เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 346 ขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด

ตอนที่ 346 ขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด

ตอนที่ 346 ขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด


ช่วงครึ่งคืนแรก ทุกอย่างสงบราบรื่นมาตลอด

ครึ่งคืนหลัง เสิ่นเยียนสี่คนสลับเวรเฝ้ายามกับพวกเผยอู๋ซูสี่คน

ส่วนเสิ่นเยียน จูเก๋อโย่วหลิน เวินอวี้ชู และอวี๋ฉางอิงทั้งสี่คนก็รีบฉวยโอกาสนี้หลอมรวมผลึกหิน เปลี่ยนพลังปราณของมันให้กลายเป็นพลังวิญญาณในร่าง

กลุ่มเล็ก ๆ อีกหลายกลุ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก หากไม่กำลังหลอมรวมผลึกหินก็กำลังพักผ่อน

พอฟ้าสาง กลุ่มอสูรก็ตัดสินใจออกจากป่าหินแห่งนี้

ระหว่างทางที่หาทางออก ก็มีปีศาจหินเข้ามาโจมตีพวกเขาบ้าง ซึ่งพวกเขาก็จัดการไปทีละตัว ๆ พร้อมกับเก็บรวบรวมผลึกหินของพวกมันมาด้วย

จูเก๋อโย่วหลินบีบผลึกหินก้อนหนึ่งในมือ พึมพำว่า

"พลังของผลึกหินนี่หลอมรวมยากชะมัด สู้ผลึกสัตว์อสูรก็ไม่ได้"

เวินอวี้ชูพูดต่อว่า

"หากเจ้าไม่ต้องการ ก็เอาไปขายได้นะ"

จูเก๋อโย่วหลินตาเป็นประกาย

"ข้าขายให้เจ้าได้หรือไม่?"

"ข้าก็มีเหมือนกัน"

เวินอวี้ชูเอ่ยเสียงเรียบ

จูเก๋อโย่วหลินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย จึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

จู่ ๆ ภาพป่าหินเบื้องหน้าก็เริ่มพร่ามัว ทั้งยังมีเสียงพายุพัดโหมกระหน่ำดังก้อง 'วิ้ง ๆ' ไม่หยุด ดึงดูดความสนใจของพวกเขาทันที

เจียงเสียนเยวี่ยเอ่ย

"หรือว่าพวกเรากำลังจะเข้าไปในด่านทดสอบที่สองแล้ว?"

"ด่านทดสอบที่สองคือน้ำพุมารโลหิต ด้านในจะมีพวกสัตว์มาร"

ก่อนที่เสิ่นเยียนจะเข้ามาในแดนลับ 'ทะลวงฝ่า' นางเคยตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับด่านทดสอบทั้งสิบสองด่านของแดนลับมาแล้ว หากบอกว่าระดับความอันตรายของด่านแรกคือสองดาว เช่นนั้นความอันตรายของด่านน้ำพุมารโลหิตก็ต้องอยู่ระดับสามดาวขึ้นไปอย่างแน่นอน

ตำราเคยกล่าวไว้ว่า สัตว์มารและผู้ฝึกตนนั้นเป็นปรปักษ์ต่อกัน

ดังนั้น ในแง่หนึ่ง สัตว์มารจึงสามารถสะกดข่มผู้ฝึกตนได้ในระดับหนึ่ง

"น้ำพุมารโลหิต? ฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยแฮะ"

จูเก๋อโย่วหลินจ้องมองภาพเบื้องหน้าอยู่ครู่ใหญ่

"พวกเราเข้าไปกันเถอะ"

เซียวเจ๋อชวนเอ่ย ก่อนจะเสริมด้วยสีหน้าเฉยชาว่า

"ยังไงก็ไม่ตายอยู่แล้ว"

อวี๋ฉางอิงถอนหายใจเบา ๆ

"แต่มันเจ็บนี่นา"

เสิ่นเยียนทำสัญญาณมือ ก่อนจะพาพวกเขาเข้าไปในด่านทดสอบที่สองของแดนลับด้วยกัน

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบริเวณนี้ พวกเสิ่นเยียนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน สองเท้าของพวกเขาจมลงไปในของเหลวเย็นเยียบ กลิ่นคาวเหม็นเน่าลอยมาปะทะหน้า

เมื่อเพ่งมองดู ก็เห็นหน้าผาสูงชันตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ทว่าของเหลวที่ค่อย ๆ ไหลรินออกมาจากโพรงน้ำพุบนหน้าผากลับเป็นสีแดงคล้ำ ราวกับเลือดสด ๆ

