพลังเหล่านี้กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างผิดปกติ มีพละกำลังมหาศาล สามารถพ่นไฟและเสกน้ำแข็งได้

พร้อมกับพละกำลังอันยิ่งใหญ่ ก็นำพามาซึ่งอารมณ์ที่แปรปรวน พวกเขาเริ่มฝ่าฝืนกฎระเบียบและกฎหมาย

ในปีที่ 0 การจลาจลโดยผู้มีพลังพิเศษส่งผลให้โลกพังทลายลง

ปีแห่งยุคใหม่

รัฐบาลใหม่ได้ก่อตั้งองค์กร "เหยี่ยวราตรี" ขึ้น เพื่อความเชี่ยวชาญในการตามล่าผู้มีพลังพิเศษที่ถูกหมายหัว

เฉินเซี่ยคือหนึ่งในเหยี่ยวราตรีระดับฝึกหัด อายุ 16 ปี เพิ่งผ่านการทดสอบคัดเลือกมาได้ ในตอนนี้เขาอยู่บนท้องถนน โดยมีฝูงชนที่ตื่นตระหนกพากันวิ่งหนีอยู่ตรงหน้า

"หนีเร็ว ผู้มีพลังพิเศษอยู่ที่นี่แล้ว!"

"เร็วเข้า อย่าขวางทาง หนีไป!"

เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกทุกรูปแบบดังระงมขณะที่ฝูงชนพากันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว โดยไม่มีระเบียบใดๆ ไม่มีใครสนใจอุบัติเหตุจากการเหยียบกันตาย เพราะสิ่งที่อยู่ข้างหลังพวกเขานั้นน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า

ผู้มีพลังพิเศษยังไงล่ะ!

ประกายไฟที่บ้าคลั่งระเบิดขึ้นเป็นระยะจนทำให้บริเวณนั้นสว่างวาบ บดขยี้หน้าต่างอาคารและรถยนต์ ปลิดชีพผู้คนด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

เฉินเซี่ยขมวดคิ้ว ขณะที่ความคิดเริ่มผุดขึ้นมาจากภายในร่างกาย บอกให้เขาปกป้องราษฎรทั่วไป

เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง และเดาว่าความคิดนี้คงจะเป็นเจตจำนงของฟ้าดิน

ในฐานะคนนอกที่มายังโลกใบเล็กแห่งนี้ และได้รับตัวตนจากกฎแห่งสวรรค์ เขาต้องปฏิบัติตามตัวตนนั้นในตอนนี้ มิฉะนั้นเขาอาจถูกเจตจำนงของฟ้าดินปฏิเสธได้

ตัวตนของเฉินเซี่ยคือหนึ่งในเหยี่ยวราตรีของรัฐบาลใหม่ ดังนั้นเขาจึงต้องปกป้องราษฎรเป็นธรรมดา

รอบๆ ไม่มีเหยี่ยวราตรีคนอื่นอยู่เลย

เฉินเซี่ยคงต้องลงมือเองแล้ว

ค่าสถานะทั้งหมดของร่างกายนี้คือหนึ่งส่วนร้อยของร่างกายหลักของเขา ทั้งในแง่ของพละกำลังและระดับการฝึกตนที่ระดับที่ 5 ของการกลั่นลมปราณ

มันน่าจะเพียงพอแล้ว

เฉินเซี่ยก้าวเดินไปข้างหน้า สวนทางกับฝูงชนที่ตื่นตระหนก มุ่งหน้าไปยังจุดกำเนิดของการระเบิดเพลิง

ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไป เขาก็ยิ่งเห็นศพที่ถูกเผาไหม้เกรียมมากขึ้น กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างไร้ร่องรอยของชีวิต

เงาร่างของผู้ใช้พลังเพลิงที่บ้าคลั่งโบกมือไปมา เกิดการระเบิดที่รุนแรงพวยพุ่งออกมา วิ่งไล่ตามฝูงชนที่กำลังหลบหนี

จนกระทั่งมันมาเจอกับเฉินเซี่ย

"สวัสดี"

เฉินเซี่ยกล่าวอย่างมีมารยาท พร้อมกับดึงท่อเหล็กออกมาจากซากปรักหักพังใกล้ๆ อย่างไม่ใส่ใจ และชี้ไปที่มนุษย์เพลิง

มนุษย์เพลิงมีแววตาที่อำมหิต พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวที่มุมปาก พลางกล่าวว่า "ยินดีต้อนรับสู่... งานเลี้ยงบาร์บีคิว!"

