- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 347 เป็นตั๊กแตนมารโลหิต
ตอนที่ 347 เป็นตั๊กแตนมารโลหิต
ตอนที่ 347 เป็นตั๊กแตนมารโลหิต
ปกติฉือเยวี่ยดูไร้พิษสงทว่าเมื่อใดที่อาการกำเริบ พลังต่อสู้ของเขาจะพุ่งทะยาน ทั้งยังแทบจะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง
เถาวัลย์นับไม่ถ้วนพุ่งพรวดขึ้นมาจากบ่อเลือด โจมตีเข้าใส่พวกกลุ่มอสูร ทุกเส้นล้วนแฝงไปด้วยจิตสังหาร
"ฉือเยวี่ย หยุดนะ!"
เสิ่นเยียนตะโกนเสียงหลงขณะต้านทานการโจมตีของเถาวัลย์
"น้องฉือเยวี่ย หยุดเถอะ"
เวินอวี้ชูมีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยว่า
"เรียกเขาไม่ตื่นหรอก เพราะสาเหตุที่เขาอาการกำเริบในครั้งนี้ เป็นไปได้มากว่าถูกสภาพแวดล้อมของที่นี่กระตุ้นเอา"
พวกเสิ่นเยียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แบบนี้ก็แย่แล้วสิ!
เด็กหนุ่มผมแดงในบ่อเลือดมีสีหน้าซีดเผือด เขาใช้มือเปล่าหักเถาวัลย์สีดำจนขาดสะบั้น ทันใดนั้น เขาก็กัดฟันกรอดพลางคำราม
"ฉือเยวี่ย!!!"
เดิมทีจูเก๋อโย่วหลินคิดจะควบคุมเส้นวิญญาณไปหั่นฉือเยวี่ยให้รู้แล้วรู้รอด แต่ในจังหวะสำคัญ สติของเขาก็กลับคืนมาเล็กน้อย เขาจึงบังคับเส้นวิญญาณให้ไปรับมือกับเถาวัลย์ที่มีพลังโจมตีรุนแรงเหลือร้ายเหล่านั้นแทน
บัดซบเอ๊ย ฉือเยวี่ย อย่าคิดว่ามีอาการป่วยแล้วจะแน่นะ!
วันหน้าหากข้าป่วยบ้าง คนแรกที่ข้าจะฆ่าให้ตายก็คือเจ้า จากนั้นค่อยไปฆ่าเซียวเจ๋อชวนทิ้งซะ!
"อวี้ชู บรรเลงสักเพลง!"
เสียงของเสิ่นเยียนดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เพียงพลิกฝ่ามือ กู่ฉินก็มาปรากฏอยู่ในมือของเวินอวี้ชู นิ้วมือเรียวยาวที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนของเขาวางลงบนสายพิณ ก่อนจะบรรเลง บทเพลงนิทรา เสียงพิณกังวานไพเราะราวกับสายน้ำพุใสสะอาดที่ไหลรินแผ่วเบาไปในอากาศ ท่วงทำนองนุ่มนวลราวกับเส้นไหม ชวนให้ผู้คนหลับใหล
ภายใต้อิทธิพลของเสียงพิณ ความเร็วในการโจมตีของฉือเยวี่ยดูเหมือนจะช้าลงเล็กน้อย
เจียงเสียนเยวี่ยใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานไปทางฉือเยวี่ยอย่างรวดเร็ว ระหว่างสองนิ้วของนางคีบเข็มเงินเรียวยาวเอาไว้เล่มหนึ่ง
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ เถาวัลย์หลายเส้นพุ่งจู่โจมไปทางเจียงเสียนเยวี่ย หมายจะขัดขวางการมุ่งหน้าของนาง
ทว่าในวินาทีต่อมา เถาวัลย์เหล่านั้นก็ถูกเส้นวิญญาณที่เกือบจะโปร่งแสงตัดจนขาดวิ่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นก็มีเสียงของจูเก๋อโย่วหลินดังขึ้น
"เจียงเสียนเยวี่ย รีบแทงเขาเลย!"