ของเหลวสีแดงคล้ำเหล่านี้ไหลทอดยาวลงมา ค่อย ๆ บรรจบกันจนกลายเป็นบ่อเลือด ส่งกลิ่นคาวเลือดที่ชวนให้คลื่นเหียนอาเจียน

พวกเสิ่นเยียนพบว่าพวกเขาเผลอเหยียบเข้ามาในบ่อเลือดโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว

ของเหลวในบ่อเลือดทั้งเหนียวหนืดและเย็นเฉียบ ราวกับมีชีวิต มันพันธนาการสองเท้าของพวกเขาไว้แน่น ผิวน้ำในบ่อเลือดกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นประหลาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ทำเอาผู้สูดดมรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอก

"เหม็นจัง"

เจียงเสียนเยวี่ยยกมือขึ้นปิดจมูก เผยสีหน้ารังเกียจ

จูเก๋อโย่วหลินขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงขรึม

"ข้ารู้สึกเหมือนน้ำเลือดพวกนี้กำลังดูดกลืนพลังวิญญาณของข้าเลย!"

พวกอสูรพยายามจะกระโดดขึ้นไปเกือบจะพร้อมกัน แต่กลับพบว่าสองเท้าของพวกเขาคล้ายกับถูกทากาวติดไว้ในบ่อเลือด ไม่อาจหลุดพ้นออกมาได้เลย

"น้ำเลือดนี่มันแปลก ๆ"

สีหน้าของเผยอู๋ซูเคร่งเครียดลงเล็กน้อย เขาสร้างกระบี่ยาวขึ้นมาในมือ ก่อนจะตวัดฟันลงไปในบ่อเลือด

ตู้ม!

ปราณกระบี่สาดกระจาย ผ่าของเหลวในบ่อเลือดออกเป็นสองซีก

ทว่าสิ่งที่น่าตกใจก็คือ น้ำเลือดที่ถูกผ่าแยกออกจากกันเมื่อครู่ กลับรวมตัวกันอย่างรวดเร็วและฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม

และในวินาทีต่อมา เผยอู๋ซูก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งอย่างฉับไว เขาหันมองลงไปเบื้องล่าง ก็เห็นว่าน้ำเลือดที่เกาะติดสองเท้าของเขาในตอนแรกจู่ ๆ ก็ทะลักขึ้นมาด้านบน ทว่ากว่าเขาจะคิดใช้พลังวิญญาณสลัดน้ำเลือดออก ก็สายไปเสียแล้ว

กระบี่ยาวในมือเขาถูกน้ำเลือดปกคลุมจนมิด

ตอนที่เขาพยายามจะชักกระบี่ของตัวเองกลับมา ก็พบว่ากระบี่ยาวคล้ายกับถูกล็อคเอาไว้กลางอากาศ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย

เผยอู๋ซูใจหล่นวูบ เขาช้อนตาขึ้นมองพวกเสิ่นเยียน

"กระบี่ของข้าถูกล็อคไว้แล้ว"

"น้ำเลือดนี่มันตัวอะไรกันแน่เนี่ย?"

จูเก๋อโย่วหลินตกตะลึงเป็นอย่างมาก

เสิ่นเยียนมองเผยอู๋ซูแล้วถามว่า

"เรียกกระบี่ยาวกลับเข้ามิติได้หรือไม่?"

เผยอู๋ซูลองดูครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้า

"ไม่ได้"

เซียวเจ๋อชวนสังเกตเห็นว่าน้ำเลือดก็ลามมาปกคลุมหลังมือของเผยอู๋ซูด้วยเช่นกัน แววตาของเขาวูบไหว ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง

"แล้วมือของเจ้าขยับได้หรือไม่?"

เผยอู๋ซูพยายามปล่อยมือจากกระบี่

ผลปรากฏว่า ทำได้ก็จริง แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับเชื่องช้าและแข็งทื่อเป็นอย่างมาก

เสิ่นเยียนหันไปมองด้านหลังแวบหนึ่ง ก็พบว่าเบื้องหลังไม่มีทางถอยแล้ว

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปที่ตำแหน่งโพรงน้ำพุบนหน้าผาเบื้องหน้า โพรงน้ำพุนั้นใหญ่มาก พอที่จะจุคนได้หนึ่งคน

ทางออกจะอยู่ที่ตำแหน่งของโพรงน้ำพุหรือเปล่านะ?