เฉินเซี่ยขมวดคิ้ว

ไอ้หมอนี่สติไม่ดีไปแล้วแน่ๆ

เพลิงที่ระเบิดออกพุ่งเข้าใส่เขาในทันที ความรู้สึกแสบร้อนอย่างรุนแรงบาดลึกเข้าสู่ผิวหนัง

ร่างกายของเฉินเซี่ยโน้มต่ำลง แขนลดลงเล็กน้อย จากนั้นก็ฟาดออกไปอย่างแรง

ท่อเหล็กพุ่งผ่านอากาศไป กระแทกเข้าที่หัวของมนุษย์เพลิงเสียงดังปัง จนเลือดสาดกระเซ็น

ก้าวเท้า!

เฉินเซี่ยมาปรากฏตัวต่อหน้ามนุษย์เพลิงแล้ว เขาคว้าท่อเหล็กที่กำลังร่วงหล่นด้วยมือทั้งสองข้าง และฟาดซ้ำลงไปอีกครั้ง

กะโหลกของมนุษย์เพลิงถูกทุบจนบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แต่ร่างกายของมันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงยืนตัวตรง ดวงตาที่คลุ้มคลั่งจ้องมองมาที่เฉินเซี่ย เผยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวออกมาอีกครั้ง

งั้นก็เจอท่อเหล็กไปอีกดอกแล้วกัน

ปัง!

หัวของมนุษย์เพลิงบิดเบี้ยวกลายเป็นรูปตัวซีที่ผิดธรรมชาติ แต่ก็ยังคงแสยะยิ้ม และระเบิดเพลิงที่รุนแรงออกมาเพื่อหลอมละลายท่อเหล็ก

"ข้าจะย่างเจ้าจนข้างนอกหอมกรอบและข้างในนุ่มชุ่มฉ่ำเลยล่ะ"

มนุษย์เพลิงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวอีกครั้ง

"ไม่จำเป็นหรอก"

หมัดขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้าดวงตาของมนุษย์เพลิง สิ่งที่ตามมาคือพลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่กว่าท่อเหล็ก บดขยี้กะโหลกของมันจนยุบลง ร่างกายของมันไม่สามารถประคองตัวเองไว้ได้อีกต่อไปและล้มฟาดลงกับพื้น

เฉินเซี่ยตามไปซ้ำ หมัดระดมลงบนหัวของมนุษย์เพลิงอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง โดยไม่สนใจความร้อนแรงของเปลวเพลิง พลางพึมพำออกมา

"ดูเหมือนเจ้าจะไม่เคยสัมผัสกับอานุภาพของมวยหย่งชุนสินะ!"

หัวของมนุษย์เพลิงถูกทุบลงกับพื้นซ้ำๆ จมลึกลงไปเรื่อยๆ

รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้อง ร่างกายดิ้นรนไปมา แต่พละกำลังในการขัดขืนก็น้อยลงเรื่อยๆ เปลวเพลิงอ่อนแรงลงจนมอดดับไป ปราศจากพลังชีวิต

เฉินเซี่ยลุกขึ้นยืน ชูหมัดที่ไหม้เกรียมและฉีกขาดออก เขาเอามือเท้าเอว มองดูศพที่ไหม้เกรียมจนส่งกลิ่นหอมของมนุษย์เพลิง พลางให้ความเห็นว่า

"ตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุดอาหารกลางวันสุดยอดเคเอฟซีไปแล้วนะ"

**หลังจากนี้ผู้แปลขอเปลี่ยนคำว่า วิสุทธิชน เป็น อริยะ

จบบทที่ บทที่ 42 เพิ่มชุดอาหารกลางวันสุดยอดไก่ทอดเคเอฟซี

คัดลอกลิงก์แล้ว