น้ำเสียงแฝงไปด้วยเจตนาแก้แค้น
แต่ในตอนนั้นเอง เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
บ่อเลือดพลันระเบิดออก น้ำเลือดที่สาดกระเซ็นตกลงบนร่างของเจียงเสียนเยวี่ย ทำให้นางรู้สึกราวกับว่าร่างกายถูกล็อคเอาไว้ในทันที แข็งทื่อจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย
ขณะที่เถาวัลย์สีดำเส้นหนึ่งกำลังจะแทงทะลุหน้าอกของเจียงเสียนเยวี่ย ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว กระบี่ยาวตวัดฟาดฟันดุจสายรุ้ง ตัดเถาวัลย์เส้นนั้นจนขาดสะบั้น!
เจียงเสียนเยวี่ยมองแผ่นหลังของผู้มาเยือน เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เยียนเยียน! การเคลื่อนไหวของข้าช้าลงแล้ว!"
และในตอนนั้น เสิ่นเยียนก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง นางหันขวับไปมองยังตำแหน่งโพรงน้ำพุบนหน้าผา ก็เห็นว่าน้ำเลือดที่ไหลออกมาจากที่นั่นมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ และไหลเชี่ยวกรากยิ่งขึ้น
และเมื่อน้ำเลือดเพิ่มมากขึ้น กลิ่นเหม็นเน่าก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ น้ำเลือดกลับเริ่มเดือดพล่าน จากนั้นก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปร่าง กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีแขนขาเรียวยาวและแหลมคมดั่งกรงเล็บตั๊กแตนตำข้าว ส่วนลำตัวแบนและสั้น
"นี่มันตัวอะไรกัน?!"
จูเก๋อโย่วหลินตกตะลึง
เวินอวี้ชูมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่ามันคืออะไร แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะโพล่งออกไปทันทีว่า
"ระวัง นี่คือตั๊กแตนมารโลหิต พลังโจมตีของมันแข็งแกร่งมาก!"
ตั๊กแตนมารโลหิตนับสิบตัวส่งเสียงร้องอันน่าขนลุก จากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีกลุ่มอสูร ความเร็วของพวกมันรวดเร็วยิ่งนัก แขนขาทั้งสี่แหลมคมดุจกระบี่ วินาทีที่พวกมันกระโจนเข้ามา แทบจะทำให้หัวใจหยุดเต้น
เสิ่นเยียนกวัดแกว่งกระบี่ฟันลงไป คมกระบี่ปะทะเข้ากับร่างของตั๊กแตนมารโลหิต ทว่ากลับไม่อาจฟันมันให้ขาดได้
รูม่านตาของเสิ่นเยียนหดเกร็งลงเล็กน้อย มือหนึ่งปกป้องเจียงเสียนเยวี่ยไว้เบื้องหลัง ส่วนอีกมือก็ถือกระบี่ต้านทานการโจมตีของตั๊กแตนมารโลหิตเหล่านี้
แขนขาที่แหลมคมและแข็งแกร่งของพวกมันก็คืออาวุธของพวกมัน พลังโจมตีของพวกมันรุนแรงเสียจนพวกเสิ่นเยียนแทบจะรับมือไม่ไหว
เสียง ฉัวะ ดังขึ้น แผ่นหลังของเวินอวี้ชูถูกตั๊กแตนมารโลหิตแทงทะลุ เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอด้วยความเจ็บปวด จากนั้นก็ก้มหน้าลง กรีดนิ้วลงบนสายพิณอย่างรวดเร็ว เสียง เจิ้ง ดังขึ้น สายพิณพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดนับพันสาย พุ่งจู่โจมตั๊กแตนมารโลหิตตัวนั้นจนกระเด็นออกไป!
เวินอวี้ชูไม่อาจมัวพะวงถึงฉือเยวี่ยที่กำลังอาการกำเริบได้อีกต่อไป เขาต้องจัดการตั๊กแตนมารโลหิตที่รับมือยากตรงหน้าเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน!