เผยอู๋ซูกวาดตามองรอบด้าน พิจารณาดูครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างสงสัย

"เหตุใดในแดนลับแห่งนี้ถึงมีของชั่วร้ายแบบนี้ได้?"

จูเก๋อโย่วหลินยักไหล่ สีหน้าฉงน

"ใครจะไปรู้ล่ะ"

"เมื่อครู่ข้าลองดูแล้ว ในบ่อเลือดนี้สามารถขยับเท้าได้ นั่นก็หมายความว่าพวกเรายังเดินได้"

นัยน์ตาของเวินอวี้ชูเรียบเฉย เขาเอ่ยเสนอว่า

"มิสู้พวกเราลองดูรอบ ๆ ก่อนดีหรือไม่ว่ามีทางออกหรือเปล่า?"

รอบด้านนี้ นอกจากหน้าผาเบื้องหน้าแล้ว ภาพอีกสามด้านล้วนพร่ามัว คล้ายกับม่านพลังอาคม

หากต้องการไปจากที่นี่ ก็ต้องหาทางออกให้เจอก่อน

เสิ่นเยียนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยเตือน

"อย่าลืมสิว่าที่นี่น่าจะมีพวกสัตว์มาร อย่าได้ประมาทเด็ดขาด"

พวกอสูรรับคำ

เมื่อพวกเขาเริ่มก้าวเดิน ก็พบว่าแต่ละก้าวนั้นช่างยากลำบากเหลือเกิน ของเหลวในบ่อเลือดกำลังกัดกินพลังวิญญาณของพวกเขา ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาเชื่องช้าและหนักอึ้ง

ยิ่งเดิน พลังวิญญาณก็จะยิ่งถูกดูดกลืนเร็วขึ้น

"น้ำเลือดนี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย?"

จูเก๋อโย่วหลินพบว่าพลังวิญญาณของตนกำลังรั่วไหลอย่างรวดเร็ว ภายในใจของเขาก็หนักอึ้งขึ้นมาหลายส่วน ทว่า จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขาจะไม่มีทางตายในแดนลับ 'ทะลวงฝ่า' แห่งนี้ ความตึงเครียดในใจจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย

เจียงเสียนเยวี่ยราวกับมองทะลุความคิดของเขา จึงกล่าวว่า

"พวกเราไม่ตายก็จริง แต่อย่าลืมนะว่า ทันทีที่พวกเราสูญเสียพลังวิญญาณจนหมด ก็จะถูกดีดออกจากแดนลับ 'ทะลวงฝ่า'"

หากได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงชีวิต จะไม่ถูกดีดออกจากแดนลับ

แต่หากสูญเสียพลังวิญญาณจนหมด จะถูกดีดออกจากแดนลับ

คิ้วและดวงตาของเวินอวี้ชูแฝงความจริงจังขึ้นมา

"ถ้าพวกเราผ่านด่านนี้ไปไม่ได้ มิเท่ากับว่าขาดทุนไปตั้งล้านกว่าคะแนนเลยหรือ?"

จูเก๋อโย่วหลินได้ยินดังนั้น ก็ขบกรามแน่น

"พวกเราขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด!"

ทันใดนั้น เสียง 'ฟึ่บ' ก็ดังขึ้น เถาวัลย์สีดำเส้นหนึ่งทะลวงผ่านหน้าท้องของจูเก๋อโย่วหลินอย่างรวดเร็ว เลือดสด ๆ พลันซึมทะลักออกมาในพริบตา

"โย่วหลิน!"

พวกเขาร้องอุทานออกมาพร้อมกัน

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ ก็ถูกเถาวัลย์สีดำหลายเส้นโจมตีเข้าใส่ รูม่านตาของพวกเขาหดเกร็งลงเล็กน้อย เพราะพวกเขาจำได้ว่านี่คือเถาวัลย์ของฉือเยวี่ย พวกเขาจึงรีบป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว

เสิ่นเยียนซัดฝ่ามือกระแทกเถาวัลย์สีดำกระเด็นออกไป

จากนั้น เสิ่นเยียนก็หันขวับไปมองทางทิศที่ฉือเยวี่ยอยู่ ก็เห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มกำลังเปล่งแสงสีเขียว สีหน้าราวกับไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ทั่วร่างของเขามีหมอกเลือดจาง ๆ ลอยวนเวียนอยู่

"ฉือเยวี่ยอาการกำเริบแล้ว!"

จบบทที่ ตอนที่ 346 ขาดทุนไม่ได้เด็ดขาด

คัดลอกลิงก์แล้ว