เสียงพิณพลันหนักหน่วงรุนแรงขึ้น อากาศเบื้องหน้าคล้ายกับบิดเบี้ยว แปรเปลี่ยนเป็นคมมีดมิติ พุ่งโจมตีตั๊กแตนมารโลหิต
ท่อนแขนของจูเก๋อโย่วหลินก็ถูกขีดข่วนจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เขากัดฟันกรอด เอ่ยว่า
"พวกตัวประหลาดนี่แข็งแกร่งกว่าพวกปีศาจหินตั้งเยอะ!"
แถมบ่อเลือดนี้ยังจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกเขา ซ้ำยังคอยดูดกลืนพลังวิญญาณของพวกเขาไปอย่างต่อเนื่องอีก!
เจียงเสียนเยวี่ยฝืนทนกลืนยาฟื้นฟูวิญญาณลงไปสองเม็ด ภายในร่างพลันอุ่นซ่าน ร่างกายของนางค่อย ๆ คลายความแข็งทื่อลง นางเรียกตรีศูลออกมาทันที ไม่หลบอยู่ด้านหลังเสิ่นเยียนอีกต่อไป แต่เลือกที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับนาง!
"เด็ดดารานอกนภา ทำลาย!"
เจียงเสียนเยวี่ยกวัดแกว่งตรีศูลกวาดออกไปในแนวนอน กลางอากาศเกิดการระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็โจมตีโดนตั๊กแตนมารโลหิตสามตัว ซัดพวกมันจนร่วงหล่นลงไปในบ่อเลือด
ทว่า นั่นกลับไม่ได้ทำให้พวกมันตาย
เสิ่นเยียนพลิกข้อมือเล็กน้อย ตวัดกระบี่ยาวขึ้น พลังพิเศษธาตุไฟพลันปกคลุมตัวกระบี่ในพริบตา แผ่กลิ่นอายร้อนระอุอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
นางเริ่มจากการใช้กระบี่ผ่าบ่อเลือดเบื้องหน้าออกเป็นสองซีก จากนั้นก็พุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว กระบี่ในมือประหนึ่งหงส์ไฟจุติ แสงไฟสว่างวาบ ทะลวงมิติกลายเป็นคมมีดพุ่งโจมตีตั๊กแตนมารโลหิตในพริบตา
ตั๊กแตนมารโลหิตถูกโจมตีโดน เมื่อเปลวเพลิงแผดเผาพันธนาการ ก็ทำให้มันส่งเสียงร้องอันน่าขนลุกออกมา ราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ตั๊กแตนมารโลหิตกลัวไฟ!
เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ได้ เสิ่นเยียนก็รวบรวมพลังวิญญาณไปรวมไว้ที่กระบี่ สองมือกุมด้ามกระบี่แน่น ก่อนจะแทงลงไปในบ่อเลือดอย่างแรง
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่น!
น้ำเลือดในบ่อระเบิดออกทันที หยาดน้ำสาดกระจาย ทำให้พวกตั๊กแตนมารโลหิตที่กำลังจะก่อตัวเป็นรูปร่าง แตกสลายไปในพริบตา
แต่ในตอนนั้นเอง น้ำเลือดที่สาดกระเซ็นขึ้นไปกลางอากาศ ก็พุ่งเข้ามาหมายจะปกคลุมดาบเทวะหงส์วิญญาณในมือของเสิ่นเยียนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
เสิ่นเยียนถอยหลังไปสองก้าว ชักกระบี่ยาวกลับมาครึ่งหนึ่ง มือซ้ายรวบรวมเปลวเพลิงแล้วซัดเข้าใส่กลุ่มน้ำเลือดที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง เสียง ฉ่า ดังขึ้น เปลวเพลิงแผดเผาน้ำเลือดจนกลายเป็นไอน้ำ
เสียงร้อนรนของอวี๋ฉางอิงดังแว่วมา
"เยียนเยียน รีบดูฉือเยวี่ยเร็วเข้า!"
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น ก็รีบหันไปมองทางทิศของฉือเยวี่ยทันที ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าหล่อเหลาอันซีดเซียวของฉือเยวี่ย ดวงตาของเขาลาง ๆ ว่ามีวี่แววจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง
ต้นกล้าเล็ก ๆ บนหัวของเขา บัดนี้ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา ดูคล้ายกับเหี่ยวเฉาไปแล้วเล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น เถาวัลย์ที่ฉือเยวี่ยควบคุมอยู่ กลับกำลังดูดซับน้ำเลือดในบ่อมารโลหิต
สีหน้าของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไปอย่างตื่นตระหนก เมื่อก่อนต่อให้ฉือเยวี่ยจะมีอาการกำเริบ ต้นกล้าเล็ก ๆ บนหัวของเขาก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะแห้งเหี่ยวเลยสักนิด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแบบนี้...
ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำเลือดอันน่าขนลุกนี้อย่างแน่นอน
ต้องหยุดไม่ให้ฉือเยวี่ยดูดซับน้ำเลือดพวกนี้!
พวกกลุ่มอสูรทุกคนต่างก็ตระหนักถึงข้อนี้ พวกเขาฝ่าวงล้อมการโจมตีของตั๊กแตนมารโลหิตอย่างดุดัน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ฉือเยวี่ยอยู่
เสิ่นเยียนอยู่ใกล้กับฉือเยวี่ยมากที่สุด นางจึงเป็นคนที่ไปถึงข้างกายฉือเยวี่ยได้เร็วที่สุด
"ฉือเยวี่ย ตื่นสิ!"
นางใช้กระบี่ฟันเถาวัลย์ของฉือเยวี่ยที่กำลังดูดเลือดอยู่จนขาดสะบั้น เอ่ยด้วยสีหน้าร้อนรน
ฉือเยวี่ยค่อย ๆ หันขวับมามองตำแหน่งที่นางอยู่ แววตาของเขาเย็นเยียบและมืดมิด
วินาทีต่อมา
เถาวัลย์สีแดงคล้ำพุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้เท้าของเสิ่นเยียน หมายจะแทงทะลุร่างของนาง แต่เสิ่นเยียนก็รู้ตัวทัน จึงใช้กระบี่ฟันจนขาดสะบั้น
ตอนนั้นเอง ตั๊กแตนมารโลหิตตัวหนึ่งก็โผล่มาอยู่ด้านหลังเสิ่นเยียนอย่างกะทันหัน แขนขาที่เรียวยาวและแหลมคมตวัดฟาดใส่เสิ่นเยียน เสิ่นเยียนรีบหลบหลีกอย่างฉุกละหุก แต่ก็ยังถูกขีดข่วนที่หัวไหล่ เนื้อหนังปริแตก เจ็บปวดจนนางต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย
ส่วนเจียงเสียนเยวี่ยก็อ้อมไปอยู่ด้านหลังของฉือเยวี่ยตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ นางจับเข็มเงินแน่น เล็งแทงไปที่จุดชีพจรบนศีรษะของฉือเยวี่ย
ทว่า เข็มเงินยังไม่ทันจะได้ฝังลงไป
เถาวัลย์เส้นหนึ่งก็พุ่งแทงทะลุหน้าอกของเจียงเสียนเยวี่ยอย่างรวดเร็วหาใดเปรียบ
"เยวี่ยเยวี่ย!"
"เสียนเยวี่ย!"
"เจียงเสียนเยวี่ย! เจ้า...ไอ้สารเลว! ไอ้คนป่วยวิกลจริตเอ๊ย! ลงมือหนักขนาดนี้เชียวรึ!"
เลือดสด ๆ ทะลักออกมาจากปากของเจียงเสียนเยวี่ย แววตาของนางดุดันและลึกล้ำ นางหอบหายใจเบา ๆ จากนั้นก็อาศัยแรงจากเถาวัลย์ กัดฟันแน่น โถมตัวเข้าใส่ฉือเยวี่ยอย่างแรง เข็มเงินในมือแทงลงบนศีรษะของฉือเยวี่ยอย่างแม่นยำไร้ซึ่งความผิดพลาด